รถยุโรปคันหรูของเมฆกำลังเลี้ยวเข้าสู่ถนนหน้าคอนโดของนาว ทว่าในความเงียบสงัดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์กลับดังขึ้นรัวๆ จนนาวที่กำลังนั่งเหม่อต้องก้มมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนตัก
หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อกลุ่ม '4 มหาเทพ' กลุ่มเพื่อนที่เคยสนิทที่สุดแต่กลับเงียบเหงาไปนานถึงสามปี นาวชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อย ขณะกดเปิดเข้าไปดู เพราะการที่เพลิงถึงขั้นแท็กชื่อเธอแบบนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญ
และภาพที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้หัวใจที่อ่อนแออยู่แล้วของนาวกระตุก ภาพของตุลย์ที่นั่งหมดสภาพ ผมเผ้ากระเซิงเล็กน้อย ดวงตาแดงก่ำจากการดื่มหนัก มือหนากำแก้วเหล้าแน่นจนเห็นเส้นเลือด ท่าทางที่ดูพังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้นาวรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจเธอจนเจ็บแปลบ ทั้งที่พยายามบอกตัวเองให้ใจแข็ง เพราะเพิ่งถูกเขาทำร้ายด้วยคำพูดร้ายกาจมาแท้ๆ
“ทำไมต้องดื่มหนักขนาดนั้นด้วย เป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” เธอบ่นพึมพำ ทว่าในใจกลับย้อนแย้ง เพราะความห่วงใยที่ตัดไม่ขาด
“เมฆ ช่วยพานาวไปส่งที่เวลอร่าคลับหน่อยได้ไหม” นาวเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา ทว่าว่าไม่มีแววล้อเล่น เมฆชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหันมองสบตานาว “นาวแน่ใจนะ?”
“นาวขอลงไปดูเขาแปปเดียว แค่ให้แน่ใจว่าไม่ตายคากองเหล้า”
~เวลอร่าคลับ~
“เมฆรอนาวแปปหนึ่งนะ นาวเข้าไปไม่นาน” เมฆที่จอดรถนิ่งทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจำยอม แม้ในใจจะห่วงเพื่อนแค่ไหนแต่เขาก็รู้ดีว่าห้ามไปก็ไร้ประโยชน์
ทันทีที่ประตูห้อง VIP ถูกเปิดออก กลิ่นแอลกอฮอล์และควันบุหรี่จางๆ ก็พุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส นาวก้าวเท้าเข้าไปในความสลัวด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แม้แรงอารมณ์จากความโกรธเคืองก่อนหน้ายังไม่จางหายไป ทว่าเธอก็ไม่อาจปล่อยให้เขาพังทลายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ไยดีได้จริงๆ
เพลิงและติณณ์ที่กำลังนั่งกุมขมับดูอาการเพื่อนรักอยู่ ถึงกับเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน ทั้งสองสบตากันอย่างรู้งาน ว่า…รถเก็บศพมาแล้ว
“มาไวกว่าที่คิดว่ะ” เพลิงพึมพำพลางขยับยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
ส่วนตุลย์ที่ตอนแรกนั่งก้มหน้ามองแก้วเหล้า พอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย เขาก็ชะงักไปทั้งตัว ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองอย่างเชื่องช้า แววตาที่เคยมืดมนดุดันกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นร่างระหงยืนอยู่ตรงหน้า
“นาว...” ตุลย์เอ่ยชื่อเธอออกมาด้วยน้ำเสียงที่พร่ามัว ทั้งเมาและโหยหา ทว่าพอสติที่เหลืออยู่น้อยนิดเตือนว่าเขากำลังเสียฟอร์มอย่างหนัก มือหนาก็รีบคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาถือไว้แล้วปั้นหน้านิ่งขรึมทันควัน
“มาทำไม ไปเสวยสุขกับไอ้เมฆเสร็จแล้วเหรอ!”
แม้ว่าจะรู้สึกดีใจไม่น้อยที่เธอมา ทว่าอารมณ์ขุ่นมัวที่เห็นเธอเดินออกไปกับเมฆต่อหน้าต่อตามันกลับพุ่งพล่านขึ้นมา ตุยล์แสร้งแค่นยิ้มหยันเพื่อปกปิดความโหยหา ก่อนจะพ่นคำพูดร้ายๆ ออกมาทำคนฟังเจ็บปวดไม่ต่างกัน
“ปากหมาชิบหาย ไอ้เวรเอ๊ย!” ติณณ์ถึงกับสบถออกมาอย่างเอือมระอาเพื่อนรักที่นอกจากจะปากแข็งแล้วยังกวนประสาทไม่เลิก
“ถ้าอยากจะตายคากองเหล้า ก็ช่วยไปตายที่อื่นที่ไม่ใช่ร้านเพื่อน มันเดือดร้อนคนอื่นต้องมาตามเก็บศพ!” นาวไม่ได้ตอบโต้คำถากถางนั่น เธอเดินเข้าไปหยุดนิ่งตรงหน้าเขา สายตาคู่สวยจ้องมองขวดเหล้าที่พร่องจนเกือบหมดขวดด้วยความดุดัน
“เออ นาวมาก็ดีแล้ว ฝากเก็บศพมันทีนะ พอดีผิงให้กูไปรับที่บ้านเพื่อน ส่วนไอ้เสี่ย…เมียมันโทรตามไปล้างขวดนมลูกว่ะ” เพลิงกับติณณ์เห็นจังหวะทองก็รีบลุกขึ้นทันที แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวพ้นประตู เพลิงไม่ลืมที่จะหันมาทิ้งทวนแขะพี่เขยตัวดี
“ไปนะเว้ย ไอ้หินแตก!”
สองหนุ่มรีบชิ่งออกไปราวกับนัดกันไว้ ทิ้งให้พื้นที่ตรงนั้นเหลือเพียงประธานหนุ่มขี้เมากับเลขาฯ สาวที่กำลังยืนสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร นาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างสุดความสามารถ ในขณะที่ตุลย์เองก็จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ทั้งอยากผลักไส และอยากดึงเข้าไปกอดจนใจแทบขาด!
ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีที่สิ้นเสียงปิดประตูของเพื่อนทั้งสองคน ตุลย์เป็นฝ่ายที่ทนสบตากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อนั้นไม่ได้ เขาเป็นฝ่ายละสายตาหนีไปก่อนอย่างคนขี้ขลาด ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแก้วเหล้าบนโต๊ะขึ้นมา หวังจะกระดกมันเข้าปากเพื่อปกปิดความประหม่าตรงหน้า
ทว่า...
หมับ!
มือนุ่มของนาวกลับคว้าเข้าที่ข้อมือหนา เธอออกแรงแย่งแก้วเหล้าออกมาจากมือเขาอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกตะลึงของคนตัวโต นาวไม่ได้วางแก้วลง แต่เธอกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของตุลย์ ก่อนจะยกแก้วเหล้าสีอำพันเข้มนั้นขึ้นจรดริมฝีปากบางแล้วกระดกมันรวดเดียวจนหมดแก้ว!
“นาว! นั่นมันเหล้าเพียวๆ นะ!” ตุลย์อุทานออกมาอย่างลืมตัว เขาเผลอถลาเข้าไปคว้าตัวเธอไว้ด้วยความตกใจ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยปั้นหน้านิ่งกลับฉายแววห่วงใยออกมาอย่างหลุดฟอร์ม
“แค่นี้ไม่ตายหรอก จะกลับได้หรือยัง!” นาวกระแทกแก้วลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง ดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีสีระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว
“ถ้าแกอยากจะประชดชีวิตกินต่อ ฉันจะกินเป็นเพื่อนแกเอง!” นาวคว้าขวดเหล้ามารินลงแก้วอีกครั้ง แล้วยื่นไปให้ตุลย์ “กินเข้าไปสิ กินให้ตายไปเลย จะได้ไม่ต้องมารับรู้ว่าคนอื่นเขาจะเสียใจแค่ไหนกับคำพูดพล่อยๆ ของแก!”
ตุลย์นิ่งงันไปราวกับถูกตบหน้าแรงๆ เขาจ้องมองใบหน้าสวยที่ไม่รู้ว่าแดงไปด้วยความโกรธหรือฤทธิ์ของน้ำเมาที่ดื่มไป ความรู้สึกผิดพุ่งเข้าชนกลางอกจนพูดไม่ออก
ครืด ครืด
ทว่าในจังหวะที่ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง แสงสว่างวูบวาบจากหน้าจอโทรศัพท์ของนาวที่วางอยู่บนตักก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ตุลย์ตวัดสายตาลงมอง และทันทีที่เห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ก็พาลให้ความรู้สึกผิดกลายเป็นความขุ่นเคืองทันที
“เมฆ”
ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยรังสีอำมหิตที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ความโกรธที่ฝังรากลึกมานานหลายปีปะทุขึ้นมา ภาพความทรงจำในวันที่เธอตัดสินใจไปเรียนต่อที่อังกฤษพร้อมกับเมฆ โดยไม่ใยดีต่อคำคัดค้านของเขา มันทำให้อารมณ์ของตุลย์พุ่งพล่านจนเกินจะระงับ ตุลย์คว้าโทรศัพท์เครื่องหรูของนาวมาถือไว้แน่น ก่อนที่เธอจะทันได้เอื้อมมือไปหยิบ
“ห้ามรับนาว!”