bc

เข้าค่ายจนได้แฟนแบบแพคคู่ (3P)

book_age18+
805
FOLLOW
8.1K
READ
one-night stand
HE
friends to lovers
sweet
lighthearted
kicking
campus
city
office/work place
secrets
friends with benefits
addiction
actor
like
intro-logo
Blurb

เพราะ 'มิ้ง' ดันเกิดอยากจะทำธุระขึ้นมาตอนกลางดึก 'พี่เจ' กับ 'ฮาร์ท' ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเลยอาสาเดินไปห้องน้ำด้วยกัน

แต่ใครมันจะไปคิด... ว่านั่นจะทำให้พวกเราต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดกระอักกระอ่วน อย่างการเล่นเสียวของเพื่อนซึ่งเป็นประธานค่ายกับผู้ใหญ่บ้านแบบนี้กัน!

หนังสดก็เล่นอยู่ด้านนอก แต่พวกเราสามคนกลับต้องมาเบียดกันอยู่ในตู้เก็บของแคบ ๆ แบบนี้ ถ้าไม่เ****นก็ตายด้านแล้วไหม! จะว่าไป... ไอ้ของแข็ง ๆ ที่ดันหน้าดันหลังกันอยู่ตอนนี้นี่มันอะไร? ทำไมพี่เจกับฮาร์ทถึงพยายามบดมันใส่เธอจัง?

“เสียงเธอแม่ง... น่าเอาชะมัดเลย”

“พี่ไม่ไหวแล้วมิ้ง... เ****นจะตายอยู่แล้ว ขอยืมต้นขาเราหน่อยนะ”

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 เหตุเกิดกลางดึก
‘ณัฐริกา’ พลิกตัวไปมาอยู่ในถุงนอนอย่างอยู่ไม่สุข ในช่วงกลางดึกของค่ำคืนอันแสนเงียบสงัด ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะเธอดันรู้สึกอยากทำธุระขึ้นมากะทันหัน แต่บรรยากาศของโรงเรียนเล็ก ๆ ประจำหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขานี้มันน่ากลัวเกินกว่าที่ ‘มิ้ง’ จะกล้าออกไปห้องน้ำคนเดียว ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว เพื่อน ๆ พี่ ๆ ร่วมคณะที่มาทำค่ายด้วยกันส่วนมากจึงหลับกันหมด ครั้นจะปลุกใครสักคนให้ไปเป็นเพื่อนตน มิ้งก็เกรงใจ เพราะรู้ดีว่าวันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมามากแล้วจริง ๆ พรุ่งนี้จะเป็นวันเปิดค่ายอย่างเป็นทางการ วันนี้ทั้งวันสตาฟอย่างพวกเราเลยยุ่งหัวหมุนกับการจัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์สำหรับกิจกรรม รวมถึงการทำความคุ้นเคยกับเด็ก ๆ ในโรงเรียนและคนในชุมชนแห่งนี้ แถมพรุ่งนี้พวกเรายังต้องตื่นมาเตรียมตัวต้อนรับลูกค่ายกันตั้งแต่เช้าอีก ดังนั้นเธอจึงไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเพื่อน ๆ เท่าไหร่ ‘เอาวะ! คงไม่มีอะไรหรอกน่า... แค่ไปห้องน้ำคนเดียวเอง มันจะไปน่ากลัวอะไร’ เธอให้กำลังใจตัวเองแบบนั้น ก่อนจะกลั้นใจลุกขึ้นมานั่งในถุงนอนของตัวเองเพื่อเตรียมจะลุกออกไปจากตรงนี้ ตากลมกวาดมองไปรอบตัวเพื่อดูให้แน่ใจว่าการขยับตัวของตนไม่ได้ทำให้ใครสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคัน เพราะภายในห้องสมุดเล็ก ๆ แห่งนี้มีสตาฟ นอนอยู่ด้วยกันกว่าสามสิบชีวิต ด้วยความที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ประจำหมู่บ้าน ห้องหับจึงไม่ได้มีมากมายเหมือนโรงเรียนใหญ่ ๆ ในตัวเมือง หลังจากตัดห้องเรียนที่เด็ก ๆ ต้องใช้ ห้องพักของลูกค่าย และห้องเก็บอุปกรณ์ของฝ่ายพัสดุออกไปแล้ว จึงเหลือห้องว่างที่พอจะใช้นอนได้อยู่เพียงห้องเดียว โชคดีที่ห้องนี้กว้างกว่าห้องอื่นพอสมควร พวกเราทุกคนเลยสามารถนอนด้วยกันได้แบบไม่แออัด แถมสตาฟทุกคนก็ทำงานด้วยกันมาพักใหญ่แล้วเลยค่อนข้างสนิทสนมกัน จึงไม่มีใครคิดมากหากจะต้องนอนรวมกันโดยไม่ได้แยกกันตามเพศ เรื่องเดียวที่ทุกคนพร้อมใจกันลงความเห็นว่าให้เอามาใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดที่นอนคือ ‘ใครกรน ใครไม่กรน’ เพราะการทำค่ายลงชุมชนนอกสถานที่แบบนี้ การพักผ่อนคือสิ่งสำคัญ ดังนั้นพวกที่กรนจะถูกย้ายไปนอนรวมกันฝั่งเดียว ส่วนคนที่เหลือ ใครใคร่จะนอนตรงไหน อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกใจของคนคนนั้น เพราะอย่างมิ้งเองก็นอนใกล้เพื่อนผู้ชายเหมือนกัน ซึ่งเธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องนี้ “อืม... มิ้งเหรอ...? ทำอะไรอยู่น่ะ?” เสียงงัวเงียของ ‘พี่เจเจ - ภาณุพล’ ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ตอนนี้ซิ่วมาเรียนในคณะและชั้นปีเดียวกันกับเธอดังขึ้นจากถุงนอนที่วางอยู่ข้าง ๆ ณัฐริกาได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนให้คนที่ชันตัวลุกขึ้นมา เพราะดูเหมือนเธอจะทำให้อีกฝ่ายตื่นอย่างไม่ได้ตั้งใจ “แหะ ๆ ขอโทษที่ทำให้ตื่นนะคะพี่เจ พี่นอนต่อเถอะ มิ้งแค่จะไปห้องน้ำน่ะค่ะ” “...ไปคนเดียวเหรอ?” “ก็น่าจะแบบนั้นแหละค่ะ มิ้งไม่อยากปลุกใคร” เธอว่าพลางส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ขณะที่ขยับตัวเตรียมจะลุกออกจากถุงนอนที่ตัวเองซุกตัวอยู่ ทว่าสิ่งที่มิ้งไม่คาดคิดคือการที่พี่เจลุกขึ้นตามมาโดยไม่พูดอะไร หญิงสาวได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงเมื่อเห็นการกระทำนั้น และคล้ายกับพี่เจจะเข้าใจว่าเธอกำลังสงสัยอะไร เขาเลยช่วยพูดไขความข้องใจให้ “ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน” “ขอบคุณค่ะ!” มิ้งตอบกลับไปอย่างร่าเริง ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำเพียงส่งเสียงงึมงำในลำคอเป็นเชิงว่ารับรู้คำพูดนั้น ทว่ายังไม่ทันที่พวกเราจะได้เดินออกมาด้วยกัน ก็มีเสียงของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาก่อนเสียได้ “นั่นกำลังจะไปไหนกันน่ะ?” ‘ฮาร์ท - ชยทัต’ ที่เพิ่งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนคุยกันถามเสียงเข้ม เมื่อเห็นว่า เพื่อนสนิทที่ตัวเองแอบชอบมานาน กำลังจะเดินออกไปไหนก็ไม่รู้กับ ไอ้พี่เจ ตอนดึก ๆ ดื่น ๆ ใบหน้าหล่อคมฉายแววไม่พอใจออกมาทันที เพราะยายมิ้งดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับการไปไหนมาไหนกับ คนที่แอบชอบตัวเองอยู่ มีแต่เขานี่แหละที่ต้องคอยเป็นเดือดเป็นร้อนแทนอีกฝ่าย “ก่อนถามแกช่วยคิดก่อนได้ไหมฮาร์ทว่าที่นี่มันที่ไหน นอกจาก ‘ห้องน้ำ’ แล้ว เวลานี้ฉันจะไปไหนได้?” “ถ้าจะไปห้องน้ำจริง ๆ ทำไมเธอไม่ชวนเพื่อนผู้หญิงไปด้วย ปลุกยายแพรวาให้ไปเป็นเพื่อนก็ได้ไหม” “พรุ่งนี้ฝ่ายกิจฯ มีงานเช้า ฉันไม่อยากกวนมัน ส่วนพี่เจ...เขาตื่นมาเจอตอนที่ฉันกำลังจะลุกไปห้องน้ำพอดี พี่เขาเลยอาสาจะไปเป็นเพื่อนฉัน แกมีปัญหาตรงไหน?” ฮาร์ทหันไปมองเขม่นศัตรูหัวใจของตัวเองที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้านหลังเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ายายมิ้งเอาแต่พูดเข้าข้างไอ้พี่เจเหมือนอย่างทุกครั้ง ทีกับพี่เจนะ...ทำเป็นพูดคะพูดขาอย่างนั้นอย่างนี้ ทีกับเขานี่ทำท่าอย่างกะจะงับหัวกัน มันยุติธรรมตรงไหน!? “ไม่มีปัญหา แต่ฉันจะไปด้วย” เขาตอบกลับไปห้วน ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินนำคนทั้งสองโดยไม่รอฟังความเห็นอะไร แต่ยังไม่ทันจะได้เอื้อมไปเปิดประตูห้องสมุดที่ใช้เป็นที่นอน เขาก็ถูกฝ่ามือเล็ก ๆ ของคนที่เดินตามมาด้านหลังเอื้อมมารั้งเอาไว้ “ฉันไปกับพี่เจสองคนก็ได้ แค่ไปเข้าห้องน้ำเอง... แกกลับไปนอนต่อเถอะ พรุ่งนี้ฝ่ายสร้างมีงานรออยู่อีกเยอะไม่ใช่หรือไง” แม้จะเข้าใจว่าที่อีกฝ่ายพูดมาแบบนี้เป็นเพราะเป็นห่วงและเกรงใจ อยากให้เขาได้พัก แต่พอเห็นว่าความเกรงใจนั้นมีไว้ใช้กับเขาเท่านั้น ชยทัตก็อดที่จะหงุดหงิดกับความสองมาตรฐานนี้ไม่ได้ “แล้วงานฝ่ายสัมพันธ์ชุมชนมันน้อยกว่างานฝ่ายฉันมากนักหรือ? ถ้าเธอแค่จะไปห้องน้ำเฉย ๆ ต่อให้มีฉันไปด้วย ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาไหม” พูดไปเขาก็เหล่มองพี่เจที่ในค่ายครั้งนี้รับหน้าที่อยู่ฝ่ายสัมพันธ์ชุมชนไปพลาง คล้ายกับเป็นการไล่แบบอ้อม ๆ ว่า ‘กลับไปนอนก่อนซะ เดี๋ยวเขาจะเป็นคนไปกับยายมิ้งเอง ไม่ต้องมาสอด’ ทว่าพี่เจกลับตีหน้าซื่อราวกับไม่รับรู้สิ่งที่เขาต้องการจะบอก แถมนั่นยังทำให้เขาถูกยายมิ้งมองตาเขียวใส่ “ฮาร์ท!” สุดท้ายแล้ว พี่เจที่อาวุโสที่สุดในบรรดาพวกเราสามคน ก็ต้องเข้ามาห้ามทัพเพื่อไม่ให้เราเถียงกันไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเพื่อน ๆ ที่นอนอยู่ในห้องนี้อาจจะตื่นกันเพราะพวกเราเสียงดังก็เป็นได้ ท่ามกลางความมืดมิดของหมู่บ้านกลางป่าซึ่งมีแสงไฟอยู่เพียงรำไร พวกเราสามคนเดินไปห้องน้ำด้วยกันโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยสักคำ อากาศเย็น ๆ ที่พัดผ่านผิวกาย ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูวังเวงกว่าตอนกลางวัน เมื่อกอปรกับเรื่องที่ว่ามีป่ารกทึบอยู่หลังห้องน้ำ คนขวัญอ่อนอย่างมิ้งเลยยิ่งขวัญผวาจนต้องเดินมากอดแขนเขาไว้ ไป ๆ มา ๆ ทั้งเขาและพี่เจก็เลยถูกขอให้มายืนรอหน้าห้องน้ำในระหว่างที่อีกฝ่ายเข้าไปทำธุระ ซึ่งสองหนุ่มก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธคำขอที่ว่าแต่อย่างใด ฮาร์ทยืนกอดอกพิงกำแพง ขณะที่ทอดสายตามองไปรอบตัวโดยไม่พูดอะไรออกมา เช่นเดียวกับคนข้าง ๆ ที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล แต่หลังจากที่คิดอะไรต่อมิอะไรในหัวไปสักพัก ชยทัตก็ตัดสินใจได้ จึงเป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นมา “พี่กับมิ้ง... ตอนนี้ถึงไหนกันแล้ว” “...” แม้เวลาจะผ่านไปพักใหญ่ แต่กลับไม่มีคำตอบจากสวรรค์ ซึ่งฮาร์ทก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก เพราะถ้านับกันจริง ๆ เขากับพี่เจก็ถือว่าเป็นศัตรูหัวใจกัน เนื่องจาก พวกเราสองคนดันชอบยายมิ้งเหมือนกัน นี่นา ตัวเขาน่ะแอบชอบยายมิ้งมาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว แต่ไม่ว่าจะสารภาพรักไปกี่ครั้ง ยายซื่อบื้อนั่นก็ไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เขาพูด แถมยังหาว่าเป็นมุกตลกที่ล้อเล่นไปเรื่อยอีกต่างหาก! ชยทัตพยายามแสดงออกทุกวิถีทางว่าตัวเองจริงจังกับเรื่องนี้ แต่เจ้าตัวกลับทำเป็นไม่รับรู้ถึงเรื่องที่ว่า ที่ผ่านมาเขาเลยทำได้เพียง กันท่า ผู้ชายทุกคนที่เข้ามา ในฐานะ ‘เพื่อนสนิทของมิ้ง’ ไปก่อนเท่านั้น แต่ก็นั่นแหละ... ถึงที่ผ่านมาจะไล่ผู้ชายส่วนใหญ่ออกไปได้ แต่ก็ต้องเว้นไอ้พี่เจคนหน้ามึนคนนี้เอาไว้คนหนึ่ง เพราะไอ้หมอนี่ดันเดินดุ่ม ๆ เข้าไปถามกับมิ้งตรง ๆ เลยว่า เขากับมิ้งคบกันอยู่เหรอ ซึ่งพอคำตอบมันเป็นคำว่า ‘ไม่’ อีกฝ่ายก็ไม่สนใจอะไรและเดินหน้าทำคะแนนต่อ โดยทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศไปแทนเสียอย่างนั้น “เอาจริงไหมพี่ ผมว่าพี่ไปหาคนอื่นที่ไม่ใช่ยายซื่อบื้อนี่เถอะ ยายมิ้งมันหัวช้าเรื่องความรักจะตาย ขืนรอต่อไปก็มีแต่จะรากเน่าตายเท่านั้นอ่ะ! เผลอ ๆ นะ ถ้าพี่บอกชอบมันไป มันอาจจะไม่เชื่อที่พี่พูดด้วยซ้ำ! ยายนั่นมันตายด้านขนาดนั้นเลยนะรู้ปะ คนอื่นเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่าผมชอบมัน แต่เจ้าตัวดันคิดว่าผมพูดเล่นซะงั้น พูดแล้วอยากจะร้องไห้” ถึงเจตนาจริง ๆ จะเป็นการพูดเพื่อบอกให้อีกฝ่ายตัดใจแบบอ้อม ๆ แต่พอเล่า ๆ ไป เนื้อหากลับฟังดูคล้ายการปรับทุกข์ของคนหัวอกเดียวกันไปแทนเสียได้ ซึ่งพอฮาร์ทพูดมาแบบนั้น ภาณุพลจึงหันไปมองอีกฝ่าย พูดตามตรง ตอนแรกเจเจก็ไม่ได้คิดจะตอบอะไรกลับไปหรอก แต่พอได้ยินสิ่งที่ฮาร์ทพูด มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเวทนาใจ เขาจึงยอมตอบคำถามของอีกฝ่ายกลับไปแต่โดยดี “ฉันบอกชอบมิ้งไปแล้ว...” “อะไรนะ!?” เสียงอุทานดังลั่นขึ้นมาทันทีท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัดยามราตรี ซึ่งคนอายุมากกว่าก็ทำเพียงมองสีหน้าตื่นตระหนกโดยไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา ก่อนจะเล่าเรื่องต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “แต่มิ้งบอกว่าขอเวลาตัดสินใจสักพักน่ะ” เจเจพูดพลางคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่ตัวเองบอกชอบมิ้งไปด้วยในใจ จะหาว่ามั่นหน้าก็ได้ แต่จากท่าทางของมิ้งในตอนนั้น เขามั่นใจว่าเธอคงไม่ปฏิเสธ เพียงแต่อีกฝ่ายเหมือนยังมีเรื่องบางอย่างที่ติดใจอยู่เลยไม่ได้ให้คำตอบกลับมาทันที ซึ่งหากให้เดา... ภาณุพลก็คิดว่าสาเหตุคงหนีไม่พ้นเรื่องของเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออย่าง ‘ฮาร์ท’ นี่แหละนะ ดังนั้นช่วงหลัง ๆ มานี้เขาเลยไม่ค่อยสุงสิงกับอีกฝ่ายมากนัก เพื่อที่ตอนที่มิ้งให้คำตอบกลับมา พวกเราจะได้ไม่มองหน้ากันลำบาก “พะ พี่เจ... ฮาร์ท...” ต้องขอบคุณมิ้งที่โผล่หน้าออกมาจากช่องว่างของกำแพงที่พูดแทรกขึ้นมาพอดี เจเจเลยไม่ต้องรับมือกับคนที่ตั้งท่าจะหันมาเค้นความกับตน ทว่าพอฮาร์ทเห็นหน้า ‘ตัวต้นเหตุ’ ที่ทำให้ตัวเองร้อนรน ฝ่ายนั้นก็ชักสีหน้าอารมณ์เสียใส่ ประหนึ่งคนมีประจำเดือนก็ไม่ปาน “ถ้าเสร็จแล้วก็รีบ ๆ เดินออกมาสักทีเซ่! จะยืนรอให้พ่อเธอมาตัดริบบิ้นอยู่หรือไง!?” “ชะ ใช่แบบนั้นซะที่ไหนกันเล่า! ฉะ ฉันแค่จะมาถามว่าเมื่อกี้นี้ทั้งสองคนได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ กันไหมก็เท่านั้น” “เสียง? เสียงอะไร? พวกฉันไม่เสียมารยาทขนาดไปแอบฟังเสียงเธอตอนเข้าห้องน้ำหรอกนะ” “จะบ้าหรือไง! ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย! ตะ แต่เมื่อกี้นี้ตอนที่ฉันเข้าห้องน้ำ ฉันเหมือนได้ยินเสียงอะไรก็ไม่รู้ ฟังดูโหยหวนสุด ๆ อย่างกับเป็น...” ถึงคำที่ว่าจะไม่ได้ถูกพูดออกมา แต่ก็พอจะอนุมานได้ว่าพวกเราเข้าใจตรงกัน ภาณุพลเหลือบมองฮาร์ทที่หันมามองเป็นเชิงว่า ‘เมื่อกี้ได้ยินอะไรบ้างไหม’ เล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธออกไปโดยพลัน และนั่นทำให้เราสองคนพร้อมใจกันเดินอ้อมไปอีกฝั่งของกำแพงทันที “ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เจเจถามด้วยความเป็นห่วง เพราะพอได้เห็นสีหน้าของหญิงสาวแบบชัด ๆ ก็พบว่ามันดูซีดเซียวจนน่าตกใจ ส่วนเจ้าฮาร์ท พอเห็นว่ามิ้งดูอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็รีบเข้าไปประกบข้างคนที่เพิ่งล้างมือเสร็จทันที “แหะ ๆ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ... มิ้งแค่ได้ยินเสียงแปลก ๆ เลยตกใจเฉย ๆ แต่สงสัยจะหูแว่วไปเองละมั้งคะ” “รีบกลับกันเถอะ” เขาเสนอออกไปแบบนั้น ซึ่งอีกสองคนก็พยักหน้ารับอย่างไม่อิดออด แต่ยังไม่ทันที่พวกเราสามคนได้เดินออกไปด้านนอก ก็มีเสียงของอะไรบางอย่างดังขึ้นมาอย่างพอดิบพอดี ‘อ๊ะ~ อ๊า! แรงไปแล้วนะคะผู้ใหญ่ อื้อ! ขาหนูสั่นไปหมดแล้ว!’ ‘อูย... รุนแรงจังเลย ในหมู่บ้านไม่มีรูฟิต ๆ ให้ตอกเลยเก็บกดสินะคะ’ ‘ซี้ด! นังหนูนี่ ร่าน ๆ แบบนี้แหละ ถูกใจฉันนัก’ ‘ถ้าถูกใจก็จัดหนักมาเลยค่ะ ตลอดเจ็ดวันที่ทำค่ายอยู่ที่นี่ หนูจะเป็นคนรับน้ำของผู้ใหญ่เอาไว้เอง~’ !!!! สองหนุ่มหนึ่งสาวหันไปมองหน้ากันเองอย่างพร้อมเพรียง เมื่อเสียงร้องโหยหวนของผู้หญิงที่พวกเรารู้จักดีมันดังฟังชัดจนน่าตกใจ เจเจตัดสินใจหันไปคว้ามือข้างหนึ่งของมิ้งมาจับเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เธอตกใจกลัวจนวิ่งเตลิดหนีไป เช่นเดียวกับฮาร์ทที่เอื้อมไปคว้ามืออีกข้างมาจับเอาไว้ โดยไม่ต้องรอให้ใครออกปากสั่ง ทว่ายังไม่ทันที่พวกเราจะได้หลบออกไปจากห้องน้ำ ก็มีเงาตะคุ่มปรากฏขึ้นที่หน้าปากทางก่อนเสียอย่างนั้น ภาพอันแสนกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้นข้างทางเข้า ทำเอาทุกคนต้องวิ่งกลับมาด้านในและหาที่ซ่อนตัวกันพัลวัน เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่ตรงนั้นมันชวนให้ลำบากใจเกินกว่าจะเผชิญหน้าจริง ๆ

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Secret Love ซ่อนรักคุณหมอมาเฟีย

read
1.5K
bc

พลาดรักนายคาสโนว่า

read
23.4K
bc

บำเรอรักขัดดอก

read
2.9K
bc

เมียแต่งที่คุณไม่เคยต้องการ

read
21.9K
bc

ยั่วรัก หม้ายสาวสายแซ่บ

read
23.0K
bc

พี่สามีอย่ารังแกข้า

read
6.2K
bc

แอบเสียวจนได้ผัว (NC20+)

read
61.4K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook