เมื่อคืนถึงแม้ว่าอยากจะกล่าวถามภรรยาของตนเองลงไปพบเจอกับลูกชายคนสนิทบิดาได้อย่างไรก็จำต้องปล่อยผ่าน เพราะกลับขึ้นห้องนอนส่วนตัวที่แม่บ้านจัดเตรียมเอาไว้ให้โดยนาน ๆ ทีราชสีห์จะได้กลับมานอนตอนมีธุระจำเป็น ก็พบว่าเมียแต่งนั้นชิ่งเข้าสู่ห้วงภวังค์ไปก่อนแล้ว
แล้วต้องมาขมวดคิ้วเป็นปมอีกครั้งตอนออกมาทำกิจกรรมไดร์ฟกอล์ฟ ซึ่งเราทุกคนต่างแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวแล้วออกมาพบเจอตามจุดนัดในช่วงบ่ายของวัน
อีกฝ่ายไม่เข้าใจที่เขาจะสื่อสารหรือตั้งใจประชดประชันกันอยู่?
เนื่องจากว่าณีนราน่าจะไม่ใช่คนซื่อบื้อ แล้วยอมแต่งตัวรัดรูป สวมกระโปรงสั้นจนเวลาเดินมีใครหลายคนมองตาม
“อะไรคะ จ้องหน้าฉันทำไม”
“หันหลังมา”
“หันทำไม อ๊ะ! คุณราชสีห์”
พวกชอบเผด็จการ มีหรือที่มันจะให้เหตุผลก่อน พลิกร่างบอบบางของณีนราให้หันหลังเข้าหาได้ เรือนกายสูงใหญ่ก็ขยับเข้ามาแนบชิดจนจมูกรั้นสัมผัสได้ถึงกลิ่นไม้กฤษณา ไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายใช้เสื้อที่คุมอยู่บนไหล่กว้างนั้นมัดเข้าที่เอวบางตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่วงท่าตอนนี้เลยเหมือนว่าเรากกกอดกันอยู่
ต้องมาสะดุดหายใจกับสันจมูกโด่งของราชสีห์ที่มันอยู่ใกล้ใบหูเพียงแค่มีกำแพงอากาศที่มองไม่เห็นกั้น ยังต้องนึกโมโหเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคนอีก
“ถ้าอยากอ่อยขนาดนั้น เอาไว้กลับบ้านแด๊ดจะสนองให้ ดีไหมคะ”
“อย่ามาทำตัวทุเรศ แล้วปล่อยฉัน”
“พี่ราชาคะ!”
ยังไม่ทันที่ราชสีห์จะได้กลั่นแกล้งอะไรภรรยาต่อ ก็ต้องยอมปล่อยหนูนาให้เป็นอิสระ นัยน์ตาคมไร้แววมองตามเสียงร้องทักของคนที่เพิ่งลงจากรถกอล์ฟเพื่อออกมารวมกลุ่มบริเวณกลางแจ้ง โดยวันนี้ดูท่าแล้วคงจะร้อนเป็นพิเศษ
“…”
“ชาอยากลองเล่นบ้าง พี่ราชาช่วยสอนให้หน่อยได้ไหมคะ”
ทิชา หลานสาวของท่านเลขาธิการพรรคไม่ได้คิดสนใจเลยว่าบุคคลทั้งสองซึ่งเพิ่งตบแต่งกันไปจะอยู่ในท่าทางแบบไหน คุยอะไรกัน
เนื่องจากที่ขอติดตามผู้ใหญ่มาในครั้งนี้เป็นเพราะเป้าหมายคือชายหนุ่มที่เก่งรอบด้าน และน่าเสียดายนักที่วันวิวาห์ใหญ่โตมันไม่ใช่เธอที่ได้ยืนเคียงข้างเขา เหตุด้วยเราทุกคนในนี้ล้วนมีหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ที่เห็นสมควรว่าใครต้องถูกวางเอาไว้ตรงไหน
ต่อให้ไม่งอแง ก็ใช่ว่าจะไม่ปวดใจ
หากเธอเป็นลูกสาวของผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนี้ก็คงจะดี เพราะแบบนั้นความปรารถนามันคงจะเป็นจริงได้ไม่ยาก
วายุที่ได้ยินดังนั้นก็หันมองหน้าผู้เป็นเจ้านายของตนเองสลับกับภรรยาคนสวยที่วันนี้การแต่งกายของเธอแม้จะอยู่ในเซ็ตกอล์ฟสปอร์ตผู้หญิง ที่เห็นได้ทั่วไป แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่ามันดูดีเอามาก ๆ
รวมถึงไม่เคยเห็นคุณณีนราใส่วับ ๆ แวม ๆ เช่นนี้มาก่อนด้วย คิดว่าวันนี้เจ้านายของตนเองคงไม่ปล่อยให้ไกลหูไกลตาแน่ ๆ ทว่าที่ไหนได้
เจ้านายเขากลับพยักใบหน้าคมคายให้หลานสาวคนน่ารักของท่านเลขาธิการพรรคแล้วแยกตัวเดินออกไปเสียอย่างนั้น ส่วนภรรยาเจ้านายก็ทำเพียงแค่มองตามนิ่ง ๆ ก่อนจะมีใครบางคนเดินมาชวนให้ไปสอนเล่นเช่นเดียวกัน
คนของรีสอร์ตก็มีออกจะเยอะแยะ อย่างไรคนพวกนี้ถึงได้ขยันเข้ามาวอแวกับบุคคลทั้งสองนัก ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วด้วย
“ผมเล่นไม่เก่งเลย ได้ข่าวว่าระดับของหนูนาถึงขั้นเป็นนักกอล์ฟได้ งั้นผมคงต้องรบกวนแล้วครับ”
“ใครบอกธีแบบนั้น”
“ท่านว่าที่สส.ครับ เห็นอวยลูกสะใภ้กับลูกชายใหญ่เลย เดี๋ยวคงจะให้คนมาตามหนูนาไปวัดฝีมือด้วยแน่ ๆ”
“เหอะ”
หนูนาทำเพียงแค่นเสียงหัวเราะออกมา เนื่องจากต้องเอาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลมาเกลือกกลั้วกับคนพวกนี้ให้มัวหมองมันก็มากเกินจำเป็นแล้ว
ก่อนจะลอบมองไปทางสามีของตนเองกับทิชาซึ่งดูจะสนิทสนมกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พร่ำสอนกันชนิดที่ว่าคงจะไม่เห็นหัวกันแล้วว่าเธอเองก็ยืนอยู่ตรงนี้
ทว่าเราก็แต่งกันเพียงแค่ในนาม เขาจะไปอะไรกับใครก็ช่างแม่ง ขอแค่ไว้หน้ากันไม่ทำเรื่องอุบาทว์ลับหลังเป็นพอ
แต่วันนี้อากาศมันชวนร้อนมากเกินไปหรือไม่ เพราะสอนธีระตีลูกกอล์ฟไปไม่เท่าไหร่ อุปสรรคทางด้านร่างกายมันก็เหมือนจะบังเกิด เหตุเพราะช่วงนี้ไม่ได้ออกกำลังกายจากงานที่รัดตัวหรือ
“แบบนี้หรือเปล่าครับหนูนา”
“อือ เหยียดแขนเข้าหาบอล รักษาตอนจบค้างไว้ให้เป็นสามเหลี่ยม ไม่ใช่ดิธี วางมือแบบนี้”
ไม่ใช่แค่ไม่เก่ง แต่นายตำรวจซึ่งคงจะถนัดแค่จับผู้ร้ายเรียกได้ว่าแทบจะเล่นมันไม่เป็นเลยมากกว่า หนูนาที่เห็นท่าทีขัดตาตัวเองเลยวางอุปกรณ์ที่เล่นเป็นตัวอย่างลง
เดินเข้าไปประชิดร่างสูงเพื่อที่จะได้จัดแจงท่วงท่าให้ เพียงแต่หญิงสาวคงจะเคลื่อนไหวร่างกายเร็วไปเสียหน่อย จึงทำให้รู้สึกราวกับว่าจะหน้ามืดขึ้นมาเฉย ๆ ยังดีที่สามารถพยุงกายตัวเองเอาไว้ได้ทัน
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับหนูนา”
“ไม่ ๆ เมื่อกี้คงจะขยับเร็วไปหน่อย มือต้องวางแบบนี้ อะ ลองตีดู”
คุณครูจำเป็นถอยออกมาให้ห่างจากการสวิง ยืนกอดอกมองลูกศิษย์ที่ดูจะหัวเร็วอยู่ไม่น้อย ก่อนจะมีเสียงที่ไม่ได้ไกลจากตัวเองกับธีระดังขึ้น พบว่าเป็นความแตกตื่นของขบวนพวกติดตามคุณหนูทิชา เลยจำต้องหันไปมองอีกครั้ง
พบว่าหล่อนกำลังอยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นสามี ก่อนราชสีห์จะช้อนอุ้มหญิงสาวร่างเล็กขึ้นแนบกายแล้วเดินผ่านหน้าเธอกับธีระไปอย่างเร่งรีบ
ไม่แม้แต่จะปรายตามองมายังภรรยาคนนี้ หรืออธิบายเหตุการณ์อะไรให้ฟังเลยด้วยซ้ำ
เพียงเพราะณีนราเป็นแค่ของประดับบารมี ที่มีค่าเฉพาะตอนสังคมจับตาอยู่หรือ ไม่เคยรู้สึกเวทนาใจในตนเองเท่านี้มาก่อน อีกอย่างเธอเองก็ร้อนจนหน้าจะมืดเช่นกัน ยังไม่มีใครวิ่งตามกางร่มให้เช่นหลานสาวท่านเลขาธิการพรรคเลย แต่ถามว่าต้องการไหม ก็ไม่
“เกิดอะไรขึ้นครับ คุณทิชาเป็นลม?”
“คงจะแบบนั้นค่ะ งั้นวงคงจะแตกแล้ว เราแยกย้ายกันเลยดีไหม ฉันเองก็อยากพักแล้วเหมือนกัน”
“ครับ ๆ แต่หนูนาโอเคใช่ไหมครับ ทำไมหน้าซีดแบบนั้นล่ะ แต่มันก็ร้อนขนาดนี้ ให้ผมพาไปห้องรับรองก่อนไหม”
“ไม่ล่ะ ขอบคุณมากนะ เดี๋ยวก็คงจะกลับกันแล้ว นี่ไปรอที่รถเลยจะดีกว่า”
เธอไม่อยากจะวุ่นวายกับใครต่อ เลยเลือกเดินออกมาทั้งที่ไม่คิดจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยด้วย ยังดีที่มีร่มของคนสนิทสามีเดินตามกางให้ วันนี้อุณหภูมิไม่ได้เหมาะกับกีฬากลางแจ้งเลย แต่พวกนั้นมันก็เป็นบ้าอยู่แล้ว อีกทั้งก็ปฏิเสธอะไรไม่ได้ด้วย
เดินลิ่ว ๆ ขึ้นรถตู้คันหรูได้ก็เป็นวายุตามมาสตาร์ตเครื่องยนต์เพื่อเปิดแอร์เอาไว้ให้นั่งพักรอก่อนออกไปจากที่นี่
ส่วนใครจะค้างก็ค้างไป แต่หนูนาคิดว่าตัวเองคงจะอยู่ต่อในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ไหวแล้ว โกรธเหรอ อย่างไรต้องโกรธ ก็ในเมื่อทราบดีว่าอะไรมันเป็นอะไร แต่ปากมันก็ไปเร็วอย่างสั่งห้ามไม่ทัน
“ทิชา หลานสาวของท่านเลขาธิการพรรคคนนั้น มีความสัมพันธ์กับคุณราชสีห์มาก่อนเหรอคะ”
วายุที่เปิดรถให้หญิงสาวได้นั่งพักเย็น ๆ แล้วกะว่าจะพาตัวเองออกไปยืนรอเจ้านายด้านนอกนิ่งค้าง แทบไม่กล้าจะหายใจเลยด้วยซ้ำ หลังได้ยินคำถามตรงไปตรงมาไร้ซึ่งการเกริ่นนำ สมกับเป็นคุณณีนรา แล้วเขาต้องตอบออกไปเช่นไร
“เอ่อ... คือว่า”
แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรออกไปเลย เจ้านายเขาก็ดันไหล่ให้วายุขยับออกห่างจากประตูรถตู้ แล้วเอ่ยกับภรรยาแทน
“อยากรู้อะไรให้ถามผมโดยตรง ไม่ใช่งอแงแล้วเดินออกมาแบบนี้ รู้ไหมว่ามันเสียมารยาท”
TBC.