“คุณมีอะไรจะคุยกับฉันคะ?”
น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจดังขึ้นจากด้านหลังเป็นการเรียกความสนใจ คนเจ้าชู้อย่างเขาได้ฟังแค่เสียงครั้งแรกก็ถึงกับหูกระดิก เรดาร์ด้านหลังจับสัญญาณได้ทันทีว่าคนนี้มีของ
ยิ่งเมื่อหญิงสาวเดินผ่านตนเองมาหยุดบนเก้าอี้ทำงานตรงหน้า กลิ่นหอมที่ลอยเข้ามาปะทะจมูกสร้างความสับสนจนต้องรีบเงยหน้าขึ้นมามอง และอย่างแรกที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือ
นม...
พระเจ้า... สามร้อยซีซี แถมยังมีไฝเม็ดเล็กบนเนินอกข้างซ้ายเอาไว้เป็นจุดเล็งเป้า
ความคิดสัปดนไหลเข้าหัว เพียงแค่ได้เห็นรูปร่างสมส่วนคนตรงหน้าไม่กี่นาที วสันต์ต้องรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง ก่อนเจ้าห้าแปดที่นอนหลับใหลจะตื่นขึ้นมาจนถูก ‘เจ๊ใหญ่’ เรียกบอดีการ์ดลากไปกระทืบ
“อะแฮ่ม! ผมชื่อเรนนี่ครับ” เขากดปิดจอไลฟ์สดสาวจีนยัดใส่กระเป๋ากางเกงทันทีหลังลุกขึ้น ยื่นมือออกไปหวังเช็กแฮนด์ทำความรู้จัก แต่ก็ต้องยื่นมือค้างเสมอหัวเข็มขัดตนเอง หลังได้เห็นใบหน้าเจ้าของไฝเสน่ห์เต็มตา
ผมสีดำตัดทรงฮิเมะสไตล์ญี่ปุ่นเข้ากับกรอบหน้า สีผมที่เข้มจนมืดในเวลากลางคืนขับผิวให้ขาวแทบเรืองแสงได้ ไหนจะริมฝีปากแดงเป็นกระจับน่ากัดเม้ม วสันต์นั่งตาค้างไร้สติสัมปชัญญะอยู่ครู่ใหญ่กระทั่งเธอหย่อนสะโพกนั่งลงตรงหน้า
“สวย...”
“อะไรนะ?”
“อ๊ะ! เอ่อ ผมคงจะเผลอชมว่าคุณสวย” เขาไม่มีความคิดปกปิดสิ่งที่ตนเองเพิ่งหลุดปากพูดแม้แต่น้อย ก็อย่างที่คิดว่ามันคือสเต็ปต์เบสิก เพราะหากเธอคิดเช่นเดียวกันทุกอย่างจะง่ายกับเขายิ่งขึ้น
วสันต์มีความภูมิใจของชายหนุ่มเต็มเปี่ยม นอกจากขนาดที่พ่อให้มาแบบเหลือกินเหลือใช้ นั่นคือใบหน้าที่ถอดแบบพิมพ์คล้ายกับพี่ชายอีกสองคนไม่ต่างกันเกินยี่สิบเปอร์เซ็นต์
หากผู้หญิงร้อยคนมองว่าคิมหันต์หล่อ และสองร้อยคนมองว่าเหมันต์หน้าตาดี วสันต์ก็ต้องอยู่เช็กลิสต์ของคนเหล่านั้นด้วยเช่นกัน
“ขอบคุณนะ แต่ฉันได้ยินบ่อยแล้ว พูดธุระของคุณมาดีกว่า ฉันมีงานต้องทำ” น้ำเสียงเย็นชาตอบกลับมาอย่างไร้ไมตรี
นอกจากจะไม่ยอมบอกชื่อแซ่ เจ้าของผับสาวยืนยันคำพูดตนเองด้วยการเริ่มเปิดสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายมากางต่อหน้า พร้อมกับกดเครื่องคิดเลขทำงานอย่างไม่แยแสคนแปลกหน้า เธอไร้มนุษยสัมพันธ์กับคนภายนอก ท่าทางนั้นทำให้คนคารมดีมีเพื่อนเยอะอย่างชายหนุ่มกลุ้มใจ
“ว่าไงคะ?” เสียงหวานถามซ้ำโดยที่สองตายังจ้องสมุดบัญชีสลับกับเครื่องคิดเลขฝั่งขวามือ
“ครับ งั้นผมไม่เกรงใจ” โทรศัพท์ที่เพิ่งเก็บใส่กระเป๋าถูกหยิบขึ้นมาอีกรอบ เขาเปิดข้อความแบบเดียวกันกับที่ให้แคชเชียร์สาวดู ยื่นให้เจ้าของผับได้เห็น “ผมมาใช้บริการที่ร้านวันก่อน และรู้สึกว่าตัวเลขแตกต่างไปจากทุกครั้ง”
เธอรับมันมาดูแล้ววางคืนเขา พร้อมจ้องหน้า คิ้วสวยเรียงตัวเป็นเส้นได้รูปเลิกขึ้นเล็กน้อย เข้าใจสิ่งที่อยากสื่อชัดเจน
“มันมากไปหรือน้อยไปล่ะคะ?”
“มากไป อ่า... ผมหมายถึงว่า ค่าใช้จ่ายมันมากไปกว่าทุกครั้ง ปกติผมเลี้ยงเพื่อนที่มาด้วยกันอยู่แล้วแต่รอบนี้บิลมันสูงเกินไป บางทีเครื่องคิดเงินอาจมีปัญหา” เจ้าของร่างสูงเลือกตอบอย่างมีชั้นเชิง ไม่กล่าวหาใคร แต่เลือกโทษเทคโนโลยีที่อาจจะขัดข้องได้ในบางครั้ง
ทว่า...
“ไม่ผิดหรอก”
“ครับ?”
“ไม่มีข้อผิดพลาด บิลของวันนั้นทั้งหมดฉันตรวจเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าคุณอยากดูรายการในบิลฉันจะให้ดู” เธอตอบเขาฉะฉานมั่นใจ พลางยกมือขึ้นกอดอกจนเนินอกอวบที่มีอยู่มากตั้งแต่แรกแทบทะลักออกมานอกเดรส
เรนนี่จะใจแตกแล้ว!
“ครับ ผมขอดู” เขาตอบทั้งที่ตายังจ้องเนินอกขาวไม่วางตา ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน ว่าอยากขอดูบิลหรือขอดูอะไร
ร่างระหงสมส่วนลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่สนใจจัดทรงเดรสที่ร่นขึ้นจนเห็นขาอ่อน เธอเดินเยื้องย่างไปยังลังเก็บเอกสาร ก่อนจะกลับมานั่งที่พร้อมกระดาษปึกใหญ่ นิ้วเรียวกรีดกรายไล่หาบิลที่ว่าไม่นาน จากนั้นจึงวางมันลงต่อหน้าเขา
วสันต์หยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านชื่อรายการ ก่อนจะสะดุดตาที่รายการพร้อมยอดค่าใช้จ่ายสี่หมื่นบาท
‘The Peated Single Malt Japanese Whisky ราคา 40,000 บาท’
“ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ หึ... ผมไม่รู้จักอันนี้” ชายหนุ่มมั่นใจว่าไม่เคยดื่มวิสกี้ประเภทนี้ จะให้พูดตามจริงมันไม่เคยอยู่ในหัวของเขาด้วยซ้ำ
“วิสกี้บ่มนำเข้าจากญี่ปุ่นขนาดเจ็ดร้อยห้าสิบมิลลิลิตร ผลิตจากข้าวบาร์เลย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ บ่มในถังไม้โอ๊กห้าปี ตัวนี้หอมมากเลยนะคะ”
“ไม่ใช่ครับ ผมหมายถึงผมไม่ได้สั่ง” เขาอธิบายเพิ่มเนื่องจากเจ้าของร้านสาวดันเข้าใจคนละความหมายกัน “ต้องมีข้อผิดพลาดแน่ๆ”
“ไม่ผิดหรอกค่ะ มันคือขวดสุดท้ายที่ร้านมี พวกคุณสั่งแบบยกขวดไปดื่มกันเอง บาร์เทนเดอร์เราเป็นพยานได้ กล้องวงจรปิดก็ด้วย” หญิงสาวเอ่ยถึงหลักฐานสำคัญที่ทำเอารองประธานหนุ่มพูดไม่ออก
เรื่องนี้เขาคงต้องกลับไปเค้นถามเพื่อนด้วยตัวเอง
“ผมขอถ่ายบิล...”
“เชิญค่ะ” มือเรียวประดับเล็บเจลสวยผายมือให้พร้อมรอยยิ้มท้าทาย คล้ายกำลังถูกหัวเราะเยาะเพราะเขาหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ
“งั้นผมรบกวนแค่นี้”
“ค่ะ”
“คุณจะไม่แนะนำตัวให้ผมรู้จัก?”
“ตอนแยมมี่พาคุณเข้ามา ฉันได้ยินเสียงแยมมี่เรียกชื่อฉันแล้ว” หลังจากพูดจบริมฝีปากเคลือบลิปสติกก็พรายยิ้มยั่ว
มันไม่ใช่การยั่วเพศ แต่มันคือการยั่วโมโหเขาต่างหาก
“ผมคิดว่าเราควรจะแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ...ด้วยปากตัวเอง” เขาเองก็ตอบกลับเธอเผ็ดร้อนไม่ต่างกัน
ไม่ได้มองว่าการกระทำไม่ให้เกียรติของเจ้าของผับสาวคือการเหยียดหยาม แต่คนอย่างวสันต์กลับมองว่ากำลังถูกเธอท้าทาย และความท้าทายตรงหน้า ทำให้อยากกำราบให้อยู่ใต้อาณัติจนแทบทนไม่ไหวเช่นกัน
“ไม่เป็นไร ครั้งหน้าค่อยทำความรู้จักกัน”
“ฉันชื่อเฌอริตาค่ะ จะเรียกว่าริต้าก็ได้” จู่ๆ เธอก็แนะนำตัวอย่างว่าง่ายจนชายหนุ่มเริ่มมีความหวัง ก่อนที่ความคิดนั้นจะถูกเธอทำพังอีกรอบ “ตอนนี้เรารู้จักกันแล้ว คงไม่มีความจำเป็นที่จะเจอกันอีกในครั้งหน้า”
คำปฏิเสธชนิดตอกตะปูปิดฝาโลงทำเอาเพลย์บอยหนุ่มอึ้งกิมกี่ เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายคารมจัดอย่างเขาตายไมค์ให้กับผู้หญิง
วสันต์ดูออกว่าเธอไม่ง่าย
แต่แบบนี้ก็ยากไป๊!!
เฌอริตาต้องเกลียดเขาด้วยสาเหตุอะไรสักอย่างแน่ๆ
แล้วเรนนี่ไปทำอะไรให้วะ!!