‘ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...’ เสียงเคาะประตูไม่มีทีท่าจะหยุด นั่นยิ่งทำให้ฉันโมโหหนักขึ้นไปอีก ในความคิดฉัน ฉันยังคงคิดว่าเป็นคนในชั้นที่เมาจนจำห้องผิดแล้วมาเคาะอยู่นั่นแหละ เพราะถ้าคนสติดีคงจะกดกริ่งเสียมากกว่า ฉันเองที่ยังตื่นไม่เต็มที่ จึงเดินออกไปเปิดประตูด้วยสภาพสะลึมสะลือ แม้ดวงจะไม่เปิดมานัก แต่ปากฉันง้างรอด่าแล้วล่ะ ข้อหาที่ทำให้ฉันตื่นขั้นมากลางคันเนี่ยแหละ “จะเคาะหาพระแสงอะไรคะคนจะหลับจะนอน อั่ก...” ฉันยังไม่ทันได้เบิกตามองคู่กรณีที่มาเคาะห้อง แต่แล้วร่างของคนเคาะก็จู่โจมกอดฉันทันที กลิ่นหึ่งของเหล้าเบียร์แตะจมูกฉัน จนทำให้ต้องเบิกตารีบผลักเขาออกไป แต่แรงแขนของชายคนนี้ก็กอดกันแน่นเหลือเกิน “อย่าเมินพี่แบบนี้นีน พี่ขอโทษ กลับมาหาพี่เถอะนะ” น้ำเสียงสั่นเคลือนั่นทำเอาฉันยืนทื่อแข็งเป็นหินปล่อยให้เขากอดและพล่ามออกไปให้หมด ยิ่งฟังฉันยิ่งรับรู้ได้ว่าเขากำลังเครียดอยู่จริง ๆ จึงได้แต่ยกมือก

