พี่เต็มใจ

1440 Words
กลิ่นเครื่องแกงเอกลักษณ์ความเป็นไทยเดิม เสน่ห์ปลายจวักอันคุ้นเคยของมารดาลอยคลุ้งรอบครัวตั้งแต่รุ่งสางของวันใหม่ สภาพอากาศของฤดูกาลต่างจังหวัดยิ่งเป็นอะไรที่ชวนให้คิดถึงบ้านเกิด ในช่วงวันหยุดที่เสร็จจากการเตรียมการเรียนสอนแล้วลูกสาวคนโตของบ้านพรรณรายณ์ที่อยู่ในชุดสีสะอาดตาจึงรีบวิ่งลงไปช่วยผู้เป็นแม่ตระเตรียมอาหารใส่บาตรพระ “หนูณีช่วยจ้ะ” สรรพนามรวมไปถึงอากัปกิริยาเปลี่ยนทันทียามอยู่กับคนในครอบครัว ท่าทีออดอ้อนกระโจมเข้ามากอดกันจากทางด้านหลังก็ส่งผลให้บัวหอมจำต้องระบายยิ้มสุขใจออกมาแทนการดุเด็กดื้อตาใส ซึ่งมาเงียบ ๆ โดยไม่บอกกล่าว คงจะผิดกลับน้องสาวที่ดื้อไม่ได้ต่างกัน ทว่าหากตะวันยังไม่ตรงหัวแล้วไม่มีงานอะไรสำคัญ มีหรือที่ณีนราจะยอมตื่น พอตกเย็นมาก็นู่น ไม่ไปตีไก่ก็ชวนลูกชายของจิรากรลงไปหาปลาที่ไร่นา เรียกได้ว่าโตมากับปราบจนแทบจะไม่ใช่ลูกบัวหอมกับเสี่ยแล้ว แต่อะไรที่ลูกชอบทำแล้วมันไม่ได้ไปเดือดร้อนผู้อื่นเธอเองก็ไม่ห้ามหรอก ยิ่งโต ๆ กันแล้วด้วย “มาเงียบ ๆ แม่ตกใจหมดเลยลูก” “ขอโทษจ้ะ หนูกลัวน้องจะตื่น” เรียกได้ว่าทั้งบ้านเหลือกันอยู่แค่สามคนกับลูกน้องบิดา เนื่องจากเฮียปราบก็ต้องเข้าไปดูโครงการที่กรุงเทพ และเสี่ยที่แม้จะวางมือแล้วก็ยังมีบินไปประชุมอยู่นาน ๆ ครั้ง เหตุด้วยถ้าจะให้อยู่บ้านเลี้ยงวัวเลี้ยงควายเฉย ๆ คนที่ยังแข็งแรงดีก็จะเบื่อเสียเปล่า ๆ นานทีได้กลับไปเจอสังคมเพื่อนฝูงที่นั่นพวกเธอกับมารดาจึงไม่คิดห้าม แต่เอาเข้าจริงก็อิดออดติดภรรยายิ่งกว่าใคร ไม่เชื่อเดี๋ยวไม่เกินชั่วโมงก็รีบโทรมาหามารดา “ให้ตื่นบ้างเถอะ แม่ละกลัวว่าสักวันน้องจะเป็นโรคกระเพาะ กินข้าวกินปลาไม่ตรงเวลา แถมยังกินบ้างไม่กินบ้างอีก” “ถ้าไม่ใช่เสี่ยกับเฮียปราบพูด เด็กดื้อคนนั้นยอมฟังใครเสียที่ไหนล่ะจ๊ะ” “แม่ตามใจน้องเกินไปหรือเปล่าหนูณี” “ไม่เลยจ้ะ แม่ก็รู้ว่าเห็นแบบนั้นน้องมีความรับผิดชอบมากกว่าหนูซะอีก มากจนบางครั้งหนูไม่อยากจะเอาเปรียบน้องแล้ว...” ฝาแฝดคนโตยอมผละออกมาจากการกอดมารดาแล้วมีใบหน้าสลดลงเล็กน้อย นั่นทำเอาบัวหอมจำต้องผ่อนลมหายใจออกมา แน่นอนว่าพวกเราทุกคนรักจอมแสบทั้งสามมาก ลูกชายคนเดียวของปราบนั้นไม่ได้น่าห่วงอะไรมากหรอก เพราะเจ้าตัวมีความคิดเป็นของตัวเองมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ผิดกลับสถานการณ์ตอนนี้ที่ครอบครัวนั้นกำลังจะเข้ามาหาผลประโยชน์กับลูกสาวของเธอไม่คนใดก็คนหนึ่งที่ต้องแต่งปูเส้นทางนักการเมืองให้อดีตนายทหาร แต่งแล้วรอหย่ามันก็ได้อยู่หรอก ทว่าในระหว่างนั้นก็ไม่รู้ว่าลูกสาวต้องเจอกับอะไร แล้วเขาจะใช้ตำแหน่งของตัวเองทำเรื่องไม่สมควรหรือไม่ นี่คงจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สิบเพชรพรรณรายณ์ตัดสินใจเข้ากรุงเทพครั้งนี้ด้วย แต่ได้ความมาว่ายังไงเราก็ต้องยอมรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นอยู่ดี “คุยอะไรกันอยู่อะ สองแม่ลูกคู่นี้” “สองแม่ลูกที่ไหน สามคนแม่ลูกต่างหาก มาให้แม่กอดหน่อยจอมแสบอันดับหนึ่ง กว่าจะตื่นได้นะ” เมื่อเช้าเลยกลายเป็นว่าพวกเราสามแม่ลูกกอดกันเติมความรักเสร็จจึงได้ใส่บาตรพระร่วมกันในหลายรอบปี ก่อนมารดาจะแยกตัวออกไปทำงานต่อที่ร้านอาหารแล้วปล่อยณีนรินทร์กับน้องสาวได้ทำธุระส่วนตัวหรืองานของตัวเองไป ตอนนี้เลยเป็นเวลาบ่ายคล้อยที่คุณครูนั่งตรวจการบ้านของเด็ก ๆ เสร็จแล้วตั้งใจว่าจะชวนน้องสาวไปหาอะไรทาน หรือไม่ก็ทำมื้อเย็นง่าย ๆ รอมารดากลับเข้าบ้านมา “หนูณี! ทำงานเสร็จยังอะ” “เสร็จแล้ว ๆ ไปตลาดกันไหม” “ใครบอกว่าจะไปตลาด เย็นนี้แม่บัวบ่นว่าอยากกินแกงปลาช่อน” “แกงปลาช่อน...” “ใช่ เจ้าของร้านอาหารหรูไม่ได้กินนานแล้วมั้ง หนูนาเตรียมของเสร็จแล้ว ไปกัน ๆ” ถึงจะยังไม่เข้าใจ ทว่าก็รีบวิ่งเข้าห้องนอนส่วนตัวไปเปลี่ยนชุดแล้วเดินลัดเลาะทุ่งนาตามผู้เป็นน้องสาวไป ก่อนจะระบายยิ้มออกมายามคิดว่าเธอเองก็ไม่ได้ตามเฮียปราบกับหนูนามาทำอะไรแบบนี้นานมากแล้วเช่นกัน เรียวขาเล็กเลยสับเดินให้ทันณีนราเพื่อจะนำหมวกสานบนศีรษะตัวเองเปลี่ยนไปใส่ให้อีกฝ่าย “งงอะไร แดดยังร้อนอยู่เลย” “แต่หนูณีจะร้อนเอานะ” “ไม่เป็นไร แดดแค่นี้เอง หนูนาใส่ไปเถอะ” “เอางั้นเหรอ” “จ้ะ” ผู้เป็นน้องสาวลอบยิ้มออกมา อีกทั้งตั้งแต่เกิดก็ไม่เคยจะคิดน้อยใจในความต่างของตนเองกับพี่สาวที่หลายคนเอาไปพูดนินทาเลย เพราะเธอรักณีนรินทร์และอีกฝ่ายเองก็รักเธอขนาดนี้ จะผิดใจกันเพราะคำพูดของคนอื่นที่ไม่รู้จริงได้ยังไง ก่อนจะต้องตะโกนลั่นทุ่งเมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชายคนสนิทซึ่งมาหาปลาเพื่อนำไปฝากวางขายทุกเช้าในตลาด “พี่เอก!” “หนูนา...” ชายหนุ่มที่จับปลาด้วยมือเปล่าอยู่ตกใจเล็กน้อย ตอนหันไปตามเสียงแล้วไม่ได้พบเพียงหญิงสาวที่เจอกันอยู่บ่อยครั้งยามออกมาจับปลา แต่วันนี้ยังพบพี่สาวของเจ้าตัวแสบอีกด้วย นับเป็นโชคดีหรือเปล่านะ “ไง มาจับก่อนอีกแล้วนะ เหลือให้น้องเอาไปทำแกงปะเนี่ย” “อ่า พี่ได้เท่าที่อยากได้แล้วครับ ว่าจะขึ้นแล้วล่ะ” “สระพี่เอกปลาเยอะอะ หนูนาของสักห้าตัวเอาไปทำแกงให้แม่ได้ไหม” “หนูนา” ผู้เป็นพี่สาวรีบสะกิดน้องทันที เนื่องจากพอได้ยินเรื่องราวชีวิตของเอกราชมาบ้าง คนขยันเช่นนี้เราไม่ควรจะไปเอาเปรียบความใจดีของเขา ต่อให้จะยังงงอยู่ว่าณีนราไปรู้จักกับช่างตรงหน้าได้ยังไง “ได้ครับ จะให้พี่แบ่งให้หรือเราจะลงมาจับเอง” “หนูนาลงเอง! ฝากคุณครูด้วยนะ ว่าแต่รู้จักกันยังอะ แต่คุณครูเคยไปที่อู่ป๋าเรืองแล้ว คงจะรู้จักกันแล้วเนาะ” เอกราชพยักใบหน้าพร้อมกับยิ้มให้ฝาแฝดคนน้อง ส่วนคนพี่นั้นเรียกได้ว่าหันมาทำใบหน้าลำบากใจให้เขาแทน ทั้งที่ก็แค่ปลาในสระของยายที่เขาซื้อมาเลี้ยงเอาไว้ขายเพื่อประทังชีวิต คุณครูจะเกรงใจอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้ “ขอโทษด้วยนะคะ ปลาห้าตัว คุณเอกคิดเป็นเงินเท่าไหร่คะ เดี๋ยวนรินทร์จ่ายให้” “ไม่เอาครับ แค่ปลาไม่กี่ตัวแบ่ง ๆ กันได้” “แต่ว่า…” “คิดซะว่าตอบแทนเรื่องมื้อเช้าแทบจะทุกมื้อจากคุณครูก็ได้ครับ” ก็พยายามจะหักห้ามใจของตัวเองไม่ให้พาตนเองไปใกล้อีกฝ่ายแล้ว ทว่าร่างกายมันก็ไม่ฟังคำสั่งของสมองเลย ทั้งที่ทำงานเหนื่อยมาทุกวี่ทุกวันก็ยังดึงดันพาตัวเองออกไปวิ่งเพื่อจะได้เจอคนที่ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียนทุกวันเช่นกัน คุณครูซื้อมื้อเช้าหรือไม่ก็นำมันมาจากบ้านแบ่งปันให้เอกราชตลอด อย่างไรแค่ปลาไม่กี่ตัวเขาจะให้ไม่ได้ “แต่นรินทร์เต็มใจให้นะคะ” “พี่ก็เต็มใจจะให้เหมือนกันครับ” หมวกบังแดดใบเก่าถูกยกไปสวมใส่ให้หญิงสาวข้างกาย ยามพระอาทิตย์อัสดงสอดส่อจนเขากลัวว่ามันจะแย้งดวงตาสวยทำให้เธอรำคาญใจ “พี่?” “ครับ ก็เคยบอกไปแล้วว่าเป็นพี่คุณครูตั้งสามสี่ปี เพราะงั้นเรียกพี่เถอะครับ ไม่ต้องคุณ ๆ แล้ว” และเขาเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นเพื่อนเลยสักนิด TBC.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD