ตอนที่ 2
วันต่อมาที่บ้านของลูกพีช
ในยามเช้าแสนสดใสแต่ห้องนอนกลับมืดสนิทมีเพียงเสียงนาฬิกาปลุกแจ้งเตือนขึ้นเมื่อถึงเวลา ลูกพีชลืมตาขึ้นมาพร้อมกับกดปิดดวงตากลมโตจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาเธอปิดตาลงอีกครั้ง ต่อเวลาห้านาที สิบนาทีตามนิสัยลูกคุณหนูอย่างเธอ และแล้วเสียงนาฬิกาก็ดังขึ้นอีกรอบห้านาทีไม่นานเลยสักนิด ตัวเล็กจึงต้องลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ
เธอขยับร่างกายไปยังโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับวางมือถือราคาแพงลงด้านข้าง ยกมือบางขยี้ตาก่อนจะเก็บรวบเส้นผมยาวสลวยถึงกลางหลังขึ้นให้เรียบร้อยเตรียมพร้อมสำหรับเข้าไปอาบน้ำล้างหน้า ทุกครั้งที่ตื่นเช้าลูกพีชจำเป็นต้องเผื่อเวลาแต่งหน้าแต่งตัวนานนับชั่วโมงเธอไม่มีเวลาทานข้าวก่อนไปเรียนด้วยซ้ำ
ผ่านไปหลายนาทีหลังจากที่ลูกพีชตั้งใจนั่งแต่งหน้าจัดเต็ม ริมฝีปากกระจับเคลือบด้วยลิปสติกแบรนด์เนมขนตาดัดลอนสวย บริเวณแก้มแต้มสีด้วยบลัชออนสีชมพูอ่อน ตัวเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาติดต่อเพื่อนร่วมคณะแต่ไม่ว่าจะโทรไปกี่สายก็ไร้การตอบรับ เธอเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เพื่อนอีกคนแต่ก็เป็นในลักษณะเดียวกัน มองดูนาฬิกาที่แปะอยู่ตรงผนังห้องใกล้เวลาเข้าเรียนเต็มทีแล้ว แต่เธอยังติดต่อเพื่อนไม่ได้สักคนเพราะตำแหน่งคนขับรถยังว่างเลยทำให้ไม่มีคนไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัย แต่ทุกครั้งที่มีเรียนหญิงสาวจะเว้าวอนเพื่อนให้มารับมาส่งอยู่ตลอด
“ทำไมไม่มีรับสายเลยเนี่ย” พึมพำกับตัวเองแต่ฝ่ามือบางวุ่นอยู่กับการจัดข้าวของใส่กระเป๋า
ไฟร้อนรุ่มในใจก่อเกิดขึ้นและแปรเปลี่ยนเป็นความน้อยใจที่มีต่อเพื่อน เพราะเธอใช้ยานพาหนะไม่เป็นสักอย่างแม้กระทั่งรถจักรยานธรรมดา ลูกพีชตัดสินใจก้าวขาออกจากห้องนอนตัวเองพร้อมกับสะพายกระเป๋าด้านข้าง กลัวจะไปเรียนสายเธอตรงดิ่งไปหาคนที่นอนอยู่ห้องนั่งเล่นเมื่อคืน เห็นว่าร่างกายกำยำนอนหลับสนิทบนโซฟาหรูหรา แม้จะกลัวว่าเขาไม่พอใจถ้าเธอปลุกขึ้นมาตอนนี้แต่ลูกพีชหมดหนทางแล้วจริงๆ
“พี่เสือ ไปส่งหนูหน่อยได้ไหมคะ”
“อื้อ หือ” คนนอนอยู่รู้สึกตัวจากเสียงเรียกของอีกคน ฝ่ามือบางสองข้างจับต้นแขนแกร่งและออกแรงเขย่าเบาๆ เสือสะลึมสะลือลุกขึ้นนั่งพร้อมกับยกมือขยี้ตา
“ฉันพึ่งนอนเองนะลูกพีช”
จำได้ว่าพึ่งล้มตัวนอนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน หลังจากเคลียร์งานดึกดื่นเที่ยงคืน แววตาร้อนรนมองตามการขยับเขยื้อนร่างกายทุกท่วงท่าแต่เวลาที่เร่งรีบทำความกังวลใจเพิ่มพูนขึ้น ท้ายที่สุดสาวน้อยน้ำตาคลอด้วยความอดสูดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะตื่นเช้ามาแต่งตัวเสียเวลาเปล่า
“พี่เสือใจร้าย ฮึก ถ้าหนูไปเรียนไม่ทันจะต้องไม่เข้าใจแน่ๆ มันยิ่งยากๆ อยู่ด้วย”
“เธอก็เรียกรถสิลูกพีช ทางออกมันมีเยอะแยะ” เขาเสนอทางเลือกให้แก่เธอ ไม่ใช่เพียงว่าเขาไม่ไปส่งเธอจะไม่ได้ไปเรียนเสียหน่อย เพราะยังมีทางออกอีกมากมาย
“เรียกเวลานี้เหรอคะ คงจะมีคนรับอยู่แหละ”
“โอเค หยุดร้องเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
ยกมือบางขึ้นซับน้ำตาแล้วระบายรอยยิ้มดีใจให้กับคนตรงหน้า เสือทำหน้าที่เป็นคนขับรถไปส่งเธอที่มหาลัยระยะทางหลายกิโลเมตร ท้ายที่สุดรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณหน้าตึกไม่ทันจะเปิดประตูลงจากรถไป ลูกพีชหันหน้ามาพูดคุยกับเขาก่อน
มหาวิทยาลัย
“มารับด้วยได้หรือเปล่าคะ”
“ไม่ว่าง ถ้าอยากให้มาเธอจะให้ฉันเอาไหม”
ดวงตาสองคู่สบตากันตัวเล็กเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เสือเปล่งคำพูดที่เธอคาดไม่ถึงจนทำให้ลูกพีชกลืนน้ำลายลงคอ คำพูดคำจาสองแง่สองง่ามพลางให้คิดมากแววตาใสซื่อจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาเอาการแม้จะยังไม่ทันล้างหน้าก็เถอะ คนตัวสูงสำรวจเรือนร่างอรชรที่นั่งอยู่ข้างคนขับกระโปรงทรงเอสีดำสั้นนิดเดียวเผยให้เห็นขาอ่อนเนียนขาว ไหนจะเสื้อนักศึกษารัดรูปจนเห็นว่าหน้าอกโตกำลังจะล้นทะลักออกมา
พยัคฆราชโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กับร่างบาง ลูกพีชสูดหายใจเข้าจนสุดราวกับว่าขาดอากาศหายใจ จากนั้นเขาใช้อุ้งมือหนาลูบไล้ท่อนขาขาวทำเอาหัวใจคนตัวเล็กเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอก น้ำเสียงแผ่วเบากระซิบกระซาบข้างใบหูขนที่แขนเรียวลุกซู่โดยไม่ต้องถามหาสาเหตุ
“ถางขาให้ฉันเอาสิ แล้วฉันจะตามใจเธอหนึ่งวัน”
“พี่เสือ แต่นี่มันมะ..มหาลัย”
ลูกพีชเอ่ยวาจาต่อเขาเมื่อเห็นว่าอีกคนใช้มือล้วงลึกระหว่างขา ก่อนจะลูบวนตรงนูนสามเหลี่ยม ใบหน้าหวานแดงก่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้จะตื่นเต้นทุกครั้งเวลาอยู่ใกล้แต่ความรู้สึกครั้งนี้มันแตกต่างออกไปจากเมื่อก่อน เธอไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธแต่กลับกันร่างกายดันขาสองข้างแยกออกจากกันราวกับว่าเปิดทางให้เขาได้โดยง่าย
“พะ..พี่เสือ อื้อ”
ใบหน้าของสาวน้อยเหยเกเมื่อถูกสัมผัสติ่งสวาท มือหยาบรุกล้ำเข้ามาในช่องทางรักและลูบวนอยู่อย่างนั้นทำให้เธอต้องแอ่นสะโพกรับด้วยความลืมตัว การกระทำของเธอทำให้เสือพอใจเป็นอย่างมากความต้องการทางเพศของลูกพีชมากมายจนทะลักออกมาให้เห็นผ่านแววตาประกายคู่นั้น
“เธอนี่มันเป็นผู้หญิงที่ร่านจริงๆ”
“พี่เสือจะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่ไม่มีใครหรอกจะไม่รู้สึกดียิ่งเป็นคนที่เราชอบ”
“ชอบมากเหรอที่ฉันทำแบบนี้”
“อ๊ะ อ๊าย อื้อ”
ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งในสถานที่แบบนี้ แต่ทว่ารถยนต์หรูคันนี้ติดฟิล์มกระจกสีดำสนิทไม่มีใครสามารถมองเข้ามาด้านในได้ด้วยซ้ำ เสือยังคงลูบวนอยู่อย่างนั้นมองภาพที่ผู้หญิงตัวเล็กควงสะโพกเชื้อเชิญนิ้วสาก ลูกพีชเอื้อมมือมาจับแขนแกร่งแน่นความรู้สึกดีแบบนี้เธอไม่ทำเคยที่ไหนมาก่อนบวกกับผู้ชายตรงหน้าคือคนที่ชอบยิ่งสร้างความปั่นป่วนแก่เธออย่างมาก
“หนู อื้อ อ๊าย”
ร่างบางเกร็งกระตุกตัวสั่นเทาทำให้เขายกยิ้มกริ่ม เธอหอบหายใจเข้าออกแม้จะไม่ได้วิ่งออกกำลังก็ตามแต่ร่างกายกลับเหน็ดเหนื่อยราวกับว่าวิ่งแข่งสี่คูณร้อย ลืมเรื่องราวตอนแรกที่ร้องขอให้เขามาส่งเสียสนิท ลืมเวลาที่จะต้องเข้าเรียนเพราะเขาแท้ๆ พอใจแล้วเสือดึงมือกลับมาพร้อมกับเอ่ยวาจาสุดท้ายแก่เธอ
“ไปเรียนได้แล้ว ไหนบอกรีบมาจะเรียนไม่ทันไง”
“พี่มัวแต่แกล้งหนู พีชขอพักหายใจก่อนสิ”
เธอดึงสติที่หลุดลอยหายไปให้กลับคืนมาเพื่อจะได้ลงจากรถและรีบไปเรียนเสียที สูดอากาศหายใจลึกๆ ก่อนจะบอกลาคนตัวโตที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“ไปเรียนก่อนนะคะ บ๊ายบายค่ะ” ว่าจบก็เปิดประตูก้าวลงจากรถเธอตั้งใจเดินเข้าไปยังในตัวอาคารและรีบเร่งเหมือนอย่างตอนแรก
บ้านหรูสไตล์โมเดิร์น
แต่ก่อนอาจจะไม่ได้มาที่นี่บ่อยครั้งนัก แต่พอหลานตัวเล็กลืมตาดูโลกเสือจึงคอยมาที่บ้านหลังนี้ประจำในตอนเย็น ก็เพื่อจะมาเล่นกับหลานชายคนแรก หลังจากที่เขาได้มีเวลาพักผ่อนไม่กี่ชั่วโมงเสือก็ทำหน้าที่ไปพบลูกค้าด้วยตัวเอง กลายเป็นว่าเขาใช้พลังงานจนหมดและตัวเลือกที่จะทำให้เสือมีความรอยยิ้มวันนี้ก็คือพระรามหลานชายวัยเพียงไม่กี่เดือน
ร่างสูงก้าวเท้าเหยียบพื้นเย็นเฉียบแต่กลับพบความเงียบสงบ พลันแม่บ้านอย่างป้าอ้อยเข้ามาทักทายละมือจากหน้าที่ของตัวเองเข้ามาต้อนรับคนมาใหม่อย่างเสือ ดวงตาคู่นั้นมองเห็นว่าบ้านไม่มีใครอยู่เลยจึงต้องเอ่ยปากถามแม่บ้าน
“อ้าวคุณเสือ”
“ป้าอ้อยครับ ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ”
“คุณสิงห์อยู่ในห้องนู้นค่ะ เลี้ยงเจ้าตัวเล็กอยู่ด้านในแหละค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ”
เสือเดินตรงไปยังห้องที่ป้าอ้อยชี้มาตอนแรก มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปด้านในเห็นพี่ชายของตัวเองกำลังนอนอยู่ถัดไปคือหลานชายของเขา ดูเหมือนพระรามจะตื่นแล้วกลับกันพ่อของเด็กน้อยยังหลับสนิททำให้เสือสนใจเพียงเด็กตัวเล็กที่กำลังนอนบนเบาะนุ่มๆ ชายหนุ่มระบายยิ้มหวานให้แก่หลานชายแต่พอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ทันจะล้างมือ เขาจึงเดินตรงไปห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดฝ่ามือทั้งสองข้าง
กลับมาหย่อนตัวลงนั่งใกล้ชิดพร้อมกับหยอกล้อหลานชาย ลืมความเหน็ดเหนื่อยที่พึ่งพบเจอมาทั้งวัน เสือคลี่ยิ้มจนตาหยีให้กับเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในวัยน่ารักน่าชังแก้มนุ่มๆ อมชมพูทำเขาอดใจไม่ได้ที่จะยื่นนิ้วไปสัมผัส ขณะเดียวกันพี่ชายอย่างสิงหาก็รู้สึกตัวตื่นพอดีเห็นน้องชายนั่งเฝ้าลูกตัวเองเขาจึงต้องลุกขึ้นนั่งข้างๆ
“มึงมาตอนไหนวะ”
“ตอนที่มึงหลับ ขออุ้มลูกมึงหน่อยนะ”
ว่าพลางดึงแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองขึ้น เวลาถัดมาเสืออุ้มพระรามขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนทรงพลัง ชายหนุ่มหุบยิ้มไม่ได้เลยทนความน่ารักน่าเอ็นดูของเจ้าเด็กคนนี้ไม่ไหว ประสบการณ์การอุ้มเด็กตัวเล็กเสือก็ได้เรียนรู้จากพี่ชายของเขา หลังจากที่พระรามคลอดเขาก็มักจะมาที่บ้านหลังนี้ประจำ พี่ชายนั่งมองอยู่ไม่ห่างกับการกระทำของเสือ
“มาหาลูกกูบ่อยขนาดนี้ เอาไปเลี้ยงเองไหม”
“กูทำจริงนะเว้ย เตรียมของเลย”
“ไม่ได้เว้ย มีเองสิวะ”
“มึงจะให้กูมีกับใคร”
เสียงทุ้มของสองพี่น้องพูดคุยกัน แม้แต่ก่อนจะไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัวแต่พอเอาจริงการมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาก็ช่วยเติมเต็มอะไรหลายๆ อย่างให้เขา ไม่ใช่แค่พ่อแม่ของพระรามเท่านั้น แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่มีเป็นของตัวเองเลยน่ะเหรอ ทั้งที่การเงินก็ไม่ขัดสนติดตรงที่ยังไม่มีแม่ของลูกน่ะสิ สำหรับเสือยังคงรักสนุกและไม่สนใจจะผูกมัดกับใคร ขนาดแฟนสักคนเขายังไม่มีเลย
“หาแฟนได้แล้วมึง ลูกพีชไง”
“ไม่เอาหรอก ใครอยากจะได้เป็นเมีย”
“แต่ลูกพีชชอบมึงมานานแล้วนะเว้ย อีกอย่างมึงก็ไม่มีแฟนด้วย”
“กูไม่ได้คิดอะไรกับเด็กคนนั้น แล้วที่กูยังไม่มีแฟนเพราะกูไม่อยากผูกมัดกับใคร”
กล่าวตอบพี่ชายน้ำเสียงแข็ง ยืนยันเป็นคำขาดว่าจะไม่มีทางเปิดใจให้แก่ลูกพีชไม่ว่าเธอจะแสดงออกว่าชอบเขาหรือพยายามตามจีบมานานแล้วก็ตาม เด็กที่เติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเขาไม่เคยพิศวาสเลยสักครั้งแต่ความรู้สึกดันแตกต่างจากเมื่อก่อนตรงที่เขาเห็นว่าเธอโตขึ้นมาก ไม่เหมือนเด็กขี้แยเมื่อสิบปีที่แล้ว
“จำคำพูดมึงไว้แล้วกัน”
“กูพูดคำไหนคำนั้น ไม่คืนคำหรอกนะ”
****