เมื่อเดินออกมายืนริมระเบียง มะปรางก็โทรหาสามี เขารับสายในครั้งแรกทันทีที่เสียงสัญญาณแรกดังขึ้น
“พี่บอกให้รอที่โรงอาหาร ทำไมไม่เชื่อฟัง” ปลายสายถามทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้คนโทรหาได้พูด
“ลุงทองโทรบอกปรางว่าคุณพ่อไม่สบาย ปรางเลยรีบมาหาคุณพ่อค่ะ”
“แล้วทำไมไม่โทรบอกพี่ก่อน”
“ปรางรีบ ปรางเลยลืมโทรบอกคุณติ ขอโทษนะคะ”
“แล้วพี่โทรหาตั้งหลายครั้งแล้ว ทำไมปรางไม่รับสาย”
“ปรางปิดเสียงโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อคืน แล้วลืมเปิดค่ะ ขอโทษนะคะ” กับเขา เธอเอ่ยคำขอโทษไปเสียทุกเรื่องจนติดปากไปเสียแล้ว
“แล้วจะกลับไร่เดือนเต็มเมื่อไร”
“ปรางขออยู่ดูแลคุณพ่อนะคะ ปรางจะกลับตอนเย็น”
“จะกลับยังไง”
“ปรางจะให้ลุงทองไปส่งค่ะ”
“ไม่ต้อง ! พี่จอดรถที่หน้าบ้านปรางแล้ว กลับพร้อมพี่ ตอนนี้”
“คุณติ !”
เมื่อคนเอาแต่ใจวางสายไปก่อน มะปรางจึงรีบเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น
“คุณพ่อคะ คุณติมาค่ะ ปรางจะลงไปหาคุณตินะคะ”
ปราบพยักหน้าน้อย ๆ รับทราบการมาของลูกเขย
พอบอกบิดาแล้ว มะปรางก็เดินเร็วออกไปยังประตูบ้าน เธอเดินผ่านเฉลียงตรงไปที่บันได ทว่าคนที่เพิ่งวางสายไปกลับเดินขึ้นมาถึงบนเฉลียงก่อนที่เธอจะก้าวไปถึงบันได เขาเดินตรงมาหาเธอ สายตาดุเอาเรื่อง ใบหน้าถมึงทึงแสดงถึงความไม่พอใจ พอเขาเดินมาหยุดตรงหน้า มะปรางก็แทบหยุดหายใจ
4 คนนิสัยไม่ดี
“กับข้าวถูกปากไหมคุณติ”
“อร่อยมากครับ กับข้าวอร่อย ๆ แบบนี้คุณพ่อต้องกินเยอะ ๆ นะครับ” ธิติบอกพลางใช้ช้อนกลางตักผัดผักรวมให้พ่อตา “ผักกรอบ หวานอร่อยมากนะครับ”
“ขอบใจนะ”
“ครับ”
มะปรางนั่งสังเกตท่าทีของสามีอย่างหวั่นใจ เธอกลัวเขาดุ กลัวเขาจะต่อว่าเธอต่อหน้าบิดา เธอกลัวท่านไม่สบายใจ แต่พอเขาเข้ามาเจอคุณพ่อของเธอ เขาก็ยกมือไหว้ กล่าวคำทักทาย แล้วนั่งคุยกับคุณพ่ออย่างคนมีมารยาททั่วไป เธอจึงค่อยโล่งใจหน่อย ไม่เหมือนเวลาที่อยู่ลำพังกับเธอ ที่เขามักจะดุ พูดจาไม่น่ารักและเอาแต่ใจอยู่เสมอ แถมเขายังใจดีเสนอว่าจะอยู่กินข้าวเที่ยงกับคุณพ่อ เธอจึงได้เข้าครัวทำกับข้าวมื้อกลางวันให้คุณพ่อกิน
หลังรับประทานอาหารมื้อกลางวันเสร็จ มะปรางจัดยาให้คุณพ่อกินเรียบร้อย เธอขอให้คุณพ่อนอนพักกลางวัน คนที่ไม่อยากทำให้ลูกสาวไม่สบายใจจึงยอมนอนพักในห้องนั่งเล่น พอคุณพ่อหลับแล้ว มะปรางจึงเดินออกไปหาคนที่นั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะไม้ที่เฉลียงหน้าบ้าน
“จะกลับได้หรือยัง” ธิติถามทันทีที่เมียนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม
“ปรางขอนอนที่นี่สักคืนได้ไหมคะ ปรางอยากอยู่ดูแลคุณพ่อค่ะ” มะปรางต้องใช้ความกล้าหาญเป็นอย่างยิ่งในการเอ่ยคำขออนุญาตกับเขา พอบอกไปแล้ว เธอก็ก้มหน้า ช้อนสายตามองเขาอย่างกริ่งเกรง
ธิติวางแก้วกาแฟลงบนจานรอง เขามองคนตรงหน้าด้วยสายตาดุ
“คืนนี้พี่ก็ไม่มีเมียให้เอาน่ะสิ เหงาบั้นเด้าแย่”
“คุณติ !” มะปรางมองซ้ายขวาด้วยความตระหนก เธอกลัวว่าจะมีใครมาได้ยินที่เขาพูด มันไม่น่าฟังเอาซะเลย
“ปรางจะให้พี่ชักว่าวเหรอ”
“คุณติ !”
“ก็ถ้าไม่ได้เอาปรางก่อนนอน พี่นอนไม่หลับหรอก ขนาดแตกน้ำเดียวพี่ยังไม่หลับเลย ต้องซ้ำน้ำสองถึงจะโล่ง หลับสบาย ยิ่งได้ต่อน้ำสามนะ ตัวเบาหวิว หลับสนิททั้งคืน”
“ปรางกลับไปนอนกับคุณติก็ได้ค่ะ ! ” ใบหน้าสาวเห่อร้อนไปหมด เธอโมโหคนนิสัยไม่ดี พูดไม่เพราะ เธอไม่อยากให้เขาพูดอะไรไปมากกว่านี้แล้ว เธอกลัวคนอื่นได้ยิน เพราะแต่ละคำที่พ่นออกมาจากปากของเขา มันไม่น่าฟังเอาเสียเลย
“ปรางเป็นคนพูดเองนะ พี่ไม่ได้บังคับให้ปรางกลับไปนอนด้วยสักหน่อย”
มะปรางมองค้อนสามี แล้วเมินหน้าหนีมองไปทางอื่น เธอไม่อยากมองหน้าคนนิสัยไม่ดี เขารู้อยู่แก่ใจว่าทำไมเธอถึงต้องยอมกลับไปนอนที่บ้านกับเขา แต่ก็ยังมีหน้ามาพูดเอาดีเข้าตัวว่าไม่ได้บังคับเธอ
ธิติมองเมียด้วยสายตาของผู้ชนะ
“รอคุณพ่อตื่นก่อนก็ได้ แล้วเราค่อยลากลับ”
เห็นไหม...เขาไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำถึงขนาดบังคับเธอกลับบ้านตอนนี้สักหน่อย รอให้คุณพ่อของเธอตื่นก่อนแล้วค่อยกลับก็ได้
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” มะปรางตอบเสียงห้วน แต่ห้วนอย่างไรก็ยังเจือไว้ด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ มะปรางไม่หันไปมองหน้าสามี เธอมองไปทางหน้าบ้าน มองไปที่กว้าง ๆ จะได้รู้สึกสบายตาและสบายใจ
นั่งอยู่ครู่หนึ่งมะปรางจึงเห็นรถกระบะสี่ประตูสีขาวแล่นตรงมาที่บ้าน หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวมองอย่างสงสัย แต่พอรถแล่นเข้ามาใกล้ เธอจึงลุกขึ้นยืน
“พี่เอื้อ” มะปรางเอ่ยชื่อของเจ้าของรถที่มาจอดข้างรถของสามีพอดี หญิงสาวเดินไปต้อนรับแขกด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า คนที่นั่งมองเมียอยู่ย่นหัวคิ้วจนแทบจะชนกันด้วยความสงสัย “ใครวะ เอื้อ...ชื่อคุ้น ๆ”