บทที่ 5 สงครามโลกบนชั้นสอง NC

1092 Words
บทที่ 5 สงครามโลกบนชั้นสอง NC นั่นแหละค่ะท่านผู้ชมหลังจากที่พี่อัคคีภัยออกจากบ้านไปด้วยรถบิ๊กไบค์ ก็เหลือเพียงฉันที่ยังยืนงงๆ มองหน้าพี่ธามกับพี่เวย์ "ไปล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยไป จะได้ไปกับมันพี่ขอตัวขึ้นไปอ่านหนังสือก่อน" ฉันพยักหน้าก่อนจะลากสังขารเข้าไปในห้องน้ำ พอเห็นสภาพตอนนี้ฉันอยากจะกรี๊ดให้ลั่นบ้านทั้งโทรมทั้งสกปรก บนหัวมีแต่หยากไย่ไหนจะฝุ่นจากห้องเก็บของบ้าๆ นั่นอีก "หมดสภาพ... ลูกเศรษฐีมีเงิน ฮือออ" ฉันใช้เวลาล้างหน้าล้างตาไม่นานก็รีบออกมาขึ้นรถของพี่เวย์ เพื่อตรงไปยังบ้านของฉัน ระหว่างทางมีการพูดคุยสนทนากันเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องเรียนและเรื่องงานของพี่เวย์ มันทำให้ฉันได้รู้ว่าเขาเป็นอาจารย์สอนอยู่โรงเรียนมัธยม มีร้านอาหารของเขาเอง ครอบครัวก็เป็นคนใหญ่คนโต คุณพ่อของเขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พี่ชายของฉันโกงเงินเขาไปประมาณ 7 ล้านบาท เป็นเงินร่วมหุ้นร้านอาหารและเป็นช่วงที่พี่เวย์ ให้พี่ชายฉันเข้ามาช่วยดูแลบัญชีของร้าน เนื่องจากฝ่ายบัญชีลาออกกะทันหัน "ยิ่งพูดถึงพี่ฉัน ฉันก็ยิ่งเกลียดอยากจะแจ้งตำรวจให้ไปลากคอมันเลย" "ป่านนี้มันใช้ชีวิตสุขสบายอยู่เมืองนอกแล้ว แฟนเป็นแอร์โฮสเตสรู้ทางหนีทีไล่ดีจะตาย ฉันโดน 7 ล้านถามว่าแค้นไหมฉันก็แค้นมันนะแต่คนที่โดนหนักสุดคือไอ้ธาม" "พี่ธามโดนไปเท่าไหร่คะ?" "20 กว่าล้าน" "ฮะ!" "ที่มันโดนเพราะว่าพี่เธอเป็นธุระจัดการเครื่องมือแพทย์ ช่วงนั้นไอ้ธามมันยังวุ่นวายที่โรงพยาบาล คลินิกก็ใกล้จะเปิดอุปกรณ์ต่างๆ ขาดแคลนเพราะมีวิกฤตทางภาคเหนือ คนเลยแห่มาซื้อเครื่องมือแพทย์ไปบริจาค พี่เธอมันเลยอาสาเป็นธุระจัดการซื้อจากเมืองนอก" "มิจฉาชีพชัดๆ" "ใช่พวกอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ไอ้ธามมันไม่รู้ทีหลัง ว่าเป็นของมือสองจากประเทศเพื่อนบ้าน มันไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้แล้ว แต่พี่เธอบอกจะรีบหาเงินมาคืนจนมามีเรื่องมีราวกับไอ้คีนั่นแหละ ทั้งเรื่องผู้หญิงทั้งเรื่องโกงเงินสุดท้ายก็มาลงมือกับเธอ หอบเงินหนีไปอยู่เมืองนอกกับแฟนไอ้คีไงล่ะ" ยิ่งฟังยิ่งเจ็บยิ่งแค้น ฉันถอนหายใจจนรถของพี่เวย์ขับมาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ตอนนี้ธนาคารเอาป้ายมาติดไว้เรียบร้อยแล้ว ฉันจึงเดินไปที่ประตูเล็กเพื่อเข้าไปเก็บของแต่พอหันหลังไปมอง ก็เห็นพี่เวย์กำลังเดินตามด้วย "พี่ไปทำธุระของพี่ก่อนก็ได้ฉันขอเวลาแป๊บนึง" "เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน เธอไปจัดการเก็บข้าวของของเธอเถอะ คงเหลือไม่เยอะแล้วล่ะ" ฉันพยักหน้าก่อนจะรีบเดินเข้ามาในบ้านตู้เย็นหลังสุดท้ายที่อยู่ในครัวตอนนี้หายไปเรียบร้อย ไม่รู้ว่าเป็นพวกหัวขโมยหรือเจ้าหนี้มาขนของไป เสื้อผ้าของฉันก็มีแต่เสื้อยืดธรรมดาชุดนักศึกษาและหนังสือเรียน ฉันขนของลงมาด้านล่างด้วยความทุลักทุเล พี่เวย์จึงมารับของในมือฉันไปไว้ที่รถจากนั้นก็พาฉันมาที่โรงเรียนมัธยมที่เขาเป็นอาจารย์สอนอยู่ "ไม่น่าเชื่อว่าพี่จะเป็นครู" "หน้าไม่ให้ใช่ไหมล่ะ" "ใช่พี่ดูเพลย์บอยมากเลยนะ" "มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย จะลงไปรอข้างล่างไหมหรือจะรอที่รถ ฉันขอไปเอา notebook กับเอกสารก่อน" "ฉันรอที่รถก็ได้จะได้ไม่เกะกะพี่" พี่เวย์เดินลงจากรถเดินเข้าไปที่ตึก ฉันจึงนั่งเปิดเพลงฟังเบาๆ สายตาก็มองออกไปจนเห็นอาจารย์ผู้หญิง กำลังดี๊ด๊าเดินเคียงคู่ออกมาจากตึกพร้อมกับพี่เวย์ ดูท่าจะปลาบปลื้มพี่เวย์มากฉันจึงเบนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากเห็นอะไรที่มันน่ารำคาญลูกตา ฉันแกล้งหลับอยู่บนรถจนมาถึงบ้านปรากฏว่ามีเตียงนอนขนาด 3.5 ฟุตมาส่งที่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ไปซื้อแต่พี่ธามเป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง เขาบอกว่าออกไปซื้อของแล้วเห็นมันลดราคาก็เลยซื้อมาให้ ฉันจึงรีบปัดกวาดเช็ดถูก่อนจะปูที่นอนตามมีตามเกิด จากนั้นก็ชิ่งไปอาบน้ำก่อนจะนอนหลับเพราะความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน ตึก! ตึก! ตึก! เอี๊ยด~ เอี๊ยด~ ปึก! ปึก! ปึก! เสียงบางอย่างทำให้ฉันต้องตื่นขึ้นมาในช่วงกลางดึก ความหิวมันทำให้ฉันต้องเดินออกมาจากห้องนอน ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมบนชั้นสอง ฉันเองก็โตพอที่จะรู้ว่าเสียงพวกนั้นมันคือเสียงอะไร แต่จะให้ฉันทำยังไงได้ในเมื่อตอนนี้ฉันหิวจนไส้กิ่วหมดแล้ว 'อ๊าา~ เสียวว~' ปึก! ปึก! ปึก! "ให้ตายเถอะนี่บ้านหรือโรงฆ่าสัตว์กันแน่" ฉันพูดออกมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบผลไม้และนม กลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง 'เบา~ เวย์~ เบาหน่อย~' 'มันฉิบหายได้ขึ้นครูสักที อ่าส์~' เสียงของคีดังกระเส่ามาก เขาเหมือนคนหิวโหยมาจากไหนไม่รู้ 'คีคะ~ เวย์อื๊ออ~ ธะ ธาม~ กรี๊ดดด!' ฟุบ! แอปเปิลในมือของฉันร่วงลงไปที่พื้น เมื่อฉันได้ยินเสียงร้องครวญครางของผู้หญิงหนึ่งคน ที่ร้องครางเรียกชื่อผู้ชายถึงสามคน อย่าบอกว่าบนชั้นสองกำลังเกิดโศกนาฏกรรมอันใหญ่หลวง "ฉันรับไม่ได้นี่ฉันต้องอยู่บ้านหลังนี้กับความเสี่ยงจริงๆ เหรอ" ปึก! ปึก! ปึก! "ข้างบนช่วยเบาๆ หน่อยค่าาาา ข้างล่างนอนไม่ได้เลยค่ะคุณพี่!" ฉันตัดสินใจตะโกนขึ้นไปจนเสียงโศกนาฏกรรมค่อยๆ เบาลง สักพักฉันก็ได้ยินเสียงโวยวายของพี่คี ที่กำลังด่าฉันแต่ก็ถูกพี่ถามห้ามเอาไว้ 'กูจะลงไปจัดการเด็กนั่น!' 'มึงก็ใจเย็น คราวหลังก็เบาๆ หน่อยเกรงใจน้องมัน' 'โธ่เว้ย! หงุดหงิดกูกำลังจะแตกอยู่แล้ว ฉิบหายหมดอารมณ์เลยกู!'
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD