EP.2 รับน้อง

1175 Words
เสียงเข้มเอ่ยรั้งไว้โดยอัตโนมัติก่อนที่สมองจะทันสั่งการเสียอีก ตุลย์รีบพยุงกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ทำงานเลื่อนครูดไปด้านหลัง แววตาคมกริบสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อเห็นแผ่นหลังบางกำลังจะก้าวเดินออกไป เขาไม่อาจปล่อยให้เธอเดินออกไปง่ายๆ แบบนี้ ทั้งที่ลึกๆ ในใจเขารู้ดีว่า เขาต้องการเธอมาอยู่ข้างกายมากแค่ไหน “ผมยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะไม่รับ” ประธานหนุ่มปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว แม้หัวใจจะยังเต้นผิดจังหวะอยู่ก็ตาม “และคนอย่างผม ไม่มีใครกล้าหันหลังให้ ถ้าผมยังไม่ได้อนุญาต!” นาวชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวออกไป เธอค่อยๆ หันกลับมามองเขาช้าๆ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ‘เหอะ! ทำเป็นเข้มนะตุลย์ เดี๋ยวจะทำให้มาดหลุดจนไปไม่เป็นเลยคอยดู’ เสียงในหัวของนาวดังขึ้น “ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มการสัมภาษณ์สิคะ อย่าเสียเวลาทำเหมือนคนลังเล เพราะ ‘ศิขริน เลิศวิริยะ’ ที่ดิฉันรู้จัก ไม่เคยเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง” นาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของตุลย์อย่างไม่ยอมลดละ แม้ว่าหัวใจจะเริ่มเต้นระรัวกับแรงกดดันที่เขาส่งมา ทว่าใบหน้าสวยเฉี่ยวกลับยังคงความนิ่งสนิทไว้อย่างไร้ที่ติ ตุลย์เดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวในระยะที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของลมหายใจที่สอดประสานกัน ระยะห่างที่ลดลงอย่างกะทันหันทำให้อากาศในห้องทำงานกว้างดูเหมือนจะเบาบางและอึดอัดลงไปทันตา “งั้นก็เริ่มงานวันนี้ได้เลย!” หลังจากคำประกาศรับเข้าทำงานอย่างสายฟ้าแลบ บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยเงียบเชียบกลับระอุขึ้นด้วยมวลความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ประธานหนุ่มยังคงยืนนิ่งในระยะประชิด สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของ ‘เลขาฯ คนใหม่’ อย่างคนเจ้าแผนการ ตุลย์หมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เขาหยิบแฟ้มเอกสารหนาปึกสามแฟ้มที่วางกองอยู่มุมหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะเดินกลับมาหยุดตรงหน้านาวแล้วยื่นมันให้เธอ “สรุปรายงานการประชุมบอร์ดบริหารของไตรมาสที่แล้วทั้งหมด รวมถึงข้อเสนอโครงการคอนโดมิเนียมหรูที่ภูเก็ตที่ยังติดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมต้องการสรุปประเด็นสำคัญสั้นๆ ไม่เกินสองหน้ากระดาษ” เขาจงใจก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู “ส่งก่อนเที่ยงนี้” นาวรับแฟ้มหนักๆ มาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าสวยยังคงเรียบเฉยแม้ในใจจะรู้ดีว่านี่คือการ ‘รับน้อง’ ครั้งใหญ่ เพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยซ้ำ “ทราบค่ะ บอส!” “อ้อ...อีกเรื่อง” ตุลย์เอ่ยขัดขณะที่นาวกำลังจะหันหลังกลับ “เลขาฯ คนเก่าของผมเขารู้ใจเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ หวังว่าคุณจะทำได้ดีไม่แพ้กัน สิบเอ็ดโมงตรง กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลหนึ่งแก้ว และมื้อเที่ยงขอเป็นอาหารที่ทานง่ายแต่สารอาหารครบห้าหมู่มาเสิร์ฟที่โต๊ะนี้” นาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาเด็ดเดี่ยวฉายชัดถึงความท้าทาย “ดิฉันจัดการให้ได้ทุกอย่างตามที่คุณต้องการค่ะ ตราบใดที่เป็นเรื่อง ‘งาน’” นาวเน้นคำสุดท้ายพลางขยับรอยยิ้มที่มุมปาก “ส่วนเรื่องที่ว่าดิฉันจะรู้ใจคุณเท่าเลขาฯ คนเก่าไหมดิฉันว่าเราเป็นเพื่อนกันมานาน คุณน่าจะรู้คำตอบดีนะคะ” นาวหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย ทิ้งไว้เพียงความเงียบและกลิ่นหอมจางๆ ที่ปั่นป่วนประสาทสัมผัสของประธานหนุ่ม ตุลย์ขบกรามแน่นจนร้าวไปทั้งหน้า เขาพยายามข่มแรงปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ลึกๆ ความเย่อหยิ่งของเธอมันน่าบดขยี้ให้จมเขี้ยว จนเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะทนรักษามาดประธานผู้ทรงเกียรติเอาไว้ได้นานแค่ไหน แล้วเขาจะหักห้ามใจไม่ให้จับเพื่อนสนิทคนนี้กดลงบนโต๊ะทำงานได้หรือเปล่า เวลา 11:00 น. เสียงเคาะประตูตรงเวลาเป๊ะทำเอาตุลย์ที่กำลังจดจ่อกับงานต้องเงยหน้าขึ้นมอง นาวเดินเข้ามาพร้อมถาดกาแฟดำกลิ่นหอมกรุ่น เธอวางแก้วลงบนโต๊ะตำแหน่งที่เขาสามารถหยิบได้ถนัดที่สุด “กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส รสชาติเข้มข้นแบบที่คุณชอบค่ะ” ตุลย์หยิบกาแฟขึ้นจิบช้าๆ รสชาติที่คุ้นเคยอย่างประหลาดทำให้เขาต้องชะงัก สายตาคมกริบตวัดมองเลขาฯ สาวที่ยืนนิ่งรอรับคำสั่ง “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบอุณหภูมิประมาณนี้” “ข้อมูลพื้นฐานของเจ้านาย เลขาที่ดีต้องทราบค่ะ” นาวตอบอย่างมืออาชีพ ทั้งที่จริงๆ แล้วเธอจำได้ขึ้นใจจากตอนที่เคยไปติวหนังสือด้วยกันสมัยเรียน “ส่วนนี่คือสรุปรายงานที่บอสต้องการค่ะ สองหน้ากระดาษถ้วน เน้นประเด็นทางกฎหมายและวิธีแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ภูเก็ต” ตุลย์รับกระดาษมาอ่านกวาดตาอย่างรวดเร็ว ยิ่งอ่านเขายิ่งรู้สึกทึ่ง นาวไม่ได้แค่สรุป แต่นำเสนอทางออกที่เฉียบคมจนเขาเองยังคาดไม่ถึง ความเก่งและแกร่งของเธอไม่ใช่แค่เปลือกจริงๆ ซึ่งเขารู้ดีอยู่แล้ว “ทำงานไวดีนี่” ตุลย์วางกระดาษลง พลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าหาเธอช้าๆ “เก่งแบบนี้ ไม่น่าเชื่อเลยนะว่ายังว่างงานมาตั้งนาน” “ดิฉันไม่ได้ว่างค่ะ แค่อยากหาอะไรทำแก้เบื่อ” นาวขยับถอยหลังเล็กน้อยเมื่อเขารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะ” คำตอบของนาวทำให้ประธานหนุ่มถึงกับชะงัก ก่อนจะยืดตัวตรงปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งตามเดิม ท่าทางดูสูงส่งและห่างเหินจนน่าหมั่นไส้ “ทุ่มตรงคืนนี้ เตรียมชุดราตรีที่ดูเป็นทางการหน่อย ผมมีงานการกุศลของมูลนิธิอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ต้องไป และคุณต้องไปในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว” “ทุ่มตรง?” นาวทวนคำสั่งพลางขมวดคิ้ว “ในตารางงานของคุณ ไม่เห็นมีระบุไว้นี่คะ” “เพิ่งเพิ่มเข้าไปเมื่อห้านาทีที่แล้ว จากผมเอง” ตุลย์ตอบด้วยน้ำเสียงขรึมจัด แววตานิ่งสนิทไร้ความรู้สึกแต่ทว่าแฝงความเอาแต่ใจไว้เต็มเปี่ยม “และหวังว่าคุณจะทำตัวให้เป็นมืออาชีพ สมกับเกียรตินิยมที่คุณได้รับมาด้วย” นาวเม้มปากแน่น มองท่าทางวางมาดของชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่าเธอกับเขาเคยสนิทกันแค่ไหน ความนิ่งขรึมจนเกินพอดีของเขามันทำให้นาวรู้สึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD