บทที่ 2 ตู้เก็บของที่แสนอึดอัด

2937 Words
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!?” ชยทัตได้แต่สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด เมื่อตอนนี้ตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัด พวกเราไม่สามารถออกไปจากห้องน้ำได้ หากไม่เดินผ่านสองคนที่อุ้มแตงกันอย่างเมามัน เลยต้องพากันมาหลบอยู่ในตู้เก็บของเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในซอกลึกสุดของห้องน้ำแบบนี้ แต่ความซวยคือ ‘ผู้ใหญ่บ้าน’ กับ ‘แบมบู’ ดันพากันมาหยุดอยู่ตรงหน้าช่องเก็บของพวกเราซ่อนตัวกันอยู่พอดี ซึ่งบานประตูของตู้เก็บของที่พวกเราใช้แอบกันอยู่ตอนนี้ ก็มีช่องพอระบายอากาศเป็นริ้ว ๆ พอให้มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกได้พอดี ซึ่งสิ่งที่พวกเราเห็นอยู่ตอนนี้ คือผู้ใหญ่บ้านอายุคราวพ่อที่กำลังตอกกระเด้าประธานค่ายสาว เพื่อนของพวกเราอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงร้องครวญครางดังสนั่นไปทั่วห้องน้ำเพราะสองคนที่ทำกิจกรรมอยู่ด้านนอกปลดปล่อยความร้อนร่านออกมาอย่างไม่เก็บกัก พวกเขาคงคิดว่าที่นี่ไม่มีคนอื่นอยู่กระมัง แต่นั่นกลับทำให้สามชีวิตที่อัดกันอยู่ในตู้เก็บของได้แต่มองหน้ากันด้วยความลำบากใจ ลมหายใจของฮาร์ทเริ่มติดขัดขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นชายหนุ่มวัยกลัดมัน มีหนังสดมาเล่นข้าง ๆ แบบภาพเสียงคมชัดซะขนาดนี้ จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ที่ร่างกายของเขาแนบชิดกับคนที่ชอบทุกสัดส่วนแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ผิวกายนุ่มนิ่มของคนตัวเล็กที่ตอนนี้แทบจะจมอกเขากับพี่เจ ทำให้ชยทัตใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด กลิ่นแชมพูหอม ๆ ที่พัดโชยขึ้นมา มันทำให้เขาฟุ้งซ่านจนต้องพยายามเรียกสติตัวเองอยู่ในใจ มือใหญ่เอื้อมไปปิดตาของมิ้งด้วยความหวงแหน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองภาพเหตุการณ์ด้านนอกตาเป็นมัน ยายนี่ไม่รู้ตัวบ้างเลยเหรอว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเลวร้ายขนาดไหนน่ะ ขืนยังเอาแต่ทำหน้าแบบนั้นเดี๋ยวเขาก็อดใจไม่ไหว แล้วเสนอตัวสอนเรื่องที่เกิดขึ้นด้านนอกนั่นให้กันพอดี “นี่!” “อย่าเสียงดัง ไม่ใช่สิ่งที่เธอควรมอง” เขากระซิบเสียงเบา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันหน้ามาเตรียมจะโวยวายใส่กัน ซึ่งนั่นทำให้คนที่ถูกปิดตาอยู่เบะปากออกมาแทบจะทันที “ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ!” “มิ้ง ทำตามที่ฮาร์ทบอกเถอะ” เสียงสนับสนุนของคนที่เงียบอยู่นาน ทำเอาชยทัตอดไม่ได้ที่จะเหลือบตามอง ก่อนจะพบว่าพี่เจดูเสียอาการหนักกว่าเขาเสียอีก แม้แสงที่ส่องลอดเข้ามาในตู้จะมีเพียงน้อยนิด แต่เขาก็พอจะจับสังเกตได้ถึงลมหายใจหอบหนัก ไหนจะท่าทางที่ทำเหมือนพยายามจะถอยห่างจากยายมิ้งให้มากที่สุดนั่นอีก จู่ ๆ ฮาร์ทก็มีความคิดพิสดารสายหนึ่งผุดขึ้นมา ร่างสูงเบียดกายเข้าหาคนที่ยืนหันหลังให้ตัวเองมากขึ้นจนร่างกายของเราทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และนั่นทำให้คนที่ถูกอัดก๊อบปี้อยู่ตรงกลางถลาไปข้างหน้าอย่างพอดิบพอดี “อ๊ะ! / อึก!” ณัฐริกาที่ถูกปิดตาเอาไว้เสียหลักเล็กน้อยจึงเอื้อมไปเกาะไหล่คนข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว ถึงจะมองไม่เห็นแต่เธอรู้สึกได้เลยว่าพี่เจดูเกร็งกว่าปกติ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ทิ่มแทงท้องน้อยของตัวเองอยู่ “พี่เจ เข่าพี่มันดันมิ้งอยู่นะคะ” เธอว่าพลางขยับตัวไปมาด้วยความอึดอัด ก่อนจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่หยุดชะงักของอีกฝ่าย เพราะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง มิ้งเลยตั้งท่าเตรียมจะถอยห่างออกมาในทันใด แต่กลับถูกสิ่งที่คล้ายกันดุนดันตรงบั้นท้ายจนไม่กล้าขยับ ความเงียบที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดโรยตัวอยู่ระหว่างเราพักหนึ่ง แต่หลังจากเวลาผ่านไป พี่เจก็เปิดปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด “มิ้ง... ‘มัน’ ไม่ใช่เข่าหรอกนะ” “!!!” คล้ายกับรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณถึงตัวตนที่แท้จริงของเจ้าสิ่งนั้น หญิงสาวจึงรีบผละออกห่างด้วยความตื่นตระหนก แต่เพราะข้างหลังก็มีเจ้าสิ่งเดียวกันคอยตามประกบ มิ้งเลยไม่รู้ว่าจะหลบไปจากสถานการณ์ชวนกระอักกระอ่วนนี้ยังไงเหมือนกัน “อย่าดิ้นไปมากกว่านี้เชียว” เสียงทุ้มต่ำที่ดังมาจากด้านหลัง ฟังดูเหมือนคนพูดกำลังกัดฟันทน ทำเอาคนที่กำลังละล่ำละลักถึงกับชะงักกึกไป ณัฐริการับรู้ได้ว่าทั้งสองคนกำลังพยายามอดทนแค่ไหน ดังนั้นเธอจึงควรอยู่เฉย ๆ เอาไว้ เพื่อไม่ให้ทั้งสองคนวางตัวลำบาก “โทษทีนะมิ้ง พอดี... มันควบคุมไม่ได้น่ะ” “ไม่เป็นไรค่ะพี่เจ มิ้งเข้าใจ... บรรยากาศมันพาไปนี่นา” มิ้งว่าพลางฉีกยิ้มสู้ แม้ลึก ๆ ในใจจะแอบหวั่น ๆ เธอเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติหากร่างกายจะมีปฏิกิริยาแบบนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้เสียเมื่อไหร่ล่ะ “โธ่เว้ย! แล้วทำไมฉันต้องมาอยู่กับเธอในสถานการณ์แบบนี้ด้วยเนี่ย!?” “ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น! ว่าแต่... แกช่วยขยับออกไปนิดนึงได้ไหม ของแกมันทิ่มก้นฉันอยู่นะ” เธอหันไปกระซิบบอกคนที่เอาแต่โวยวายงุ้งงิ้งไม่ยอมหยุด แถมยังขยับสะโพกถู ‘เจ้าสิ่งนั้น’ กับบั้นท้ายของเธออย่างอยู่ไม่สุข คล้ายกำลังหาที่ระบาย “ทีไอ้พี่เจมันทิ่มได้ แต่ฉันทิ่มไม่ได้หรือไงกัน?” ฮาร์ทถามกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเรียบนิ่งอย่างผิดปกติ ก่อนจะปล่อยมือที่ปิดตาเอาไว้ออก แต่ยังไม่ทันที่มิ้งจะได้ตอบ ใบหน้าของเธอก็ถูกจับให้หันไปสบตากับอีกฝ่ายทั้งอย่างนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ใบหน้าเอาจริงเอาจังกับแววตาที่แฝงไว้ด้วยกาตัดพ้อ มันทำให้ณัฐริการู้สึกหวิวในใจอย่างบอกไม่ถูก จนต้องรีบพูดแก้ตัวออกไปโดยพลัน “มะ ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย...!” แม้จะไม่ได้อธิบายอะไรไปมากกว่านี้ แต่เพียงสบตาต่างฝ่ายก็ต่างเข้าใจกันได้ หลังจากเวลาผ่านไป ฮาร์ทจึงโน้มตัวลงมากอดเธอไว้และซุกหน้าลงบนซอกคอเหมือนตัวเองเป็นเด็กอย่างไรอย่างนั้น พรึ่บ! “นี่... มันอึดอัดนะ” เสียงหวานร้องเรียกคนที่ใบหน้าเฉียดใกล้ข้างแก้มของตัวเองไปเพียงเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าวงแขนที่โอบรอบเอวทำให้เธอหายใจลำบาก ทว่านอกจากจะไม่ยอมปล่อย เจ้าคนหัวดื้อกลับยิ่งประชดประชันกันด้วยการกอดรัดให้แน่นขึ้นอีกต่างหาก เล่นเอาร่างกายของเธอยิ่งถูกดุนดันด้วยสิ่งที่แข็งผงาดมากขึ้นเสียอย่างนั้น “ฮาร์ท!!” “หนวกหูน่า~ เธอจะเสียงดังให้คนข้างนอกรู้ว่าพวกเราแอบดูอยู่หรือไง?” ประโยคนั้นทำเอาณัฐริกาที่ตั้งท่าจะโวยวายถึงกับจนคำพูด เพราะขืนคนข้างนอกรู้ว่ามีคนกำลังแอบดูอยู่ คงจะทนมองหน้ากันต่อไม่ไหว “...ฉันไม่เสียงดังก็ได้ แต่แกช่วยทำอะไรสักอย่างกับไอ้ของที่ดันหลังฉันอยู่ตอนนี้หน่อยได้ไหม” “เรื่องแบบนั้นจะไปทำได้ได้ยังไง? ต้องมายืนเบียดกับคนที่ชอบในที่แคบ ๆ แถมยังมีคนมาเอากันอยู่ข้าง ๆ แบบนี้อีก ถ้าไม่เ****นก็แปลกแล้วปะ” หน้าสวยร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้าม ก่อนจะรีบสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความขัดเขิน ถึงจะไม่รู้ว่าไอ้ที่พูดมามันมีความจริงอยู่กี่มากน้อยก็เถอะ แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจของมิ้งทำงานหนัก “นะ นี่แกยังไม่เลิกเล่นมุกนี้อีกเหรอ? ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเอามุกนี้มาเล่นกับฉัน ...เก็บไปพูดกับสาว ๆ ของแกไป” เธอว่าพลางหลุบตาลงเพื่อซุกซ่อนความรู้สึกขุ่นมัวในใจ ก่อนจะเผลอขยับตัวเข้าไปใกล้พี่เจคล้ายกับกำลังหนีจากคนที่กอดตัวเองจากด้านหลัง มิ้งรู้ดีว่าที่ผ่านมาฮาร์ทมีผู้หญิงหลายคนเข้ามาพัวพัน ถึงสุดท้ายเจ้าตัวจะไม่ได้ลงเอยกับใคร แต่เธอก็เคยได้ยินเรื่องที่เขาไปวันไนต์กับสาว ๆ อยู่เป็นประจำ มิ้งเลยทำใจเชื่อคำสารภาพรักของผู้ชายคนนี้ไม่ลง ทว่า... “มุกบ้าอะไรของเธอ! ฉันว่าฉับบอกเธอเป็นล้านครั้งแล้วนะว่า ‘ฉันชอบเธอจริง ๆ’ กับผู้หญิงพวกนั้นฉันก็แค่วันไนท์แก้เ****นเฉย ๆ ถ้าแกยอมรับรักฉันตั้งแต่แรก ฉันจะต้องไประบายกับคนอื่นแบบนั้นเหรอวะ” “ไอ้บ้าฮาร์ท! นี่แกกล้าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดต่อหน้าพี่เจได้ไงเนี่ย!?” “แล้วทำไมจะไม่กล้า? ในเมื่อไอ้ที่พูดไป มันก็เป็นความจริงทั้งนั้น! เรื่องที่ฉันชอบเธอ ถ้าไม่โง่ใคร ๆ เขาก็ดูออกกันหมดแหละมิ้ง เหมือนกับเรื่องที่ไอ้พี่เจมันพยายามจีบเธออยู่นั่นแหละ!” “!!!” “ฉันรู้แล้วว่าเธอกำลังกิ๊กกับมันอยู่...แล้วก็รู้ด้วยว่าไอ้พี่เจมันบอกชอบเธอไปแล้ว แต่เธอกล้าพูดออกมาไหมว่าที่ผ่านมา เธอไม่เคยหวั่นไหวกับฉันเลยน่ะ?” ณัฐริกาได้แต่อ้าปากบ้าใบ้อย่างพูดไม่ออก ขณะที่มองหน้าผู้ชายสองคนที่ยืนประกบหน้าหลังตัวเองสลับกันไปมา ด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้าใส่ ใช่... มิ้งรู้ตัวมาตั้งนานแล้วว่าตัวเองคิดไม่ซื่อกับเพื่อนสนิท แต่เพราะอีกฝ่ายติดเล่น วัน ๆ คิดแต่จะแกล้งกัน เธอเลยไม่กล้าพอเชื่อคำสารภาพรักพวกนั้น ทุกครั้งเวลาที่ฮาร์ทบอกชอบเธอ มันดูไม่จริงจังเลยสักนิด อีกฝ่ายดูเหมือนพร้อมจะพูดว่า ‘ล้อเล่น’ ออกมาเสมอ ถ้าโดนเธอปฏิเสธด้วยซ้ำ พอเอามารวมเข้ากับเรื่องที่ (ได้ยินมา) ว่าเขาไปวันไนต์สแตนด์กับผู้หญิงคนอื่น ในสายตามิ้งเลยยิ่งรู้สึกว่าคำสารภาพของฮาร์ทมันไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด ดังนั้นเธอเลยพยายามตัดใจจากฮาร์ทแบบเงียบ ๆ และในตอนนั้นเองที่พี่เจเดินเข้ามา เขาทั้งแสนดี สุขุม คอยเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอในเวลาที่เธอต้องการ สุดท้ายมิ้งก็ตกหลุมรักอีกฝ่ายไปอย่างง่ายดาย มันดีนะ...ที่เราสองคนใจตรงกัน แต่ลึก ๆ ในใจเธอก็ยังมีเรื่องของฮาร์ทที่ติดค้างอยู่ มิ้งรู้สึกว่าการคบใครสักคนด้วยความรู้สึกครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้ มันเป็นอะไรที่โคตรจะเลวร้าย เธอไม่สามารถตอบตกลงคบกับคนที่ดีกับเธอมาตลอด ทั้งที่ตัวเองยังมีคนอื่นในใจได้ จึงทำได้เพียงบอกพี่เจไปว่า ‘ขอเวลาตัดสินใจก่อน’ เท่านั้น มันเป็น ‘การขอเวลาตัดสินใจ’ เพื่อ ‘ตัดใจ’ จากฮาร์ท มิ้งกะว่าถ้าสุดท้ายไม่สามารถทำได้จริง ๆ ก็จะปฏิเสธพี่เจไป แต่ใครมันจะไปคิดล่ะ ว่าวันหนึ่งจะเกิดเหตุการณ์ที่ดูเหมือนรถไฟชนกันแบบนี้ขึ้นมาล่ะ มันทั้งรู้สึกแย่และรู้สึกผิด... เธออับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีที่ตัวเองเป็นคนโลเล ไม่ยอมเลือกทางไหนสักทาง แถมเรื่องทั้งหมดยังเกิดขึ้นต่อหน้าผู้ชายสองคนที่ตัวเองมีใจให้อีกต่างหาก หรือความจริงแล้วการปฏิเสธทั้งสองคนไปเลยจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดกัน? “ถ้าเธอเลือกไม่ได้ ก็ไม่ต้องเลือก มีผัวสองคนไปเลยก็ไม่เลวปะ?” คำพูดของฮาร์ทที่โพล่งขึ้นมาในระหว่างที่เธอตกอยู่ในภวังค์ ทำเอาณัฐริกาถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก เธอกำลังจะง้างปากด่าออกไปอยู่แล้วว่า ‘จะบ้าเหรอ?’ แต่พี่เจที่ตอนนี้เอื้อมมือมากอดเธอด้วยอีกคนกลับแทรกขึ้นมาก่อนเสียอย่างนั้น “ฮาร์ท นี่แกไม่คิดจะถามฉันหน่อยเหรอ ว่าฉันจะยอมแบ่งมิ้งให้แกไหม? คิดว่าฉันจะยอมยกให้ง่าย ๆ หรือไงกัน?” “ไม่รู้อ่ะ ผมรักของผมมาตั้งแต่ม.ปลาย จู่ ๆ พี่จะมาแย่งผมไปได้ไง? ถ้าพี่ไม่แบ่ง...งั้นพี่ยกมิ้งให้ผมไหม? ผมไม่มีปัญหานะ เพราะยังไงผมก็อยากยึดมันไว้คนเดียวมากกว่าต้องแบ่งกับคนอื่นเหมือนกัน” “ฝันไปเถอะไอ้เด็กเวร! เรื่องมิ้ง ฉันก็จริงจังเหมือนกัน! คงจะยอมยกให้แกหรอก! ผัวก็ไม่ใช่...แต่ทำตัวหวงออกนอกหน้า เป็นหมาหรือไง” “แล้วสรุปพี่จะเอายังไง? จะดีลไม่ดีล? ถ้ารอให้ไอ้มิ้งมันเป็นคนตัดสินใจ ผมว่าชาตินี้ทั้งชาติทั้งผมทั้งพี่คงไม่มีใครได้มันสักคน เผลอ ๆ อาจจะมีตัวละครที่สามโผล่มาฉกมันไปเลยก็ได้นะ” คนที่ถูกยื้อยุดอยู่ตรงกลางได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ อย่างพูดไม่ออก เพราะไม่เข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ทั้งที่ตอนแรกตอนที่ฮาร์ทพูดเรื่องที่เธอคุย ๆ อยู่กับพี่เจขึ้นมา มิ้งทำใจแล้วว่าหากไม่เลือกใครสักคนในวันนี้ เธอคงต้องยอมเสียทั้งสองคนไป แต่นี่กลับกลายเป็นฮาร์ทกับพี่เจหันไปตกลงกันเรื่องแบ่งเธอด้วยกันแทนเสียอย่างนั้น “ดะ เดี๋ยวก่อนสิ...! ไหงเป็นงี้ไปได้? ไม่มีใครคิดจะถามความเห็นฉันหน่อยเหรอ!?” เสียงหวานร้องโวยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ ขณะที่พยายามสะบัดตัวหนีจากอ้อมกอดของคนทั้งสอง เพราะตอนนี้ต่างฝ่ายต่างกอดรัดเธอไว้แน่นราวกับเด็กหวงของ ร่างกายของพวกเราแนบชิดกันทุกสัดส่วนจนไม่เหลือช่องว่าง ซึ่งมันทำให้ณัฐริการู้สึกอึดอัดและร้อนรุ่มในเวลาเดียวกัน หน้าสวยร้อนผะผ่าวด้วยความขัดเขิน เมื่อสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตที่ดุนดันตัวเองอยู่ทั้งหน้าและหลัง มิ้งพยายามดันตัวออกห่างจากคนทั้งสอง แต่เพราะพวกเราสามคนอัดกันอยู่ในตู้เก็บของแคบ ๆ ความพยายามของเธอจึงไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่นัก ซ้ำพอทั้งคู่เห็นว่าเธอพยายามผละตัวออกห่าง พวกเขาก็ยิ่งกอดรัดและขยับหน้าเข้ามาใกล้กันมากกว่าเดิม “เรื่องถามเธอน่ะ ฉันถามแน่ แต่ฉันก็แค่จะตกลงกับพี่เจไว้ก่อน เพราะถ้ามีแต่ช้อยส์ให้เลือกใครคนใดคนหนึ่ง เธอคงเลือกไม่ได้” “...” “เผลอ ๆ เธออาจจะเททั้งฉันทั้งไอ้พี่เจเลยก็ได้ ซึ่งฉันจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นเด็ดขาด! ฉันรู้จักเธอดีมิ้ง... อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทัน เพราะงั้นไอ้ทางเลือกที่ ‘เจ็บทุกคนแต่จบกันไป’ อะไรนั่นน่ะ ลบออกจากสมองไปได้เลย! ฉันไม่ให้ผ่าน!” เพราะถูกฮาร์ทดักทางไปหมด หญิงสาวเลยไม่รู้จะเถียงกลับไปยังไง เธอได้แต่ก้มหน้าคางชิดอกตัวเองโดยไม่พูดอะไร แต่หารู้ไม่ว่านั่นกลับยิ่งทำให้สองหนุ่มได้ใจและเบียดกายเข้าหา ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดซอกคอทำเอามิ้งขนลุกซู่ไปหมด เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะทำเป็นไม่สนใจ แต่การที่ใบหน้าคมสันของคนทั้งคู่ที่คลอเคลียอยู่ข้างใบหูกลับทำให้เรื่องนั้นเป็นไปได้ยาก “มิ้ง ทำไมตัวหอมจังวะ...” เสียงทุ้มพร่าของฮาร์ทมันฟังดูเย้ายวนอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ก่อนจะต้องผวาเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงริมฝีปากอุ่นร้อนที่กดแนบลงบนซอกคอขาว “อ๊า~” ทันทีที่รู้ตัวว่าเผลอหลุดร้องออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ ณัฐริกาก็รีบตะครุบปากตัวเองเอาไว้ทันที แต่นั่นกลับทำให้ฮาร์ทกับพี่เจจ้องมองกันตาวาว “เสียงเธอแม่ง... น่าเอาชะมัดเลย” “นี่!!” “ฉันรู้หรอกน่า สัญญาว่าตอนนี้จะยังไม่ทำถึงขั้นนั้น แต่อย่างน้อย ๆ ก็ควรช่วยกันหน่อยปะ” “ละ แล้วจะให้ช่วยอะไร...” “เธอแค่ยืนเฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ปล่อยตัวตามสบายก็พอ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD