บทที่ 4
สิ่งแรกที่ต้องเจอ
เมื่อสองคนนั้นเดินขึ้นบ้านไปก็เหลือเพียงแค่พี่ธามที่ยังนั่งอยู่ ฉันมองไปรอบๆ บ้านบอกตรงๆ ว่ามันเหมือนบ้านไม้ธรรมดา ถึงจะมีทีวีตู้เย็นมีแอร์แต่มันก็ไม่ได้สุขสบายเหมือนบ้านของฉัน คับแคบขนาดนี้เดินเหยียบกันตายสักวัน
ถ้าตอนนี้ฉันต้องเลือกไปอยู่ที่ไหนสักที่ เงินที่มีมันก็คงไม่พอไหนจะค่าเช่าค่ามัดจำต่างๆ ถ้าเพื่อนที่มหาวิทยาลัยรู้ว่าฉันกำลังตกอับ ฉันยิ่งไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
"ห้องนี้มันเป็นห้องเก็บของถ้าเราจะอยู่ที่นี่ก็ทำความสะอาดเองนะ ที่นี่ไม่มีแม่บ้านทุกคนต้องช่วยกัน"
"คือ..."
ฉันยังพูดไม่ทันจบพี่ธามก็เปิดประตูห้องชั้นล่างทำให้ฉันเห็นกองไม้ รวมทั้งโต๊ะและเตียงนอนที่มีแต่ฝุ่น จะให้ฉันนอนตรงไหนแล้วฉันต้องเก็บยังไง ไม้กวาดฉันยังจับไม่เป็นเลย
"ทำไมพวกพี่ไม่จ้างแม่บ้าน ทำไมต้องทำเองคือฉันทำไม่เป็น"
"เฮ้อ... ทำไม่เป็นก็หัดทำจะได้เป็น มันไม่มีใครทำเป็นตั้งแต่เกิดหรอกนะ อีกอย่างบ้านหลังแค่นี้ไม่จำเป็นต้องมีแม่บ้านก็ได้"
ฉันได้แต่มองไปรอบๆ แค่เห็นฉันก็รู้สึกเหนื่อย ตอนนี้มันท้อไปหมดเลย ขาทั้งสองข้างมันอ่อนแรงจนฉันทรุดลงไปนั่งที่พื้น ฉันต้องมาอยู่กับคนที่ไม่รู้จักรวมทั้งหนี้สินที่พี่ชายก่อเอาไว้อีก
"พี่คงช่วยเราได้แค่นี้ เพราะเงินที่ถูกยักยอกไปรวมๆ แล้วมูลค่า 40 กว่าล้าน"
"ฮะ! 40 กว่าล้านถ้าพวกพี่รวยขนาดนั้นแล้วมาอยู่บ้านซอมซ่อนี่ทำไม!"
"บ้านหลังนี้พวกพี่สามคนซื้อเอาไว้ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ขี้เกียจไปอยู่คอนโดเพราะไอ้สองคนข้างบนมันชอบจัดงานปาร์ตี้ ที่สำคัญอยู่ตรงนี้มันใกล้มหาวิทยาลัย มีรั้วรอบขอบชิดอยากจะทำอะไรก็ได้ พวกพี่เลยตัดสินใจซื้อเอาไว้พอเรียนจบก็เคยชินกับการอยู่บ้านหลังนี้ไปแล้ว"
"มีธุรกิจส่วนตัวขนาดนั้นแม่บ้านสักคนก็ไม่ยอมจ้างจะงกไปถึงไหน"
"อ้าว งั้นเอาแบบนี้ไหมถ้าอยากได้เงินไว้ใช้ ก็หัดทำงานบ้านซักผ้าถูบ้านกวาดบ้านทำกับข้าวแล้วพี่จะให้เงินเดือนทำได้ไหมล่ะ"
"ไม่!"
ฉันตัดสินใจก้าวเดินเข้าไปในห้องที่มีแต่ฝุ่น ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนฉันต้องเคลียร์ไอ้ของพวกนี้ออกไปให้พ้นๆ ไม่งั้นคืนนี้ฉันคงไม่มีที่นอน
หันกลับมาอีกทีพี่ธามก็เดินไปเปิดหนังสือที่โซฟาอ่านเงียบๆ ฉันจึงเริ่มขนเศษกองไม้เฟอร์นิเจอร์ที่มันผุๆ พังๆ ออกไปโยนไว้หน้าบ้าน
ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กินแต่ถ้าไม่รีบทำตอนนี้ชีวิตฉันคงดับอนาถ ฉันอยากได้แม่บ้านอยากจ้างคนมาทำความสะอาดแต่โทรศัพท์ก็ไม่มี
"พี่ธามฉันหิวข้าว"
"หน้าปากซอยมีร้านอาหารตามสั่งครับ"
"ร้านอาหารตามสั่งมีเห็นทรัฟเฟิลไหม?"
"น่าจะมีเห็ดนางฟ้ากับเห็ดฟางครับ"
"ฉันจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ฮืออออ"
"คนเรามีชีวิตอยู่ได้ต้องอาศัยปัจจัยพื้นฐาน เช่นอาหารน้ำอากาศเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย และปรับตัวให้เข้ากับโลกใบนี้ อาหารน้ำอากาศเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อทำให้ร่างกายดำรงชีวิตอยู่และสามารถทำงานได้"
"หยุด! พี่ไม่ต้องพูดแล้วฉันไม่ได้อยากฟัง ฉันแค่ไม่ชินที่ชีวิตต้องมาลำบากแบบนี้"
"คนเราต้องเรียนรู้ถ้าเราอยากสุขสบายก็คงต้องไปอยู่ที่อื่น เพราะถ้าอยู่ที่นี่อะไรที่ช่วยกันได้ก็ต้องช่วย อะไรที่ทำได้ก็ต้องทำ"
พอเถอะฉันไม่ได้อยากฟัง ขืนฟังต่ออีกหน่อยฉันคงบรรลุธรรม ตอนนี้ฉันหิวจนต้องจำใจเดินมาหน้าปากซอยด้วยสภาพกระเซอะกระเซิง พอเห็นร้านอาหารตามสั่งฉันจะได้แต่ยืนนิ่งมองดูเมนูที่เขียนอยู่บนฟิวเจอร์บอร์ด
"เอาอะไรหนูก๋วยเตี๋ยวหมดแล้วนะ ตอนนี้เหลือแต่ข้าว"
"เอาข้าวไข่เจียวก็ได้ค่ะ"
"เข้ามานั่งก่อนน้ำข้างหลังตักกินได้เลยนะ"
ฉันเดินเข้ามานั่งท่ามกลางสายตาของนักศึกษาที่อยู่หอพักบริเวณนี้ ไหนจะพวกคนงานก่อสร้างที่นั่งมองฉันตาเป็นมัน ไม่นานข้าวไข่เจียวก็ถูกยกมาเสิร์ฟส่วนน้ำเปล่าฉันเลือกหยิบน้ำขวดแทนการตักน้ำรวมกับคนอื่น
"หน้าคุ้นๆ เหมือนน้องนาเดียร์เลยวะ"
"ฉิบหายน้องนาเดียจะมานั่งร้านข้างทางได้ยังไงมึงก็พูดส่งเดช!"
ได้ยินแบบนี้ฉันก็รีบก้มหน้าก้มตาทานข้าว ก่อนจะวางเงินไว้บนโต๊ะหนึ่งร้อยบาท จากนั้นก็เดินออกมาท่ามกลางสายตาของป้าเจ้าของร้าน ที่วิ่งมาเรียกฉันให้ไปรับเงินทอน
"หนูเงินทอนไม่เอาเหรอ!"
"ฝากไว้ก่อนนะป้าเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมาใหม่!"
นั่นไงต้องมีคนคุ้นหน้าคุ้นตาฉันแน่นอน ฉันรีบวิ่งกลับมาที่บ้านระเบียงดาว สิ่งแรกที่ฉันเจอคือข้าวของที่กองอยู่ในห้อง ถูกพวกผู้ชายสามคนทยอยขนออกมา จนเหลือเพียงเตียงเหล็กที่ไร้ฟูกนอนกับห้องโล่งๆ ที่ยังไม่ได้ปัดกวาด
"พวกพี่... เอ่อ..."
"พี่เห็นมันเหลือแต่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ก็เลยช่วยกันขนออกมา ที่เหลือก็จัดการเองนะ"
"ขอบคุณนะ"
ฉันหยิบไม้กวาดขึ้นมาดูเคยเห็นแม่บ้านปัดกวาดอยู่บ้าง แต่ทำไมฉันลองกวาดเท่าไหร่ฝุ่นมันก็ไม่หมด ถ้าฉันเอาเงินห้ามหมื่นบาทไปซื้อเครื่องดูดฝุ่นมันน่าจะสะดวกสบายกว่านี้ แต่พอคิดแบบนั้นฉันก็ต้องนึกถึงการใช้ชีวิตในวันอื่นๆ
"เรื่องที่นอนถ้ามันไม่มีก็ต้องไปซื้อ ที่ห้างหน้าหมู่บ้านมันมีเฟอร์นิเจอร์ที่นอนขายอยู่ลองไปดูก็ได้นะ มันมีบริการส่งถึงที่"
"พรุ่งนี้ฉันมีเรียนแต่ข้าวของต่างๆ ยังอยู่ที่บ้านอยู่เลย"
"ก็กลับไปเอาสิพูดอยู่แบบนี้ ข้าวของเครื่องใช้เธอมันจะลอยมาหรือไง"
"ไอ้คีมึงนี่นะ"
"เดี๋ยวกูพาไปก็ได้ ต้องไปทำธุระที่โรงเรียนพอดี"
"อืมเราไปกับไอ้เวย์นะมันต้องไปทำธุระที่โรงเรียนใกล้ๆ หมู่บ้านที่เราอยู่พอดี"
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วกูขอตัวนะ ต้องไปดูร้านอยู่ตรงนี้นานๆ คันไม้คันมือไปหมด!"