โชคชะตา

1394 Words
“พี่หายไปไหนมามืดค่ำเนี่ย” จอดยานพาหนะสองล้อไว้ตามเดิมแล้วเดินขึ้นมาเรือนไทยหลังใหญ่ได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องหยุดยิ้มให้ผู้เป็นน้องสาว ที่คงจะเสร็จจากงานในตัวเมืองแล้วมานั่งรอณีนรินทร์ตรงบันไดเช่นนี้เหมือนตอนเด็ก ๆ ทั้งที่มารดากล่าวบ่นก็แล้ว เนื่องจากมันเป็นทางขึ้นบ้าน โตมาเจ้าตัวยังทำให้เห็นอีกไม่เลิกรา แต่อาการเช่นนี้คงไม่ได้งอนใครในบ้านเข้าใช่หรือไม่ “ลองไปปั่นจักรยานมา แล้วเจอดอกบัวในสระหมู่บ้านพอดี พี่เลยเอามาให้แม่ไหว้พระน่ะ” “เฮ้ย ๆ ไม่ใช่ว่าลงไปเอาเองใช่ไหมหนูณี แบบนั้นจะฟ้องเฮียปราบตีให้ก้นลายเลย” ณีนราที่นั่งทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายอยู่ดีดตัวขึ้นทันควันเมื่อได้ยินคำตอบของพี่สาวฝาแฝด สระในหมู่บ้านที่เพิ่งขุดใหม่ตอนสองสามปีให้หลัง แม้ว่าจะเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำและพืช แต่ทุกคนก็ทราบดีว่าความลึกของมันเป็นอันตรายต่อคนซึ่งวายน้ำไม่เป็นแบบณีนรินทร์ขนาดไหน เจ้าตัวกลัวน้ำมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ ชนิดที่ว่าวิชาว่ายน้ำต้องมีคุณครูอยู่ดูแลไม่ห่าง แล้วไปเอาดอกบัวที่ถือแนบอกมาได้ยังไง “ไม่ใช่ ๆ พอดีว่าพี่เจอคนใจดีที่ตั้งใจเก็บไหลบัวอยู่เขาแบ่งให้น่ะ” กล่าวตอบออกไปขณะที่รอยยิ้มเต็มแก้ม จนน้องสาวอดที่จะเอื้อมมือเล็กออกไปบีบความนุ่มนิ่มของมันไม่ได้ด้วยความมันเขี้ยว และทุกคนก็ต่างทราบดีว่าความจริงแล้วณีนรานั่นแหละ เหมาะสมที่จะเป็นพี่สาวอีกฝ่ายมากกว่า ขนาดที่ว่าให้ผู้เป็นพี่สาวออกมาจากครรภ์มารดาก่อน รวมถึงยอมให้พี่สาวฝาแฝดได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ส่วนงานหนักทุกอย่างเจ้าตัวนั้นจะรับเอาไว้เอง หนูนาก็รักหนูณีขนาดนี้ แล้วจะไม่ให้นึกโกรธบิดาที่เชิญคนพวกนั้นเข้ามารอพี่สาวได้ยังไง นั่นจึงเป็นเหตุว่าทำไมเธอถึงเลือกมานั่งอยู่เช่นนี้ แทนที่จะไปปั้นหน้าคุยกับแขกบ้านแขกเรือน “ค่อยโล่งใจหน่อย แต่หนูณีน่าจะกลับมาช้า ๆ กว่านี้” “ทำไมล่ะ มีอะไรหรือเปล่า” ณีนรินทร์หันมองตามที่น้องสาวพยักเพยิดใบหน้าไปทางรถยนต์คันหรูที่ตัวเธอเองก็ไม่ได้สังเกตตอนกลับเข้าบ้านมา จากป้ายทะเบียนของมันก็พอจะทราบได้แล้วว่าเป็นครอบครัวของอดีตนายทหารยศใหญ่ซึ่งบ้านเรามีบุญคุณกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า แม้พวกท่านจะจากไปนานแล้วพวกเขาก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่ ทว่าก็ไม่ได้บ่อยนัก คงจะมีแต่ช่วงหลัง ๆ นี่แหละ ที่แค่มองก็รู้แล้วว่าอยากจะใช้ประโยชน์จากบิดาเธอเพื่อเตรียมตัวก้าวเข้าสู่เส้นทางนักการเมืองอย่างเต็มตัว นั่นทำเอาณีนรินทร์หวั่นใจอยู่ไม่น้อย เราเป็นบุตรสาวกันทั้งคู่ หากเรื่องนี้เธอยังไม่รับไปอีก อย่างไรก็ไม่พ้นผู้เป็นน้องสาวต้องรับทุกอย่างแทนอีกตามเคย “ถ้าหนูณีไม่อยากเจอพวกเขา เดี๋ยวหนูนาจะไปโกหกให้เองว่าหนูณีไม่ค่อยสบาย ไม่สะดวกพบใครตอนนี้” “หัดโกหกผู้ใหญ่หน้าด้าน ๆ เป็นเด็กไม่ดีเลยนะคะ คุณณีนรา” ‘ราชสีห์’ เป็นอีกคนที่หนูนาเกลียดชังไม่ได้ต่างจากบิดาของอีกฝ่าย ซึ่งอยากจะใช้ครอบครัวเราเป็นทางผ่านในการหาผลประโยชน์ส่วนตน เพียงแต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า อีกฝ่ายเป็นพวกเขี้ยวลากดิน ไม่มีเรื่องบาดหมางกันจะถือว่าเป็นการดีที่สุด ทว่าจะมาท่วงบุญคุณของญาติผู้ใหญ่ที่จากกันไปนานแล้วเพื่อบีบพี่สาวเธอให้ตบแต่งด้วยก็ไม่ได้หรือไม่ ต่อให้มีอำนาจมาจากไหน หากต้องปกป้องพี่สาว หนูนาก็พร้อมชนทุกอย่าง เสี่ยกับเฮียปราบเองก็ด้วย แต่สถานการณ์ของเราตอนนี้ก็ไม่ได้ถือไผ่เหนือกว่าเลยสักนิด “ที่บ้านไม่ได้สอนให้เป็นคนดีกับพวกที่มีแต่จะเอารัดเอาเปรียบคนอื่น” “หนูนา พี่ฝากเอาดอกบัวไปล้างแล้วจัดใส่แจกันไว้ให้แม่ไหว้พระทีนะ คุณราชสีห์มีธุระกับนรินทร์ใช่ไหมคะ งั้นกลับขึ้นไปคุยกันข้างบนเถอะค่ะ” “ครับ พี่กับคุณพ่อได้ข่าวว่าคุณครูได้ย้ายกลับมาทำงานที่บ้านเราแล้ว จึงอยากแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนหน่อย สะดวกพบกันอยู่ใช่ไหมครับ หรือป่วยแบบที่คุณณีนราว่า” “สะดวกค่ะ ขอโทษที่ให้รอนะคะ” ลูกชายอดีตนายทหารยกยิ้ม พยักใบหน้าหล่อเหลาให้ฝาแฝดคนพี่ และก่อนจะเดินตามหลังเธอกลับขึ้นไปบนบ้านหลังใหญ่ก็ไม่ลืมขยับยิ้มให้ผู้เป็นน้องสาวของณีนรินทร์เช่นเดียวกัน “ราชา ราชสีห์ เผลอเมื่อไหร่ โรงไม้คุณได้วายวาดแน่” จากที่เคยมีบ้านเล็ก ๆ อยู่ ตอนนี้แค่ได้อาศัยห้องพักคับแคบรูหนูร่วมกับผู้เป็นยาย มีข้าวรับประทานครบสามมื้อไม่อดตายก็นับว่าเป็นบุญของคนที่ปากกัดตีนถีบ จบแค่สายอาชีพแล้วต้องรับผิดชอบหนี้สินทุกอย่างแล้ว “ยาย กินข้าวหรือยังครับ” “โผล่หัวมาแล้วเหรอ วัน ๆ ดีแต่ไปทำตัวเป็นขี้ค่าไอ้ค่ายมวยกระจอกนั่น” “วันนี้มีแกงสายบัวใส่หมูนะครับ ถ้ายายจะทานเลยเดี๋ยวผมไปตักข้าวให้” จากที่เบาใจหน่อยว่าวันนี้ผู้ปกครองไม่ได้เมาหัวราน้ำอย่างเคย รวมถึงยังอยู่ติดห้องไม่ใช่วงการพนันที่ไหน เอกราชจำต้องคิดใหม่ ยามเปิดหม้อหุงข้าวขนาดเล็กแล้วพบเป็นความว่างเปล่า อีกทั้งถังใส่ข้าวสารก็ไม่เหลืออะไรอยู่เลย ทำเอาผู้เป็นหลานชายจำต้องผ่อนลมหายใจออกมา ยายคงจะแอบตักใส่ถุงไปขายอีกตามเคย “อย่ามาใช้สายตาแบบนั้นมองกู นับวันมึงยิ่งน่ารังเกียจเหมือนอีตัวเสนียดจัญไรนั่น โตมาก็ไม่ค่อยจะมีประโยชน์อะไร เลี้ยงเสียข้าวสุกกูเปล่า ๆ” แม้จะอย่าเถียงออกไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหล่อนมีส่วนเลี้ยงเขามาจริง ๆ ถึงแม้จะเป็นแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ก็ตาม และที่เขาไม่ตายไปก่อนก็เป็นเพราะข้าวก้นบาตรของหลวงตา เหตุด้วยโดนยายบังคับให้ทำงานใช้แรงมาตั้งแต่ยังเด็กแบบอดมื้อกินมื้อ แค่โตมาได้ขนาดนี้ก็นับว่าดีมากแล้วจริง ๆ “ผมเพิ่งซื้อข้าวสารมาไว้ให้ ยายเอาไปขายอีกแล้วเหรอครับ” “ก็มันเป็นของกู ทำไมกูจะขายไม่ได้ ไหนล่ะเงินของเดือนนี้ มึงรีบเอามาสิ” เมื่อยังเห็นว่าหลานชายทำเพียงแค่ยืนมองตนเองด้วยสายตาแห่งความผิดหวัง มือแห้งเหี่ยวก็รีบคว้าเอากระเป๋าเป้สะพายเน่า ๆ ของเอกราชมาเพื่อหวังจะค้นหาเงินในนั้น สิ้นเดือนแล้วนี่ อย่างไรมันก็ต้องได้จากอู่ซ่อมรถที่ทำงานมาอยู่ไม่มากก็น้อย “ยาย หยุดนะครัยบ อย่ายุ่งกับของผม” เงินที่ได้มาจากการทำงานทุกอย่าง แน่นอนว่าเขาต้องเก็บเอาไว้เพื่อใช้หนี้ให้หล่อนอยู่แล้ว ซึ่งมันแทบจะไม่พอให้เอาไปใช่จ่ายอย่างอื่นเลยด้วยซ้ำ แต่ยายวันก็ไม่เคยจะเข้าใจอะไรสักอย่าง กระทั่งได้กระเป๋าสตางค์เก่า ๆ ของหลานชายไปจึงโยนเป้ที่บรรจุอะไรก็ไม่ทราบหนักหนาคืนให้ พร้อมกับเตรียมเดินออกจากห้องเช่าไปด้วยท่าทีอารมณ์ดี ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับตุ๊กตาสีหวานซึ่งคงจะร่วงหล่นตอนหล่อนค้นหาของในกระเป๋าเอกราชมันเข้าพอดี “ยังเก็บมันเอาไว้อีกเหรอหลานรัก โชคชะตาก็ช่างขยันเล่นตลกกับพวกมึงจริง ๆ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD