หลังจากที่ยัยตัวดีหนีออกจากคอนโดไป ทิ้งให้ผมค้างเติ่งอยู่แบบนั้น ผมก็นอนหลับไปด้วยความหงุดหงิดจนถึงห้าทุ่ม ร่างกายที่ยังไม่ได้ปลดปล่อยมันทำให้ผมตื่นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ผมจัดการอาบน้ำแต่งตัว กะว่าจะไปหาอะไรสนุกๆ ทำที่ผับสักหน่อย แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าออกจากห้อง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาซะก่อน
‘ป๊า’ ผมจ้องชื่อบนหน้าจอครู่หนึ่งก่อนจะกดรับด้วยเสียงเรียบๆ ผมรู้ดีว่าถ้าป๊าโทรมาเวลานี้ ไม่พ้นเรื่องเดิมๆ ท่านชอบทำตัวเป็นพ่อสื่อ เที่ยวหาผู้หญิงที่ดูโปรไฟล์ดีๆ มาประเคนให้ผมเสมอ
" ว่า "
" เข้ามาหากูพรุ่งนี้ หนูแพรวเค้ายะ... "
นั่นไง... ผมเดาผิดที่ไหนล่ะ ยังไม่ทันจบประโยคผมก็พอจะเดาออกว่าหนูแพรวลูกสาวนักธุรกิจคนไหนสักคนที่ป๊าไปดีลมาให้อีกตามเคย
" ไม่ว่าง " ผมพูดตัดบททันควัน ไม่มีความคิดจะทำตามใจท่านแม้แต่น้อย
" มึงจะไม่ว่างตลอดเลยรึไง! มาหากูพรุ่งนี้ 10 โมง กูรู้มึงมีเรียนบ่าย อย่าให้กูต้องสั่งคนไปลากมึงมา! "
แล้วป๊าก็ตัดสายทิ้งไปทันที ไม่แปลกหรอกครับที่ท่านจะรู้ตารางเรียนของผม เงินและอำนาจคือสิ่งที่ป๊าผมมีล้นมือ จนสามารถสะกดรอยตามชีวิตลูกชายตัวเองได้ทุกก้าว ผมถอนหายใจทิ้งอย่างเซ็งๆ ขี้เกียจจะมีปัญหาไปมากกว่านี้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้... ผมต้องไปจัดการอารมณ์ที่มันยังค้างคาจากเมื่อตอนกลางวันให้จบ
พอผมมาถึงผับ บรรยากาศเดิมๆ ที่คุ้นเคยก็ต้อนรับผม เสียงเพลงเบสหนักๆ และกลิ่นแอลกอฮอล์ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้น เด็กในร้านพอเห็นผมเดินเข้ามาก็กรูเข้ามารุมล้อม ออดอ้อนขอความรักอย่างที่เคยทำ ผมไม่พูดพร่ำทำเพลง เลือกเด็กที่ดูถูกใจที่สุดมาหนึ่งคนแล้วลากแขนขึ้นไปที่ห้องรับรองชั้นบนทันที
ในห้องมี ไอ้ทัพ กับ ไอ้เสือ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว พวกมันสองคนหันมามองผมพร้อมรอยยิ้มรู้ทัน
" ไงงงงง ไอ้แผนเพื่อนรัก รู้ใจจริงๆ ว่ะ "
ไอ้เสือยิ้มจนปากจะฉีกถึงรูหู มันกวักมือเรียกเด็กที่ผมพามาไปหาที่โซฟาทันที ท่าทางมันก็คงกระหายไม่ต่างจากผม
" ในนี้เลยอ่อวะ เดี๋ยวไอ้ห่ารามมาเห็นมันก็บ่นเป็นหมีกินผึ้งอีก " ไอ้ทัพถามขณะที่มือมันยังไม่นิ่ง
" เออ " ผมตอบสั้นๆ อย่างไม่แยแส ก่อนจะคว้าขวดเหล้ามาเทใส่แก้วครึ่งแก้วแล้วกระดกลงคอรวดเดียวรวดเดียว ความร้อนผ่าวของแอลกอฮอล์แล่นผ่านลำคอ ผมวางแก้วลงแล้วปลดเข็มขัดออกอย่างใจร้อน
" มาถึงก็เอาเลยอ่อวะ ค้างมาจากไหนรึเปล่ามึงเนี่ย "
เหมือนไอ้เสือมันจะมองออก มันทักผมพร้อมกับปลดกางเกงตัวเองตาม ส่วนไอ้ทัพตอนนี้มันนอนพิงโซฟาให้เด็กอมของมันอยู่ เสียงซี๊ดซ๊าดดังไปทั่วห้อง
" ซะ...ซี๊ดด~ น้องแม่งมิยาบินี่หว่า อ่าาา~ "
ไอ้ทัพครางพึมพำด้วยความเคลิ้ม ผมจัดการสวมถุงยางป้องกันให้เรียบร้อยก่อนจะจับร่างเด็กคนนั้นให้อยู่ในท่าที่ต้องการ แล้วยัดแก่นกายเข้าไปในช่องรักที่รออยู่ทันที
สวบ!
ผมกระแทกเข้าไปอย่างแรงโดยไม่มีความสงสาร ในใจก็นึกสบถว่าหลวมขนาดนี้ไม่ทำรีแพร์มาวะ แต่อารมณ์ที่พุ่งพล่านมันทำให้ผมไม่สนรายละเอียดพวกนั้น ผมระเบิดอารมณ์ใส่ไม่ยั้ง
" อ๊ะๆๆ พี่ขุนแผน... อ๊าา~ แรงอีกค่ะ แรงอีก อื้มมมม~ "
เธอครางชื่อผมลั่นห้องด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเธอร้องขอ ผมก็จัดให้ตามคำขอครับ ผมกระแทกเข้าไปรัวๆ แรงขึ้นทุกจังหวะ พร้อมกับเงื้อมมือฟาดลงบนก้นงอนงามของเธอจนขึ้นรอยแดง
" อ๊ะๆๆๆ อึกๆ พี่ขะ...ขุน อ๊ะ...แผน อื้ออออ~ "
ยิ่งเธอร้อง ผมยิ่งสะใจ ผมถอดถอนออกมาเปลี่ยนท่าเป็นนั่งลงบนโซฟา แล้วให้เธอนั่งทับลงมาบนตัวผมแทน โดยที่ใบหน้าของเธอต้องคอยสลับไปอมของไอ้เสือกับไอ้ทัพที่นั่งขนาบข้างอยู่
ปั๊กๆๆ! จังหวะการกระแทกกระทั้นรุนแรงจนโซฟาสั่นสะเทือน ผมเอามือหนาบีบเค้นเต้านมที่ผ่านการทำศัลยกรรมมาอย่างหนักมือ บีบจนกังวลว่าซิลิโคนมันจะแตกคามือผมหรือเปล่า
" อ๊ะๆๆๆ อ๊าาาๆ พี่ขุนแผน~ อ๊ะๆ บะ...เบาหน่อยค่ะ อื้อออ อ๊าาา "
ผมไม่สนคำขอร้องนั่น กระแทกใส่เธอเน้นๆ จนในที่สุดผมก็ถึงจุดหมาย ผมถอดถอนตัวออกมา จัดการทิ้งถุงยางแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปล้างคราบกามออกอย่างรวดเร็ว พอออกมาผมก็นั่งลงดูไอ้เสือกับไอ้ทัพที่กำลังฟัดเด็กคนนั้นต่ออย่างเอาเป็นเอาตาย พวกมันทั้งกระชากผม ทั้งฟาดก้นเธอแรงๆ จนผมแอบคิดในใจว่า... ยัยนี่จะตายห่าคามือพวกมันไหมวะ
นั่งกินเหล้าไปได้สักพัก อารมณ์มันดันกลับมาอีกรอบ ผมเลยกวักมือเรียกเด็กอีกคนขึ้นมา คราวนี้ผมให้นั่งลงตรงหน้าแล้วเริ่มอมของผมทันที ผมนั่งจิบเหล้าไปพลาง มองดูพวกมันไปพลาง โดยที่มีปากนุ่มๆ คอยปรนเปรออยู่ข้างล่าง
" ดูดหัวแรงๆ! "
ผมสั่งเสียงเข้มพร้อมกับกระชากผมเธอให้ทำเร็วขึ้นตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งสูงใกล้จะถึงจุดพีค
" อ๊อกกกๆๆ แค่กๆๆ อื้ออออๆ "
เธอถึงกับน้ำตาเล็ดเพราะทำตามคำสั่งผมไม่ทัน สักพักผมก็ปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนเต็มปากเธอ ผมจัดการโยนเงินปึกหนึ่งใส่หน้าเธอเป็นรางวัล ก่อนจะไล่ออกไปจากห้อง
สำหรับผม เงินมันก็เหมือนกระดาษนั่นแหละ แล้วยังไงล่ะ? ก็ในเมื่อมันคือเงินของผม ผมหามาได้ ผมก็มีสิทธิ์ใช้มันซื้อความสุขให้ตัวเอง ผมหยิบถุงยางอันใหม่ขึ้นมาฉีกอีกครั้ง แล้วเดินตรงไปหาเด็กคนแรกที่ยังคงนอนหอบอยู่บนโซฟาเพื่อกะแทกต่อให้หายหงุดหงิด...