3
- ตกหลุมรัก –
ภายในรถเงียบสงัด แพรวที่ใบหน้าตื่นกลัวก้มหน้าหันหนีไม่กล้ามองอาของตัวเอง เอ็ดเวิร์ดที่เห็นหลานมีอาการหวาดผวาก็เลยยังไม่กล้าที่จะซักไซร้ไถ่ถามเธอ เขาเพียงแต่ขับรถเงียบ ๆ เปิดเพลงคลอเบา ๆ ให้หลานตัวดีได้ฟัง จะได้สงบสติลงได้
เพราะการออกมารับแพรวนั้นเป็นเรื่องชุลหุก เขาที่กำลังคุยงานกับกลุ่มมาเฟียอีกกลุ่มจึงต้องทิ้งให้เจเดน และมาตินรับหน้าไปก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คงต้องกลับไปสะสางให้เสร็จถึงจะพาแพรวกลับได้
เอ็ดเวิร์ดขับรถเข้าไปจอดในคลับแห่งหนึ่งยายนธุรกิจ ก่อนจะหันไปบอกหลานตัวดีอย่างแพรวที่ยังคงก้มหน้าอยู่
“รออยู่ในรถ อาเอากุญแจทิ้งไว้ให้ เจอคนน่าสงสัยก็ขับออกไปเลย”
“อะ...อาจะไปไหน” แพรวหน้าตาตื่นเงยหน้ามองอาของเธอทันที
“ไปเคลียร์ธุระ”
“แพรวไปด้วย” เสียงของเธอกล่าวร้องขอ
“ไม่ได้...!!!” เอ็ดเวิร์ดเสียงเข้มขึ้นมา แน่นอนว่าเขาไม่อยากให้หลานสุดที่รักต้องเข้าไปในแหละ
“แพรวไม่อยากอยู่คนเดียวแพรวกลัว อาให้แพรวเข้าไปเถอะนะ แพรวจะเชื่อฟังอาทุกอย่าง จะเดินตามอย่างเดียวจริง ๆ”
“เชื่อฟัง??? แล้วที่ออกมาข้างนอกแบบนี้ เชื่อฟังตรงไหน”
‘...ฮือ...ซิก..ซิก...ฮึก’ แพรวร้องไห้ออกมาแต่ก็พยายามฮึบไว้ น้ำตาไหลและเสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมาตามเรียวปากที่กัดแน่น ภาพที่เห็นทำให้อาอย่างเอ็ดเวิร์ดปวดใจ จากที่โกรธจนอารมณ์ร้อนก็คลายลงไปบ้างแล้ว
“อาจะให้แพรวเข้าไปได้ไง ในนั้นมันแหล่งอโคจร” เอ็ดเวิร์ดทำหน้าจริงจัง
“แพรวมมีอาไงคะ ดีกว่าให้แพรวอยู่ในรถหน้าแหล่งอโคจรแบบนี้คนเดียว ถ้ามีอาไม่ว่าที่ไหนแพรวก็ไม่กลัวค่ะ นะ นะ อาให้แพรวเข้าไปด้วยนะคะ อาทิ้งแพรวไว้คนเดียวได้จริง ๆ เหรอคะ ซิก...ฮึก” แพรวยื่นใบหน้าที่เต็มไปด้วยนัยน์ตาอ้อนวอน และสายตาแบบนั้นมักทำให้เอ็ดเวิร์ดใจอ่อนทุกที
“เฮ้อ...ก็ได้ แต่จำไว้อย่าห่างจากอาเด็ดขาด ถ้าแม่แพรวรู้ว่าอาพามาที่แบบนี้มีหวัง อาโดนแม่แกด่าเช็ดแน่”
“แพรวสัญญา แพรวจะไม่บอกให้แม่รู้หรอกค่ะ”
“งั้นก็สวมเสื้อสูทของอาที่อยู่ตรงนันก่อนออกมาด้วย ขืนใส่เสื้อมหาลัยเข้าไปจะเป็นจุดสังเกต”
“ค่ะอา...” แพรวหยิบเสื้อสูทของอาเธอเองมาสวมใส่ก่อนจะออกจากรถ เดินตามอาของตัวเองเข้าไปในคลับหรูตรงหน้า
ภายในคลับเต็มไปด้วยคนหนุ่มสาว แต่งตัวดีหรูหรากันอย่างเนื่องแน่น สิ่งของมึนเมา ยาเสพติดเกลือนร้าน นี่สินะประเทศเขตเสรีที่กฎหมายอ่อนข้อแม้กระทั่งตำรวจก็ไม่มีอำนาจ มีเพียงมาเฟียที่จะคุมมาเฟียด้วยกันทั้งนั้น ใครมีอิทธิพลเหนือกว่าก็สามารถที่จะชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ได้ และนั่นคือสิ่งที่อาของเธอเคยย้ำให้หลานอย่างเธอรู้ไว้เสมอ
เอ็ดเวิร์ดพาแพรวเดินมาตามทางเดินเข้าคลับที่เป็น VVIP ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องผ่านฝูงคนที่เลวแหลกพวกนั้น
แพรวหยุดเดินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ จากทางยกระดับที่มองให้เห็นผู้คนดื่มเต้นเสพ ด้วยความเมามาย
‘นี่สินะที่การแพทย์ประเทศนี้ถึงก้าวหน้า ก็มีเคสให้ต้องรักษาหนักหนาขนาดนี้...’ เธอส่ายหัวเบา ๆ ด้วยความเอือมระอา
“รีบเดินตามมาได้แล้ว” เสียงเข้มอาของเธอทำให้เธอหลุดความสนใจตรงหน้า “จำไว้ ถ้าเข้าไปก็เงียบ ๆ ไว้อย่าพูดอะไรขึ้นมาเด็ดขาด”
“ค่า...น้อมรับบัญชาคะคุณอา” แพรวฉีกยิ้มก่อนจะเดินตามต้อย ๆ ด้วยความสงบเสงี่ยม
อาของเธอเดินไปยังห้อง VVIP ห้องหนึ่ง เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นคนสองกลุ่มกำลังนั่งประจันหน้ากัน แต่ละฝั่งก็มีลูกน้องคุ้มกันพวกตัวเองอย่างแน่นหนา
แพรวที่เดินตามอาของเธอมาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังปะทะกันผ่านทางสายตาจนเธอรู้สึกเย็นยะเยือก
“อ่าว...คุณเอ็ดเวิร์ดผมเห็นคุณรีบออกไปนึกว่าเรื่องด่วนอะไร ที่แท้เรื่องผู้หญิงเองหรอกเหรอเนี่ย” เสียงของคู่ค้าทางธุรกิจเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มเยาะ แต่นัยน์ตากลับจ้องแพรวแทบจะกลืนกินจนเธอรับรู้ได้ ‘ยึ้ย สายขาขนลุกชะมัด’
เอ็ดเวิร์ดทำหูทวนลมพาแพรวให้ไปนั่งโซฟาฝั่งตัวเองข้างกัน ในนั้นมีชายสูงโปร่งหน้าตาดีอีกสองคนที่กำลังคุยการค้ากับฝั่งตรงข้าม เธอรู้สึกได้ถึงออร่าความหล่อไม่ต่างจากอาของเธอเลย แต่มีอยู่คนหนึ่งที่เธอรู้แค่เห็นก็เหมือนมนต์สะกด จนดึงแขนอาของเธอพร้อมกับกระซิบเบา ๆ
“อาค่ะ...อา”
“ว่าไง”
“พี่สองคนนั้นคือลูกน้องอาเหรอคะ”
“หืม มาตินกับเจเดนเหรอ เพื่อนอาเอง”
“งั้นเหรอคะ หล่อจังเลยนะคะเนี่ย ฮี่...”
“น้อย ๆ หน่อย” อาหลานซุบซิบจนลืมสนใจรอบข้างทำเอามาตินต้องหันมาสะกิดให้เอ็ดเวิร์ดสนใจการค้าตรงหน้า และตอนนั้นที่แพรวรู้สึกว่าไม่ควรนั่งอยู่ในกลุ่มขนาดนี้ เธอจึงลุกปลีกไปไปยืนอยู่ด้านหลัง โดยหาข้ออ้างเข้าห้องน้ำที่อยู่ในโซน VVIP ซึ่งมีความปลอดภัยแน่นอน
เมื่อแพรวออกจากห้องนั้นไปเข้าห้องน้ำหรู VVIP ของคลับ เธอก็ส่องกระจกมองหน้าตัวเองที่แดงระเรื่อ
“ทำไมกันเนี่ย แค่เห็นหน้าพี่คนนั้นฉันก็ใจเต้นโครมครามแล้ว” เธอหลับตาส่ายหน้าไปมา แต่ก็ไม่สามารถสลัดใบหน้าของพี่คนนั้นออกไปได้ จนต้องเปิดน้ำที่อ่าง ล้างหน้าให้ตัวเองรู้สึกตื่นจากภวังค์ (ปกติไปเรียนเธอไม่แต่งหน้าอยู่แล้วล่ะ)
‘เพี๊ยะ...เพี๊ยะ’ แพรวตบหน้าตัวเองเบา ๆ ก่อนจะมองกระจกหน้าตัวเองอีกครั้ง “ยัยแพรว แกตั้งสติ เจอผู้ชายหล่อเผลอเป็นไม่ได้เลยเชียว หึ” จู่ ๆ ใบหน้าเธอก็หลุดยิ้มตลกตัวเองที่จู่ ๆ ก็มีอาการรักแรกพบ คนที่ไม่เชื่อพรหมลิขิตอย่างเธอยังต้องถึงกับสับสน
เธอเดินออกมาจากห้องน้ำ แต่ดันต้องชะงักเพราะชายคนที่ทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์แห่งแรกรัก ดันยืนสูบบุหรี่ทำเท่ตรงจุดสูบบุหรี่หน้าห้องน้ำ
แพรวยืนทื่อตัวแข็งจ้องมองหน้าเขาอย่างไม่รู้ตัว จนคนถูกมองถึงกับต้องเขี่ยบุหรี่ทิ้งกอดอกมองเธอด้วยสายตาดุดัน จนเธอสะดุ้ง ‘เชี่ยแล้วเขาจะต่อยฉันไหมนะ’
แพรวหลุบตาก่อนจะเดินออกไป แต่สุดท้าย เสียงทุ้มต่ำก็รั้งให้เธอต้องหยุดนิ่ง
“อย่างพึ่งเข้าไป ด้านในเขาซีเรียสกัน” สิ้นเสียงแพรวค่อย ๆ หันกลับไปมองพี่เขาด้วยใบหน้างุนงง
“คะ???”
“ก็ตามนั้น...” ชายสูงโปร่ง พูดแค่นั้นก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ตั้งอยู่หน้าห้องน้ำ ทำให้แพรวได้แต่มองพี่เขาด้วยใจที่สับสน
‘ว่าแต่ พี่เขาชื่อมาติน หรือ เจเดนกัน’ เธอแหงนหน้า ใช้มือจับคางทำหน้าครุ่นคิด จนชายตรงขมวดคิ้วมองเธอ
“จะยืนอยู่ตรงนั้นทำไม ขวางทางชาวบ้าน” เสียงทุ้มต่ำ สถบออกมาพาลให้เธอสะดุ้ง ‘ปากร้ายชะมัด เฮ้อ...’
ในเมื่อเขาแนะนำไม่ให้เข้าไป แพรวจึงตัดสินใจเดินไปนั่ง เก้าอี้อีกตัวที่อยู่ใกล้ ๆ เขา
‘ใครจะกล้าไปนั่งตัวเดียวกับพี่เขาล่ะ แค่คำพูดก็พร้อมจะต่อยขนาดนี้’ เธอคิดในใจก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นแทน แต่ก็ทำได้ไม่นาน นัยน์ตาของเธอก็หันไปมองเขาอีกแล้ว ‘ใบหน้าฟ้าประทานขนาดนี้ไม่มองไม่ได้นะสิ’
คนถูกมองเริ่มรู้ตัวหันมามองเธอ ยกขาไขว้ห้างพลางพาดแขนไปตามพนักพิงของเก้าอี้ไม้หรู ยักคิ้วหันมามองก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้เธอรู้สึกตื่นกลัว
“มองนี่...มีเรื่อง...” สิ้นคำ แพรวโบกมือทำหน้าเหยเกปฏิเสธยกใหญ่
“ป่าวอยากมีเรื่องนะคะ พอดีไม่ถนัดต่อยตีค่ะ”
“หมายถึง มีเรื่องจะถามอะไร...” ชายสูงโปร่งพยายามอธิบายว่าเธอกำลังเข้าใจคำพูดเขาผิด
“แล้วก็ไม่พูดให้จบ” แพรวพึมพำออกมาเบา ๆ แต่หูของคนที่เป็นมาเฟีย สอดแนมคู่อริบ่อย ๆ มีรึจะไม่ได้ยิน