Cherry Pub
เจ้าของร่างสูงเดินผ่านบอดีการ์ดตรวจบัตรเข้ามาภายในผับอย่างคุ้นเคย ดนตรีที่เปิดในร้านวันนี้ยังสนุกไม่เปลี่ยน ดีเจคนใหม่ของร้านก็สวยเด็ด แถมยังผมยาวมากพอจะมัดใจเขาได้ ทว่าวันนี้ไม่ใช่วันสนุก พรุ่งนี้เขาต้องไปทำงานแต่เช้า
เห็นแบบนี้เขาเองก็เป็นพวกแยกแยะได้ ไม่ดื่มไม่เมาวันปกติ จัดหนักๆ ทีเดียววันหยุดให้มีแรงไปทำงานต่อในเช้าวันจันทร์ จะสันดานเสียหน่อยก็คือเรื่องเงิน มีบัญชีก็เหมือนบัญชีม้า เงินเดือนวิ่งเข้าทุกสิ้นเดือนเกือบสองแสน ใช้หมดตั้งแต่ยังไม่ถึงกลางเดือน
“เฮ้ย! เรนนี่เพื่อนรัก~!”
คนที่เรียกไม่ใช่ใครที่ไหน เบนซ์เองก็เป็นขาประจำของที่นี่ วสันต์ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพื่อนเอาเรี่ยวแรงจากไหนไปทำงานทุกเช้า
“เออ วันนี้กูไม่ได้มาดื่มนะ” เขาออกตัวพร้อมพุ่งเป้าไปยังจุดแคชเชียร์ ที่มาวันนี้เพราะมาตามเงินคืน
ส่วนเพื่อนก็เดินตามหลังมาเงียบๆ ด้วยความอยากรู้
“สวัสดีค่ะแยมมี่” เสียงทุ้มคุยคะขากับแคชเชียร์สาวอย่างสนิทสนม ไม่ลืมที่จะชมเธอให้ดีใจเล่นเป็นการเปิดทาง “ตัดหน้าม้ามาเหรอ เรนนี่บอกแล้วว่าหน้าม้ามันเข้ากับแยมมี่ที่สุด”
“อุ๊ย! คุณเรนนี่อะ” สาวน้อยน่ารักบิดตัวเขินอายกับคำชม เม้มปากกลั้นยิ้มก่อนจะถามเข้าประเด็น “แล้วมาหาวันนี้มีอะไรให้แยมมี่รับใช้คะ”
“อืม วันก่อนเรนนี่มานั่งที่ร้าน แล้วคิดว่าร้านน่าจะคิดเงินผิดน่ะ... เอ่อ เรนนี่ไม่ได้ว่าแยมมี่นะ หมายถึงเครื่องคิดเงินอาจจะรวน” วสันต์รีบพูดเมื่อเห็นว่าสาวแคชเชียร์ทำหน้าตาตกใจ เมื่อลูกค้าอย่างเขามาบอกว่ามีการคิดเงินผิด
มือหนาล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องสีดำของตนเองออกมา เปิดข้อความที่ส่งมาจากบัตรวางลงบนเคาน์เตอร์ให้เธอดู
“เนี่ย ปกติเรนนี่รูดไม่เกินห้าหมื่น แยมมี่จำได้ใช่ไหมคะ?” น้ำเสียงออดอ้อนในตอนท้ายเรียกรอยยิ้มเขินจากสาวน้อยอายุน้อยกว่า
เธอพยักหน้าหงึกหงักคล้อยตามราวกับถูกมนตร์สะกด
“จริงด้วยค่ะ แต่แยมมี่จำไม่ได้ว่ารายการวันนั้นมีอะไรบ้าง แถมบิลค่าใช้จ่ายของวันนั้นแยมมี่ส่งให้เจ๊หมดแล้ว” น้ำเสียงเศร้าสร้อยของแคชเชียร์สาวเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดที่ช่วยเหลือเขาไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโทนสดใสให้ความหวังเมื่อเห็นฝ่ายชายแสดงออกเช่นเดียวกัน “คุณเรนนี่รอเจ๊ริต้าเข้าร้านสักครู่ได้ไหมคะ วันนี้เจ๊น่าจะมาประมาณสามทุ่ม”
ริต้า?
วสันต์เลิกคิ้วนึกชื่อเจ้าของร้านที่ตนเองเคยได้ยินผ่านๆ ในหัว เขาจำได้ว่าเจ้าของเชอร์รี่เป็นผู้หญิงที่คนต่างเรียกเธอว่าเจ๊ ไม่ว่าจะคนตรวจบัตรอายุสี่สิบ หรือแม้แต่แคชเชียร์สาวอายุยี่สิบต้นๆ อายุอานามของ ‘เจ๊’ ไม่เคยเปิดเผย แต่วสันต์เคยนั่งเดาในวงเหล้ากับเพื่อนว่า คนที่คุมร้านใหญ่ในเขตเศรษฐกิจได้ขนาดนี้ หากไม่ใช่พวกจีนเทาก็คงเป็นเมียผู้กำกับสถานีตำรวจไหนสักแห่ง
“ปกติเจ๊ริต้าไม่เข้าร้านเหรอ? เรนนี่มาที่นี่ตั้งหลายปีไม่เคยเจอเจ๊เลย”
“ปกติเจ๊พักอยู่ชั้นบนของร้านเนี่ยแหละค่ะ พอดีเมื่อวานมีธุระส่วนตัว ไม่ได้เข้าร้านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” แยมมี่เล่าให้ฟังหมดเปลือก
เธอเองก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้หญิงที่หลงคารมและความหน้าใหญ่ใจกว้างของเขา วสันต์จำได้ว่าเธอให้ติ๊บไปหนึ่งพันตอนเมา คงสร้างความประทับใจเอาไว้ตั้งแต่ตอนนั้น
“อืม งั้นเรนนี่ไปนั่งรอที่บาร์ ถ้าเจ๊มาฝากเดินไปบอกหน่อยนะ” ธนบัตรสีม่วงถูกยื่นเป็นค่าแรงเล็กๆ น้อยๆ แม้จะรู้สึกเสียดายเงินแค่ไหน แต่จะยอมให้เอาไปนินทาลับหลังไม่ได้ ว่าคนอย่างเรนนี่ใช้งานคนแล้วไม่ให้เงิน
ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ
“ได้เลยค่ะ!” แยมมี่รับเงินแล้วรีบเหน็บเข้าร่องอก
ถึงจะเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้เป็นคนเหน็บด้วยตนเอง แต่รองประธานหนุ่มก็เลือกที่จะยิ้มหวานแล้วเดินไปนั่งที่บาร์กับเพื่อน
ทันทีที่วสันต์เดินไปนั่งบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ ออนเดอะร็อกสูตรเดิมก็ถูกบาร์เทนเดอร์วางลงตรงหน้าอย่างรู้ใจกัน คนตัวสูงไม่ลืมที่จะเอ่ยถามเพื่อนเอาข้อมูลเพื่อความชัวร์
“วันนั้น นอกจากขาประจำเรา มีใครมาเพิ่มหรือเปล่า”
“เหมือนจะมีนะ เพื่อนของไอ้เจย์ที่มาจากจีนมั้ง เห็นมันคุยจีนกันช้งเช้งกันเสียงดังทั้งงาน”
ว่าแล้วเชียว...
รองประธานหนุ่มคิดในใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ว่านั่นคือสาเหตุของค่าเครื่องดื่มที่แพงขึ้นมาเกือบเท่าตัว
“เพื่อนมีอะไรหรือเปล่า?” เบนซ์เอ่ยถามคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยความห่วงใย
“ไม่มีอะไร แค่วันนั้นกูโดนไปเจ็ดหมื่นกว่า เลยตามมาเคลียร์กับร้านเพราะอาจจะคิดเงินกูผิด”
“อ้อ...” เบนซ์ได้ยินแล้วเงียบไป
แต่เพราะเป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงของดีเจสาวคนใหม่ดังขึ้นเรียกความสนใจ วสันต์จึงหันไปมองที่เวทีครู่หนึ่งจึงไม่ทันสังเกตสีหน้านั้น
เอวยี่สิบหก อกสามสิบสี่ ถือว่ามีน้ำมีนวลกว่าแคนดี้ แม้หน้าอกหน้าใจจะเล็กกว่าแต่มองปราดเดียวก็รู้ว่าของแท้แม่ให้มา
เจ๊ริต้าแม่งตาถึง ดีเจมีแต่คนแจ่มๆ
ก้านนิ้วหนากระดิกเรียกบาร์เทนเดอร์ประจำร้านมาหา เอ่ยถามด้วยประโยคประจำที่มักจะทำเวลาเจอสาวถูกใจ
“ดีเจบนเวทีชอบดื่มอะไร?”
“อ่า... น้องป๊อปปี้เพิ่งมาทำงานที่ร้านวันนี้วันแรกครับ”
เป้าหมายไม่มีข้อมูลไม่ใช่ปัญหา คนเจนสนามหันกลับไปบนเวทีมองหาแก้วเครื่องดื่มที่อยู่ใกล้ตัวดีเจสาวมากที่สุด จากนั้นจึงหันกลับมาคุยกับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม
“เซ็กซ์ ออน เดอะ บีช เอาไปส่งแล้วบอกว่าผมเลี้ยง” ริมฝีปากกระจับเอ่ยชื่อเครื่องดื่มอย่างมั่นใจ
จากนั้นก็แค่รอบริกรนำเครื่องดื่มไปเสิร์ฟบนเวทีให้เป้าหมาย สายตาของดีเจสาวหันมามองเขาก่อนจะยกเครื่องดื่มที่เพิ่งสั่งไปกลืนลงคอรวดเดียวหมด ตามด้วยการแลบลิ้นเลียริมฝีปากท้าทาย
รอให้เสร็จธุระก่อน เจอแน่!
“คุณเรนนี่คะ เจ๊ให้ไปพบที่ห้องทำงานค่ะ”
จังหวะเหมาะเหม็งกว่านี้ไม่มีแล้ว แยมมี่เดินมาตามเขาพร้อมเดินนำขึ้นไปบริเวณชั้นสามของร้าน บันไดชั้นสองและชั้นสามมีการ์ดสองคนคอยดูแลไม่ให้ลูกค้าแอบขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมชั้นนี้ยังถูกออกแบบให้ดูดซับเสียงจนเสียงดีเจเปิดแผ่นดังขึ้นมาไม่ถึง
โคตรประทับใจคนออกแบบ สามร้อยไอคิวฉิบหาย
ก๊อกๆ
“เจ๊คะ คุณเรนนี่มาแล้วค่ะ”
แยมมี่ยืนรอเสียงอนุญาตจากคนที่อยู่ข้างในครู่หนึ่ง จนแล้วจนรอดก็ไร้การตอบกลับ จึงถือวิสาสะผลักประตูเข้าไป วสันต์มองตามการกระทำของแคชเชียร์สาวเห็นว่าเธอมองไปยังประตูซึ่งคาดว่าเป็นห้องน้ำ จากนั้นจึงเดินนำร่างสูงไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน
“เจ๊น่าจะกำลังเข้าห้องน้ำ คุณเรนนี่รอสักครู่นะคะ แยมมี่ต้องรีบลงไปเฝ้าแคชเชียร์ ทิ้งให้การ์ดดูแลนานไม่ได้”
“ขอบคุณค่ะ คนสวย”
รองประธานหนุ่มส่งยิ้มพร้อมพยักหน้าอย่างว่าง่าย หลังแยมมี่ออกไปจากห้องจึงหยิบโทรศัพท์มาไถฟีดฆ่าเวลา
แกรก~
เสียงเปิดประตูห้องน้ำด้านหลังดังขึ้นแต่เขาไม่สนใจหันไปมอง เพราะกำลังดูไลฟ์สดสาวจีนหุ่นสวยในแอปพลิเคชันดังและกดส่งสติกเกอร์เป็นของขวัญให้
“คุณมีอะไรจะคุยกับฉันคะ?”