"พี่พัตเตอร์!!??"
คนตัวเล็กตะโกนเรียกชื่อพี่ชายเพื่อนเสียงหลง บ้านของเขาอยู่ชานเมืองนู่นไม่ใช่หรือ แล้วถ่อมาทำอะไรถึงกลางกรุงแบบนี้
"แล้วนี่ใคร?"
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เมื่อถูกเธอเรียกชื่อราวกับเป็นคนรู้จัก ใบหน้าหล่อเหลามองหน้านานสองนาน
คนถูกจ้องเม้มริมฝีปากเข้าหากันด้วยความประหม่า เพราะพี่ชายเพื่อนไม่มีท่าทีจำเธอได้เลย
"พะแพงค่ะ เพื่อนพริมโรส...น้องสาวพี่"
เขากลอกตาไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างกำลังดึงความทรงจำในส่วนลึกของสมอง ปากหยักกัดที่ริมฝีปากล่างตนเองอย่างหงุดหงิดเมื่อทำท่าจะนึกไม่ออก
"อ้อ! เอ่อ แพงคือนักศึกษาที่จะไปฝึกงานที่โรงพยาบาลเดือนหน้าค่ะ"
ความทรงจำระยะยาวไม่ได้ผล จึงใช้ความทรงจำระยะสั้นเข้าสู้
"อ้ออ~"
เย้!
"เด็กเส้นที่ยัยตัวแสบฝากกับพ่อ"
เอ๊ะ?
"ลุกได้ไหม?"
"อ๊ะ! อือ ดะ ได้ค่ะ" คนตัวเล็กค่อยๆ พยุงร่างกายให้ยืนขึ้นด้วยตัวเอง เดินกะเผลกไปยืนอยู่ข้างทางอย่างเจี๋ยมเจี้ยม
"จะไปไหนก็ไป วันหลังหัดเปิดไฟด้วย" หันไปเอาเรื่องคนขับต่อทันทีที่มองเห็นเธอไปยืนข้างทางได้
คนขับรถสบถคำหยาบสองสามคำ แต่ก็รีบเดินกลับขึ้นรถตัวเองแล้วบึ่งออกไปจากจุดเกิดเหตุโดยเร็ว
"จะไปโรงพยาบาลไหม" พัตเตอร์หันมาถามคนที่บอกว่าเพื่อนน้องสาวตนเองเสียงนิ่ง อารมณ์คุกรุ่นเขายังไม่หายดี
"มะ ไม่ค่ะ แค่ถลอก เดี๋ยวแพงกลับไปทายาที่บ้าน"
"ที่รถมียา เดินตามมา"
ไม่รอให้เธอตกลงหรือปฏิเสธ เขาชิงเดินกลับเข้าไปภายในร้านล้างรถ เดินนำไปยังจุดที่รถยนต์สีดำของตนเองจอดอยู่
คนตัวเล็กที่ปวดร้าวบริเวณสะโพก กะเผลกขาเดินตามหลังไปอย่างเชื่องช้า ไม่ได้อยากเดินตามเขาไปเลย แต่เกรงใจมากจนไม่กล้าปฏิเสธ
อยู่ๆ ร่างสูงกว่าก็หยุดเดินเสียดื้อๆ คนที่เดินตามห่างๆ อย่างเธอก็พลอยหยุดเดินตาม และมองเขาด้วยสีหน้าฉงน
"อะ อะไรคะ"
"เดินช้า" เขาวกกลับมาหยุดตรงกล้าเธอด้วยแววตาขุ่นเคือง ไม่แน่ใจว่าโมโหอะไรอีก "โทษทีนะ..."
พรึ่บ!
ช้อนร่างบางในชุดนักศึกษาลอยหวือขึ้นในท่าเจ้าสาว คนถูกอุ้มจะกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจแต่ถูกสายตาคมกำราบเอาไว้ก่อน จึงได้แต่ยกมือขึ้นปิดปาก ปล่อยให้เขาอุ้มไปที่รถ
เกิดมาเพิ่งเคยถูกคนอื่นนอกจากบิดาอุ้ม!
พัตเตอร์เปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้เธอเข้าไปนั่ง เดินไปเปิดท้ายรถหยิบกล่องปฐมพยาบาลเดินกลับมาแล้วยื่นให้หญิงสาวหน้านิ่ง
คนอารมณ์ร้อนเมื่อกี้หายไปแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ความเย็นชาแผ่ออกมาเป็นระลอก
"ทำเองได้ใช่ไหม"
"ดะ ได้..."
"คิดก่อนตอบ"
"..."
"อะไรที่ทำไม่ได้ ก็บอกว่าทำไม่ได้"
พะแพงอยากร้องไห้ออกมาตรงนี้เลย เธอทำอะไรผิด ซวยกว่าเกือบถูกรถชน คือการมาเจอพี่ชายเพื่อนคนนี้ข้างนอกนี่แหละ
"ทำไม่เป็นค่ะ..." ยอมรับสภาพอย่างที่เขาพูด
อยู่บ้านก็มีป้าชื่นกับแม่บ้านคนอื่นทำให้ตลอด อยู่ข้างนอกก็ไปโรงพยาบาล หรือไม่เป็นเพื่อนอีกสองคนทำให้
มือหนาตีเขาเธอเบาๆ ใช้นิ้วให้สัญญาณบอกให้เธอเบี่ยงขาออกมานอกตัวรถ ก่อนที่คนตัวโตจะนั่งยองที่พื้น หยิบมือถือเปิดไฟฉายยัดใส่มือเล็ก
"ส่องขา...ขาเธอนะ"
รู้แล้ว!! พะแพงไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ -^-
แผลบนฝ่ามือทั้งสองข้าง และรอยถลอกที่ขาถูกคุณหมอหนุ่มปฐมพยาบาลจนสะอาดเนี้ยบ พลาสเตอร์กันน้ำแปะตามเรียวขาสวย ส่วนฝ่ามือก็ปิดด้วยผ้าก็อตสีขาวไว้
"รอยช้ำไปทาเองที่บ้านก็แล้วกัน" ยื่นหลอดยาแก้ฟกช้ำใส่มือเธอก่อนจะก้มเก็บของใส่กล่องสีขาวตามเดิม
"ขอบคุณค่ะ" ประนมมือไหว้ไม่ต่างจากการมองเขาเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
คนที่นั่งยองที่พื้นเหลือบตาเงยหน้ามองเธอที่นั่งบนเบาข้างคนขับด้วยแววตาเรียบเฉย ไม่หือไม่อือกับคำขอบคุณนั้น
เก็บขาเข้าไปในรถ จะไปส่งบ้าน"
เขาเดินฉับๆ ไปท้ายรถ ก่อนจะวนกลับมานั่งฝั่งข้างคนขับ ส่งสายตากดดันมาที่เธอที่ยังคงนั่งอยู่ท่าเดิม
"อีกห้าชั่วโมงจะหมดวันแล้วนะ คิดจะนั่งปล่อยเวลาทิ้งไปอีกกี่นาที" ถ้อยคำไม่อ่อนโยนพ่นออกมาจากปากอีกครั้ง
เมื่อก่อนเขาแค่เป็นคนเงียบ เธอก็อึดอัดจะตายอยู่แล้ว ตอนนี้ยังเลี้ยงชิวาว่าไว้ในปากอีก
ไม่สิตัวโตขนาดนี้ให้เป็นพิทบูลเทอร์เรียเลย -^-
ตลอดการเดินทางกลับบ้านบรรยากาศช่างเงียบงัน ไม่มีบทสนทนาใดๆ ต่อจากนั้น เขาเงียบ เธอก็เงียบ ในรถก็ไม่แม้แต่จะเปิดเพลงให้เกิดความผ่อนคลาย
เวลาเขาตรวจคนไข้เขาก็ทำหน้าแบบนี้หรือ?
"โรสเป็นไงบ้าง"
"คะ?"
เป็นพี่น้องกันอย่างไร มาถามสารทุกข์สุกดิบน้องสาวตัวเองกับคนอื่น
"หมายถึงเรื่องอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ไม่บอกที่บ้าน" คำพูดกำกวมยังคงถูกถามออกมา
แต่พะแพงไม่ใช่คนเข้าใจอะไรง่ายขนาดนั้น
"พี่พัตเตอร์หมายถึงแบบไหนคะ ถ้าเรื่องเรียนก็ปกติดี โรสเรียนเก่งมาก ชีวิตในมอก็ดี มีแต่คนชอบเพราะน่ารักมาก"
"หมายถึงเรื่องผู้ชาย..." เขาเหลือบตาระหว่างที่พูดแทรกขึ้นมา ทำอย่างกับขี้เกียจฟังเรื่องที่เขาไม่ต้องการฟัง "พริมโรสมีแฟนใช่ไหม?"
"แพงไม่ตอบเรื่องส่วนตัวของเพื่อนค่ะ"
"ก็แปลว่ามี..." รอยยิ้มหยักยกขึ้นที่มุมปากอย่างพอใจในคำตอบ
ทิ้งให้คนที่หลงกลกับคำพูดวกวนนั้น นั่งนิ่งกำมือเข้ากับเข็มขัดนิรภัยด้วยความเจ็บใจตลอดทาง
วันเดินทางไปภูทับเบิก
"พะแพง ให้เชษฐ์ไปส่งที่สนามบินดีไหมคะ" ภารดีโอบเอวเล็กของลูกสาวเดินมายังหน้าบ้าน
หวังจะเปลี่ยนใจลูกรักจนนาทีสุดท้าย
"แพงขับได้ค่ะ ขึ้นทางด่วนแป๊บเดียว" ใบหน้าจิ้มลิ้มส่ายหน้าประกอบ "ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"
"ถ้ามีอะไรรีบโทรหาหม่าม้านะคะ"
พะแพงพยักหน้ารับทราบและไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ร่ำลามารดา เธอเดินไปที่รถญี่ปุ่นคันกะทัดรัดของตนเอง ก่อนจะขับออกจากบ้านไป
โชคดีที่ตัดสินใจออกบ้านเช้า อาจจะต้องนั่งรอเครื่องที่สนามบินเกือบสองชั่วโมง แต่ก็ยังดีกว่าไปลุ้นรถติดด้านหน้า
คนตัวเล็กขับรถอย่างระมัดระวัง ไม่ขับเร็วจนเกินไปเนื่องจากไม่คุ้นเส้นทางนัก
'พะแพง...'
เสียงแว่วเรียกชื่อตนเองทำให้เธอปิดเสียงเพลงในรถเพื่อรอฟังอีกครั้ง แต่จนกระทั่งลงจากทางด่วนก็ไม่ได้ยินเสียงนั้นอีกเลย
'แพง...'
'ขวา'
ปึง!!!
"กรี๊ดดดดด!!!!"
โครม!!!
บางอย่างกระแทกเข้ากับประตูฝั่งคนขับ คนตัวเล็กตกใจจนหักหลบลงข้างทาง แต่บริเวณนั้นกลับมีรถจอดซื้อของริมฟุตบาทอยู่
จนเธอชนท้ายรถยนต์เข้าอย่างจัง!!
"ฮือออ จะ เจ็บ..." แทบจะร้องไห้หาแม่ เจ็บหน้าผากชะมัด
ปังๆๆ
"น้องๆๆ"
เสียงอึกทึกจากด้านนอกเรียกสติเธอให้กลับมา ค่อยๆ ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเปิดประตูลงตามลำดับ
"พะ พี่ขอโทษนะ รถมันเบรกไม่อยู่"
เธอหันไปมองรอบนอกเพื่อลำดับเหตุการณ์ มอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ล้มระเนระนาดอยู่ไม่ไกล ริมฟุตบาทมีไทยมุงจำนวนหนึ่ง ตามด้วยชายวัยกลางคนที่คาดว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ที่เธอขับพุ่งไปชนรีบเดินเข้ามาดูรถตนเอง ก่อนจะเดินมาใกล้รถของคนตัวเล็ก
"รถพี่อยู่เฉยๆ มาชนได้ไงเนี่ยน้อง"
"มอเตอร์ไซค์ผมเองครับที่ชนน้องก่อน" เจ้าของมอเตอร์ไซค์เอ่ยปากรับผิดชอบเต็มที่ "พี่ว่าน้องไปโรงพยาบาลใกล้ๆ ก่อนดีกว่า"
ไซเรนรถพยาบาลมาถึงพอดี พะแพงกับกระเป๋าใบใหญ่ถูกนำตัวขึ้นไปบนรถพยาบาลสีขาว ระหว่างที่นั่งบนรถก็โทรหาที่บ้านด้วยความร้อนใจ
(ฮัลโหล ว่าไงคะลูก ถึงสนามบินหรือยัง)
"หม่าม้า แพงรถชนค่ะ กำลังไปโรงพยาบาล" เธอบอกผู้เป็นแม่ พยายามพยุงน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด "ช่วยเรียกประกันให้ทีนะคะ อยู่ถนนxxx ด้านหน้าตลาดสดค่ะ"
(ได้ค่ะ เดี๋ยวหม่าม้าให้เชษฐ์จัดการให้ น้องแพงให้หม่าม้าไปหาไหมคะ)
"ไม่เป็นไรค่ะ แพงหัวปูดนิดเดียว ทำแผลเสร็จจะไปสนามบินเลย" เธอยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของมารดา "แค่นี้ก่อนนะคะ จะถึงโรงพยาบาลแล้ว"
รถพยาบาลเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าแผนกฉุกเฉิน และใช้เวลาไม่นานนักการปฐมพยาบาลก็เรียบร้อย เจ้าหน้าที่จึงให้ไปนั่งรอรับยาที่หน้าแผนกเภสัชกรรม
ตอนนี้นอกจากขาของเธอจะมีพลาสเตอร์จากแผลเก่า หน้าผากยังมีผ้าก็อตแปะอยู่กึ่งกลางอีกที
ระหว่างที่นั่งรอรับยาก็อดที่จะคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่ได้
เสียงผู้หญิง
ขวา...
ขวา คือ ฝั่งที่รถมอเตอร์ไซค์ขับพุ่งชนเธอ
นี่มันเรื่องอะไรกัน...
พะแพงถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก เจอเหตุการณ์เช่นนี้อารมณ์อยากเที่ยวก็ลดลงไปด้วย แต่นัดกับเพื่อนสนิทไว้แล้ว
'นางสาวพัทธนันท์ ปัญญาโชติวัฒน์ เชิญรับยาที่ช่อง 3'
หญิงสาวลากกระเป๋าเดินทางไปรับยา ก่อนจะลากกระเป๋าเตรียมออกมานอกอาคาร เพื่อโบกแท็กซี่ไปยังสนามบิน
แต่เนื่องจากประตูของที่นี่ไม่ใช่ประตูอัตโนมัติ คนตัวเล็กจึงรออยู่ด้านข้างประตู รอให้คนจากด้านนอกเป็นฝ่ายเดินเข้ามาก่อน
ดวงตากลมโมองคนที่เดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลอย่างเอื่อยเฉื่อย กระทั่งมองเห็นใครบางคนเดินผ่านประตูเข้ามา
เขาเองก็มองเห็นเธอแล้วเช่นกัน
"มาทำอะไรที่นี่?"
•❣•୨୧┈┈┈୨୧•❣•