ไม่ทราบเช่นกันว่าตัวเองไปเอาความอาจหาญมาจากไหนถึงได้กล่าวแบบนั้นออกไปต่อหน้าหญิงสาว ผ่านมาร่วมสัปดาห์แล้วขนาดที่มีเวลาว่างยามเช้าให้ตื่นมาวิ่งออกกำลังกาย เอกราชยังสลัดเรื่องเธอคนนั้นออกจากหัวไม่ได้เลย
และคิดว่ามันแย่มาก ๆ หากยังเอาแต่คิดถึงใบหน้าเปรอะเปื้อนรอยยิ้มหวานสว่างไสวเช่นนั้น
“คุณเอกราช!”
อ่า ให้ตายสิแม่ง
เอาแต่คิดถึงเธอไม่พอ ทว่าเสียงยังแจ่มแจ้งในโสตประสาทอีกหรือ สงสัยเสร็จจากงานวันนี้ต้องเข้าไปสวดมนต์ก่อนเข้านอนกับหลวงตายกใหญ่แล้ว หากแต่ยานพาหนะล้อสองที่ปั่นมาใกล้ ๆ กันนั้นทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อสักครู่หาใช่เป็นมโนจิตปรุงแต่งขึ้นมาเอง
“คุณครูณีนรินทร์...”
“มาวิ่งออกกำลังกายเหรอคะ”
“ใช่ครับ แล้วคุณครูจะไปโรงเรียนเหรอครับ”
ก็เธอสวมใส่ชุดข้าราชการเสียเต็มยศขนาดนี้ หากยังไม่รู้ว่าจะไปไหนก็แปลกแล้ว เพียงแต่วันที่เจอกันครั้งแรก เขายังเห็นเจ้าตัวขับรถยุโรปนำเข้าราคาหลักสิบล้านบาทอยู่เลย ทว่าสังคมที่นี่ก็หาใช่แบบเมืองใหญ่ ต่อให้จะเป็นลูกหลานใคร แต่ถ้าเกินหน้าเกินตาพวกที่อยู่มานานก็ไม่ใช่เรื่องดีที่ต้องไปเสียเวลาบาดหมางด้วย
แต่ก็ไม่คิดเลยว่าคุณครูเด็กประถมจะเลือกปั่นจักรยานธรรมดา ๆ ไปทำงานแทน เพราะจากบ้านอีกฝ่ายกว่าจะถึงโรงเรียนก็ไม่ได้ใกล้ขนาดนั้น
“ใช่ค่ะ”
“ปั่นจักรยานจะไม่เหนื่อยเอาเหรอครับ”
“ไม่ค่ะ ปกติไม่ค่อยจะได้ขยับตัวมากด้วย เปลี่ยนมาใช้จักรยานก็ถือว่าได้ออกกำลังกายไปในตัวค่ะ”
“แล้วถ้ามีงานจนต้องกลับมืด ๆ ค่ำ ๆ ล่ะครับ แบบนั้นจะไม่อันตรายเหรอครับ”
“จริง ๆ มีคนของเสี่ยคอยรับส่งอยู่แล้วค่ะ ที่บ้านอนุญาตให้ปั่นไปทำงานเองแค่วันที่ได้กลับบ้านตามเวลาปกติค่ะ”
“อ่า ครับ” เขาก็เกือบจะลืมไปว่าเธอเป็นใคร ตัวเองเป็นใคร เหตุด้วยเคยชินที่ต้องกลับมืดค่ำคนเดียวเป็นประจำ รวมไปถึงหากรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของตัวเองเสียกลางทางก็ไม่ได้มีใครช่วยดูด้วย ยังดีที่เขาเป็นช่างอีกทั้งยังเป็นผู้ชาย มันเลยไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ไม่ว่าจะเพศไหนทุกวันนี้ก็ต้องระวังตัวเองกันทั้งนั้น
“ทานข้าวหรือยังคะ มาออกกำลังกายแต่เช้าขนาดนี้”
“ยังครับ ช่วยหลวงตาบิณฑบาตเสร็จก็ออกมาวิ่งต่อเลย”
“งั้นเอาหมูปิ้งไหมคะ นรินทร์แวะซื้อที่ร้านป้าดาวก่อนจะออกมานี่เอง มีเยอะเลยค่ะ”
มือขาวที่คุมจักรยานคันเก่งอยู่ละออกมาเพื่อจะหยิบข้าวเช้าง่าย ๆ แบ่งให้คนที่วิ่งอยู่แล้วคุยกันไปด้วย หากแต่ไม่ทราบว่าบ้านในซอยข้างหน้าก่อนจะถึงโรงเรียนนั้นสนุขดุแค่ไหน เสียงเห่าของมันเลยทำเอาคุณครูสะดุ้งตกใจเกือบจะพาเจ้าสองล้อล้มไปจริง ๆ หากไม่ได้ร่างกำยำของนักมวยมือสมัครเล่นช่วยพยุงเอาไว้ได้ทันท่วงที
เกือบจะได้เจ็บตัวไปสอนเด็ก ๆ แล้วไง
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ!”
“มะ...ไม่ค่ะ” กลิ่นเหงื่อไคลของชายหนุ่มกลัดมัน ทว่าไม่ได้เหม็นอะไรในระยะประชิดเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากสำหรับณีนรินทร์ที่ไม่ได้คิดจะเปิดใจให้ใครจริงจังมาก่อน แต่ตอนปั่นยานพาหนะออกมาแล้วเห็นแผ่นหลังคุ้นเคยก็ส่งผลให้เรียวขาเล็กนั้นรีบออกแรงพาตัวเองไปหาเพื่อจะทักทายเขา เสียงหัวใจที่เต้นถี่เร็วอยู่ในตอนนี้เองก็เหมือนกัน
นี่ไม่ใช่ว่าเธอ...
“งั้นระวังหน่อยครับ บ้านหลังนี้หมาดุ แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้มันออกมาทำร้ายใครหรอก”
“อ๋อ นรินทร์แค่ตกใจนิดหน่อย ขอบคุณมากเลยนะคะ”
เอกราชเห็นว่าตอนนี้เราใกล้กันเกินความจำเป็นจึงรีบพยุงจักรยานของหญิงสาวให้กลับมาทรงตัวได้ตามเดิม มือหนาที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปวางไว้ตรงไหนแล้วก็ยกขึ้นลูบบริเวณท้ายทอยด้วยอาการแปลก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“แล้วปั่นต่อไหวไหมครับ ก่อนเข้าอู่ผมพอมีเวลาอยู่ หากไม่รังเกียจ ให้ผมช่วยปั่นไปส่งไหมครับ”
“ถ้าคุณเอกราชสะดวก นรินทร์ก็ไม่มีปัญหาค่ะ”
ต่อให้จะยังทำตัวไม่ถูกกันทั้งสอง เพียงแต่ระหว่างเรากลับไม่มีความอึดอัดใด ๆ ต่อกันเลย จึงไม่แปลกที่ประโยคบทสนทนามันจะออกมาเป็นแบบนั้น
อู่ซ่อมรถเรืองทรัพย์กับโรงเรียนประถมศึกษาไม่ได้อยู่ห่างกันมาก เรียกได้ว่าเกือบจะตรงข้ามฝั่งถนนกันเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวที่ยังมีความตื่นตระหนกอยู่เลยได้รับน้ำใจจากช่างซึ่งเจอกันวันแรกตอนกลับมาบ้านเกิดนั้นช่วยปั่นเจ้าสองมาส่ง และด้วยความที่วันนี้ต้องใส่ชุดข้าราชเต็มยศจึงส่งผลให้คุณครูสาวซ้อนท้ายจักรยานได้ไม่ถนัดเท่าไหร่ แต่เขาก็บอกว่าถ้ากลัวตกสามารถจับที่เอวสอบได้เลย
และด้วยความกลัวตก รวมถึงตระหนักคิดได้อีกว่าต้องมีคนเห็นแน่ ๆ เธอจึงทำเพียงแค่จับเสื้อยืดของเอกราชเอาไว้มั่น ก่อนจะต้องสะดุ้งตอนเขาปั่นลงถนนข้างโรงเรียนที่พื้นมันเรียบสูงไม่เท่ากันแล้วใช้มือหนามาจับที่เรียวแขนของเธอเอาไว้เพื่อกันตก
“ขอโทษครับ ตกใจเหรอ ผมกลัวคุณครูตกน่ะ ยิ่งตัวเล็ก ๆ อยู่ด้วย”
“นะ...นิดหน่อยค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ”
จักรยานสีหวานจอดสนิทก่อนจะถึงประตูทางเข้าโรงเรียน ซึ่งมันก็ไกลเล็กน้อย ทว่าปั่นไปส่งเธอถึงหน้าประตูเลยมันก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควร
“เต็มใจครับ” ชายหนุ่มขยับตัวลงจากเจ้าสองล้อ ก่อนจะคืนมันให้คุณครูตัวเล็กอย่างระมัดระวังแล้วหวังจะหันหลังเดินข้ามถนนไปทำงานตามเวลาอย่างทุกวัน
“จะไปแล้วเหรอคะ”
“ครับ คุณครูมีอะไรหรือเปล่า”
“คุณเอกราชลืมข้าวเช้าค่ะ ที่นรินทร์จะให้”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจ”
“รับไปเถอะค่ะ ถือว่าเป็นการขอบคุณที่คุณเอกราชมาส่งก็ได้ค่ะ”
“อ่า งั้นขอบคุณมาเลยนะครับ” หากเขาไม่รับเอาไว้ก็คงจะเสียน้ำใจ อีกทั้งเจ้าตัวที่ดูจะดื้ออยู่ไม่น้อยก็คงจะไม่ยอมเดินเข้าโรงเรียนไปโดยง่าย ถ้าเธอเข้าสายคงไม่ดีเท่าไหร่ด้วย “อีกอย่างเรียกผมว่าเอกเฉย ๆ ก็ได้ครับ”
“คุณเอก”
“ครับ คุณครูณีนรินทร์”
แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงรอยยิ้มดีใจที่เปรอะเปื้อนใบหน้าคุณครูสาวในตอนนี้ย่อมตกอยู่ในดวงตาคมของราชสีห์ที่นาน ๆ ทีหรือหากไม่ใช่เรื่องจำเป็นมันจะไม่ออกจากป่ามาพบเจอผู้คนเสียเท่าไหร่ ทว่าเส้นทางภายภาคหน้าจำเป็นต้องมีเธอคนนี้ร่วมอยู่ด้วย ยังไงอะไรที่จะเป็นของเขา มันก็ต้องเป็นของเขาอยู่วันยังค่ำ
เพียงแต่ไม่คิดเลยว่าเธอถึงขั้นกล้าเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับคนประเภทนี้ เพราะแค่คลาดกันในงานประจำปีครั้งนั้นก็ทำเอาราชาหัวเสียกับน้องสาวเจ้าตัวอยู่ไม่น้อย
“อ้าว อาหารญี่ปุ่นของนายผมแพ้หมูปิ้งเหรอครับเนี่ย”
“หุบปาก แล้วไปตามสืบมา”
“สืบ? นายอยากทานหมูปิ้งเหรอครับ”
“ไอ้วายุ” กล่าวเสียงแข็งออกไปพร้อมกับใช้รองเท้าหนังราคาแพงยกขึ้นเตะเข้าที่เบาะของสารถีอย่างไม่เต็มแรงมากนัก เนื่องจากเขาเองก็ไม่ใช่พวกชอบใช้กำลังแบบบิดาที่ทำให้เห็นเป็นประจำมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ
“นายจะสั่งก็สั่งมาให้มันเข้าใจหน่อยสิครับ บอกแค่ไปสืบมา ผมจะทราบไหมครับว่าให้ไปตามสืบอะไร”
“ไอ้คนที่มันปั่นจักรยานมาส่งคนของกู”
“แน่ใจนะครับว่าใช่คนนี้”
“แล้วจะเป็นใคร อีกอย่างณีนรินทร์หัวอ่อน เธอคุมง่ายกว่า...”
“กว่าใครเหรอครับ ใช่คนที่คุณราชสีห์เคยเลี้ยงเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนไหมครับ”
“ลงจากรถไป แล้วเดินกลับเองจนกว่าจะถึงโรงไม้ ก่อนเที่ยง”
“ครับนาย”
วายุทำตามที่บอกโดยง่าย ยามน้ำเสียงของเจ้านายนั้นไม่เล่นกับตัวเองแล้ว เขาก็เป็นแบบนี้ คิดว่าจะหยุดได้แล้วเชียว เพียงแต่สุดท้ายก็ตัดกันขาดง่าย ๆ ตอนเห็นว่าอะไรในชีวิตนั้นสำคัญมากกว่ากัน ก่อนคนที่มีแว่นกันแดดและเสื้อสูทจะถอดทุกอย่างออกแล้วเดินข้ามถนนตามหลังบุคคลที่เห็นอยู่ในระยะตาเพื่อเก็บข้อมูล
“มันจะแปดโมงแล้ว แต่นายกูก็เอาแต่ใจทิ้งให้เดินกลับเองก่อนเที่ยง เหลือแค่ต้องมีปีกแล้วไอ้วายุเอ้ย”
TBC.