
"เพื่อนสนิท ที่แปลว่าคนแปลกหน้าในวันที่เธอเลือกจะเดินจากไป"
เพราะความสัมพันธ์แบบ 'เพื่อน' ที่ค้ำคอ ทำให้ 'ตุลย์' ไม่เคยบอกความในใจออกไป 'นาว' จึงเลือกทิ้งทุกอย่างแล้วหนีไปอังกฤษพร้อมกับผู้ชายคนอื่น! ผู้ชายที่ตุลย์คิดไปเองอยู่ฝ่ายเดียวว่าเธอหนีไปเพราะผู้ชาย แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น และวันนี้เธอกลับมาแล้ว…
“นาว...มาทำอะไรที่นี่”
น้ำเสียงของตุลย์พร่าเล็กน้อย ก่อนจะถูกบังคับให้กลับมาแข็งกระด้างในวินาทีต่อมา เขาคาดไม่ถึงเลยว่าหญิงสาวที่มีผลต่อหัวใจของเขามาตลอด จะมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ในชุดที่เรียกได้ว่า ‘น้อยแต่มาก’ และอันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น
“มาสัมภาษณ์งานค่ะ ท่านประธาน”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ทว่าจริงจังและเต็มไปด้วยความมั่นใจ นาวก้าวเข้าไปช้าๆ อย่างสง่าผ่าเผย ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานกว้างในระยะที่เหมาะสม ไม่ใกล้จนเกินงามแต่ก็ไม่ไกลพอจะให้เขามองข้ามความกดดันที่เธอจงใจพกมาด้วย
ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อย พลางพยักพเยิดไปทางแฟ้มเอกสารปกสีน้ำเงินเข้มที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะ แฟ้มเจ้าปัญหาที่ฝ่ายบุคคลนำมาวางไว้ให้ตั้งแต่เช้าตรู่ ทว่าตุลย์กลับมัวแต่จมกองงาน จนไม่มีเวลาแม้แต่จะเปิดผ่านตา ว่าใครคือคนที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามารอบสุดท้ายในวันนี้
“เห็นคุณอานวลบอกว่า ท่านประธานกำลังหาเลขาคนใหม่ ดิฉันว่างอยู่พอดี ก็เลยลองมาสมัครดูค่ะ” นาวเอ่ยออกมาด้วยถ้อยคำที่สุภาพและเป็นทางการอย่างถึงที่สุด แม้แต่น้อย
“ว่างอยู่พอดี?” เขาทวนคำพลางแค่นยิ้มที่มุมปาก “ระดับคุณนาว ดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากอังกฤษ แถมเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบริษัทใหญ่โต แต่เลือกจะเดินเข้ามาสมัครตำแหน่งเลขาฯ ที่บริษัทผมเนี่ยนะ ไม่คิดว่ามัน ‘เสียของ’ ไปหน่อยหรือไง”
“คุณจะไม่รับถูกไหมคะ ดิฉันจะได้กลับ”
นาวเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาด ใช่ว่าคนอย่างเธอจะสิ้นไร้ไม้ตอก เธอไม่มีท่าทีอ้อนวอนหรือรอคอยการตัดสินใจจากเขาแม้แต่น้อย นาวหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องทันทีโดยไม่แม้แต่จะรอดูอาการของคนหลังโต๊ะทำงาน
ทว่าหากเป็นประธานหนุ่มเองที่เสียอาการ…
“เดี๋ยว!”
มาติดตามกัน ว่านาวจะยั่วยวนเพื่อนสนิทปากแข็งคนนี้ ให้สารภาพออกมาได้อย่างไร…

