มือของคิรากรยังคงจับมือเธอไว้แน่นแม้จะเดินออกมาจากวงสนทนาแล้ว ตังค์ตังค์รู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มเบาลง แต่ความตึงเครียดระหว่างเธอกับเขากลับหนักขึ้นอย่างประหลาด
“ปล่อยได้แล้วค่ะ”
เธอพูดเบา ๆ แต่ยังไม่กล้ามองหน้าเขาตรง ๆ
“ยัง”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้เธอชะงัก
“ยังมีคนมองอยู่”
เขาพูดต่อเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ ตังค์ตังค์เม้มปากเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้เขาจับมือเธอต่อไป แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างควบคุมไม่ได้
ทั้งสองหยุดอยู่มุมหนึ่งของงานที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากขึ้น คิรากรปล่อยมือเธอในที่สุด แต่กลับยกแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตังค์ตังค์ขยับมือของตัวเองเล็กน้อย ความรู้สึกว่างเปล่าที่เกิดขึ้นหลังจากมือของเขาหายไปทำให้เธอแปลกใจตัวเอง
“เมื่อกี้…”
เธอเริ่มพูดแต่ก็หยุดไป
“อะไร”
เขาถามโดยไม่หันมามอง
“ที่คุณพูดว่า…หนูเป็นของคุณ”
เธอรวบรวมความกล้าถามออกไป
คิรากรเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะหันมามองเธอ ดวงตาคมลึกมีแววบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
“ไม่ชอบ”
เขาถามกลับ ตังค์ตังค์รีบส่ายหน้า
“ไม่ใช่ค่ะ แค่…”
เธอหาคำพูดไม่เจอ
“แค่กลัวว่ามันจะเกินข้อตกลง”
คำตอบนั้นทำให้เขาหัวเราะเบาๆ
“เธอคิดว่าฉันไม่รู้ขอบเขต”
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดุ แต่ก็ไม่อ่อนโยน
“หนูไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ”
เธอรีบอธิบาย
“งั้นก็จำไว้”
เขาพูดแทรกขึ้น
“ต่อหน้าคนอื่น เธอคือของฉัน”
ประโยคนี้ทำให้เธอเงียบไป
“แต่ลับหลัง…”
เขาเว้นช่วงเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
“ก็ขึ้นอยู่กับเธอว่าจะอยากให้มันเป็นแค่การแสดงหรือเปล่า”
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทันที
“หนูคิดว่ามันควรเป็นแค่ข้อตกลงค่ะ”
เธอตอบเสียงนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ดี”
เขาตอบสั้นๆแต่สายตากลับไม่ละไปจากเธอเลยบรรยากาศเงียบลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม มันเหมือนมีบางอย่างลอยอยู่ระหว่างกันโดยไม่ต้องพูดออกมา
“กลับเลยไหมคะ”
เธอถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง
“ยัง”
เขาตอบ
“คืนนี้เธอต้องอยู่กับฉันจนจบ”
คำว่า “อยู่กับฉัน”
ทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็พยักหน้า
เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ งานเริ่มเข้าสู่ช่วงสบาย ๆ แขกบางส่วนเริ่มทยอยกลับ แต่คิรากรยังคงถูกคนเข้ามาทักทายไม่ขาดสาย ตังค์ตังค์ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเกินคาด ยิ้ม พูดคุย และยืนข้างเขาโดยไม่พลาดสายตาใครอีกเลย
จนกระทั่ง…
“เล่นบทแฟนเก่งขึ้นนะ”
เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย คิรากรยืนอยู่ใกล้กว่าที่เธอคิด
“ต้องขอบคุณคุณนะคะ”
เธอตอบกลับเบาๆ
“ฉันยังไม่ได้สอนอะไรเธอเลย”
เขาพูด
“แค่คุณยืนอยู่ข้างๆ มันก็พอแล้วค่ะ”
คำตอบหลุดออกไปโดยไม่ทันคิดทั้งสองเงียบไปชั่วขณะคิรากรมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“อย่าพูดแบบนั้นอีก”
เขาพูดเสียงต่ำ
“ทำไมคะ” เธอถาม
“มันทำให้ฉันเข้าใจผิด” คำตอบนั้นทำให้เธอชะงัก
“เข้าใจผิดอะไรคะ”
เขาไม่ตอบทันที แต่ก้มลงเล็กน้อยจนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองใกล้กันเกินไป
“ว่าเธอเริ่มรู้สึก”
หัวใจของตังค์ตังค์กระตุกแรง
“หนูไม่ได้” เธอรีบปฏิเสธ
“ก็ดี”
เขาพูดแทรกทันที
“เพราะฉันเตือนแล้ว”
คำว่า “ห้ามหลงรักฉัน”
เหมือนสะท้อนกลับมาในหัวของเธออีกครั้ง
แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิมมันหนักกว่าเดิม
ชัดกว่าเดิมและ…น่ากลัวกว่าเดิม
หลังจากนั้นไม่นาน คิรากรก็พาเธอออกจากงาน รถหรูเคลื่อนตัวออกไปท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน ตังค์ตังค์นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามจัดการความรู้สึกของตัวเอง
“คืนนี้เธอทำได้ดี”
เขาพูดขึ้น เธอหันไปมองเล็กน้อย
“ขอบคุณค่ะ”
“แม่ฉันยังไม่เล่นงานเธอ นั่นถือว่าโชคดี”
“ฟังดูไม่ค่อยน่าดีใจเลยนะคะ”
เธอยิ้มแห้ง คิรากรหัวเราะเบา ๆ
“เธอจะชิน”
“หนูไม่แน่ใจว่าอยากชินไหม”
เธอพึมพำเขาเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะพูด
“เธอยังถอนตัวได้นะ”
คำพูดนั้นทำให้เธอหันมามองทันที
“ตอนนี้” เธอถาม
“ก่อนที่มันจะยุ่งไปกว่านี้”
ตังค์ตังค์นิ่งไปความคิดหลายอย่างวิ่งผ่านหัว
เงิน ข้อตกลง ชีวิตที่กำลังเปลี่ยนแล้วก็…สายตาของเขา
“ถ้าหนูถอนตอนนี้”
เธอถามช้า ๆ
“คุณจะปล่อยจริงเหรอคะ”
คิรากรไม่ตอบทันทีแต่สายตาของเขาชัดเจนเกินคำพูด ตังค์ตังค์ยิ้มบาง ๆ
“งั้นหนูขอเล่นต่อค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้เขามองเธอนานขึ้นอีกนิด
ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“อย่ามาเสียใจทีหลัง”
“หนูเลือกเองค่ะ”
รถเงียบลงอีกครั้งแต่ความรู้สึกระหว่างทั้งสองกลับไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเมื่อรถจอดหน้าคอนโดของเธอ ตังค์ตังค์กำลังจะเปิดประตูลง
แต่เสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“พรุ่งนี้เช้า ไปทำงานเหมือนเดิม”
“ค่ะ”
“แต่ตอนเย็น เตรียมตัวไว้”
เธอหันกลับมามอง “มีอะไรอีกคะ”
คิรากรยกยิ้มมุมปาก
“ไปบ้านฉัน”
หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่ววินาที
“บ้าน…คุณเหรอคะ”
“ใช่”
“ไปทำไม”
เขามองเธอนิ่ง ๆ
“ไปเจอแม่ฉันอีกครั้ง”
คำตอบนั้นทำให้เธอพูดไม่ออกเกมที่เธอเพิ่งเริ่มเล่นกำลังจะยกระดับขึ้นอีกขั้นและครั้งนี้
มันไม่ใช่แค่ในงานสังคมแต่มันคือสนามจริง
ที่ไม่มีที่ให้พลาดเลยแม้แต่นิดเดียว
ตังค์ตังค์กลืนน้ำลายเบา ๆก่อนจะพยักหน้า
“เข้าใจแล้วค่ะ”
เธอลงจากรถแต่ก่อนที่ประตูจะปิดเสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ตังค์ตังค์”
เธอหันกลับไปสายตาของคิรากรมองตรงมาที่เธอนิ่ง ลึก และอันตราย
“อย่าทำให้ฉันต้องเปลี่ยนกฎ”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทันที
“กฎอะไรคะ”
เขาไม่ตอบแต่รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าของเขาชัดเจนพอแล้วว่าถ้าเกมนี้เปลี่ยนเมื่อไหร่
คนที่ควบคุมมันอาจไม่ใช่แค่เขาอีกต่อไป