บทที่ 2
ชวนเธอกินปิ้งปลา
ลมเย็นพัดผ่านลำตัวบางของหญิงสาวขณะที่เธอกำลังนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันเก่า พับแพรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ความรู้สึกเย็นสบายยามเวลาโพล้เพล้มือขาวซีดข้างหนึ่งยกขึ้นโอบกอดเอวของเพื่อนอย่างกระถินส่วนอีกข้างถือปิ่นโตไว้แน่น ท้องฟ้าเริ่มมืดมิดทุกอย่างเงียบสงัดพลันเสียงเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์แล่นไปตามถนนดินขรุขระ
สตรีร่างเล็กทอดสายตามองตามสองข้างทางเธอสวมเสื้อครอปลายลูกหมากับกางเกงขาสั้นเรือนผมสีดำสนิทเงางามไหวตามแรงลม ใบหน้าสวยน่ารักน่าเอ็นดูลับกับดวงตากลมโตคู่นั้นหยุดมองภาพของชายหนุ่มสองคนกำลังหาปลาในสระน้ำ เมื่อรถมอเตอร์ไซค์คันนี้จอดนิ่งสนิทร่างกำยำท่อนบนเปื่อยเปล่ากำลังก้มหาอะไรอยู่ในน้ำสีขุ่น เสียงการเคลื่อนไหวส่งผลให้หรั่งรีบใช้มือจับปลาขึ้นมา
“โตใหญ่แท้ลูกพี่ ตาผมบ้าง” (ตัวใหญ่มากลูกพี่ ตาผมบ้าง)
“อ้ายบิ๊ก เอาข้าวมาส่งแล้ว” (พี่บิ๊ก ข้าวมาส่งแล้ว)
“มาแล้วบ่ ไปใส่เกลือปลาให้หน่อยน้องกระถิน”
“เรื่องอะไรคะ ปลาโตใหญ่คักแบ่งให้น้องคนนี้ได้บ่จ้า” (เรื่องอะไรคะ ปลาตัวใหญ่มากแบ่งให้น้องคนนี้ได้ไหมคะ)
“ไปใส่เกลือให้กูก่อน สิแบ่งให้ดอกพุ่นอยู่เถิงเถียงนาผั๊วะ” (ไปใส่เกลือให้กูก่อน จะแบ่งให้หรอกนู้นอยู่บนเถียงนา)
“จั่งแม่นมันยากเนาะ สั่งมาหยังข้าวน่ะ” (เรื่องมากเนอะ สั่งมาทำไมข้าวน่ะ)
ดวงหน้างามเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเธอกวาดสายตามองไปริมน้ำสองด้านปลูกต้นกล้วยเรียงติดกันยาวพลันความสนใจทั้งหมดทั้งมวลของเธอจดจ้องไปยังถังสีขาวที่ตั้งอยู่ พับแพรไม่รอช้าที่จะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปมองปลาสองสามตัวด้านใน กลิ่นควันโชยแตะปลายจมูกตัวเล็กเบนทิศความสนใจไปมองกองไฟที่อยู่ไม่ใกล้เสียงเรียกจากคนตัวสูงเอ่ยเรียกชื่อของเธอ
“พับแพรเอาถังมาให้กู สิเอาใส่ปลา” (พับแพรเอาถังมาให้กู จะเอาใส่ปลา) เขาพูดเนิบๆ มือข้างขวาถือปลาตัวหนึ่งที่พึ่งจับมาได้ รู้ตัวอีกทีก็เหลือเพียงรังสิมันต์ยืนอยู่กับเธอแค่สองคน
“มันจะไม่ดิ้นใช่ไหม” คนตอบอึกๆ อักๆ พลางมือข้างหนึ่งจับถังสีขาวขึ้นมาเธอพยายามกลั้นใจถือไปให้ถึงตัวเขา ใบหน้าสวยแดงระเรื่อพอก้าวเท้าเข้าใกล้ร่างสูงความกลัวทำให้เธอเกือบโยนถังทิ้งทว่ามือหนาก็เอื้อมมาแย่งไปเสียก่อนถ้าตกลงไปปลาอาจจะว่ายน้ำหนีไปก็ได้
“บ่คือๆ เฮ็ดอิหยังกะบ่คือ”
“ก็หนูกลัวใครจะไปกล้าจับปลาได้เหมือนลุง”
“ใส่กางเกงขาสั้นไม่กลัวยุงกัดเหรอ”
“ก็แพรร้อนไม่คิดว่าที่นี่จะมืดเร็วขนาดนี้”
กลีบปากอวบอิ่มขยับตอบร่างสูงพลางเดินตามหลังของเขามานั่งตรงกองไฟ มือหนาหยิบปลาสุกร้อนๆ ออกมาแล้วนำใบตองรองไว้ด้านล่าง กลิ่นอายของดินไหนจะข้าวที่พึ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จพัดมากระทบจมูกคมเป็นสัน สตรีร่างเล็กสูงไม่ถึงไหล่ของหรั่งนั่งย่องๆ ลงด้านข้างพลางจับจ้องปลาในมือของเขากลิ่นหอมของมันทำให้เธอแอบกลืนน้ำลายลงคอ
“กินปิ้งปลาดูไหมอร่อยนะ”
“มันคือปลาอะไรเหรอคะ”
“ปิ้งปลาดุก ชิมดูมันจะมันๆ” ว่าพลางรังสิมันต์ยื่นเนื้อปลาสีเหลืองน่าทานเข้ามาใกล้เธอสัมผัสร้อนตอนยกออกมาจากไฟทำให้หรั่งเป่ามันก่อนส่งมาให้เธอ
ริมฝีปากได้รูปอ้ารับเนื้อปลาจากนิ้วมือของเขาดวงหน้าของทั้งคู่แนบชิดสนิท พลันหน้าอกด้านซ้ายของหรั่งเต้นโครมครามราวกับว่าจะหลุดออกมาจากอก ไม่พอตัวเล็กฝังฟันขบนิ้วมือเขาอีกด้วยดวงตากลมโตสีดำสนิทช้อนขึ้นมาสบตากับเขาเป็นวินาทีเดียวกับเขาค่อยๆ ยื่นใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้
“อร่อยจังเลยค่ะ แล้วลุงไม่กลัวยุงกัดเหรอถึงไม่ใส่เสื้อ”
“อย่าเรียกลุง เอิ้นอ้ายลองเอิ้นเบิ่ง” (เรียกพี่ลองเรียกดู)
“พี่…ไม่เอาแพรอยากเรียกลุง”
“กะแล้วแต่ แต่กูยังบ่เฒ่ายังบ่เมียนำ” (ก็แล้วแต่ แต่กูยังไม่แก่ยังไม่มีเมียด้วย)
“รู้แล้วจ้ะ แต่ว่าอายุเยอะขนาดนี้แล้วใครจะเอาเป็นผัวกัน”
“เด็กบ้านี่ ปากดีระวังเด้อคนที่สิได้เป็นเมียกูกะคือมึง” (เด็กบ้านี่ ปากดีระวังนะคนที่จะได้เป็นเมียกูก็คือมึง)
“ก็อยากเป็นอยู่นะจ๊ะ ถ้าคุณลุงยังไม่มีคนในใจ”
จังหวะหัวใจเต้นผิดปกติทว่าสายตาคมคายคู่นั้นทอดมองเธอด้วยความเสน่หาพวงแก้มเนียนแดงก่ำและร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องคิดอะไรกับฉันแน่ๆ มันจะมีคนที่ไม่รู้จักกันยื่นตุ๊กตามาให้ทำไมและแถมยังเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นซ้ำๆ ติดกันสี่ปี เอาจริงเขาก็ไม่ได้เลวร้ายเลยและอะไรหลายอย่างทำให้ฉันอยากรู้จักเขามากกว่านี้ ผู้ชายที่ชื่อรังสิมันต์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าหรั่ง
“วาสนากูเนาะ แต่เฮาสองคนบ่เหมาะกันดอกคุณหนูผู้รวยล้นฟ้าสิมาสนใจหยังกับขี้เหล้าจั่งกู” (วาสนากูเนอะ แต่เราสองคนไม่เหมาะกันหรอกคุณหนูผู้รวยล้นฟ้าจะมาสนใจอะไรกับคนขี้เหล้าอย่างกู)
“ใครว่าไม่สนใจล่ะ เพราะเป็นแบบนี้แพรเลยสนใจมาก”
“อย่ามาให้ความหวังกันเลยครับ หนุ่มกรุงเทพหล่อๆ กว่านี้มีอีกตั้งเยอะแยะ”
“ทำอะไรกันครับ ปล่อยให้อยู่สองคนทำอะไรกันนะ” เสียงของบิ๊กดังขึ้นมาจากทางด้านหลังเขาเดินกลับมาพร้อมกับกระถิน เพื่อนของเธอถือจานที่ใส่ปลามาวางไว้ ก่อนที่ขวดเหล้าขาวสี่สิบดีกรีจะถูกวางลงตอนแรกที่เธอสองคนมาที่นี่ก็เพื่อส่งข้าวให้กับพวกเขา ทว่าท้องฟ้าเริ่มมืดกว่าเดิมมองคนตัวเล็กสลับกับมอเตอร์ไซค์คันเก่าก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“บักบิ๊ก มึงขับมอไซค์เข้าบ้านกูสิไปส่งสองคนนี้” (ไอ้บิ๊ก มึงขับมอเตอร์ไซค์เข้าบ้านกูจะไปส่งสองคนนี้)
“จะดีเหรอคะ แต่ว่าลุงต้องกินข้าวไม่ใช่เหรอ”
“ลุง เอิ้นลูกพี่ผมว่าลุงบ่ครับ ฮ่าฮ่าฮ่า” (ลุง เรียกลูกพี่ผมว่าลุงเหรอครับ)
“มึงอย่ามาหัว มืดป่านนี้แล้วรถดับกลางทางสิเฮ็ดจั่งใด๋” (มึงอย่ามาหัวเราะ ดึกป่านนี้แล้วถ้ารถดับกลางทางจะทำยังไง)
“เก็บไว้ดีๆ ถ้าจะไปส่งฉันสองคนกลับบ้านน่ะ”
“ไปขึ้นรถอีแดงกู ยายโกเป็นห่วงมึงแล้วป่านนี้”
“จ้าๆ”
“ผมแบ่งปลาให้มันเด้อครับลูกพี่ รับปากมันไว้”
ร่างสูงเคลื่อนจากท่านั่งลุกขึ้นไปใส่เสื้อของตัวเองให้เรียบร้อย จากนั้นทั้งสามคนเดินไปขึ้นรถกระบะสีแดงคันเก่าอายุการใช้งานของมันไม่ต่ำกว่าสามสิบปี ร่างเล็กแต่อวบอิ่มของพับแพรขึ้นไปนั่งก่อนทำให้สองคนได้ใกล้ชิดกันส่วนกระถินขึ้นมาคนสุดท้ายก่อนจะปิดประตูรถให้สนิท
“รถตอนเดียว นั่งเบียดๆ กันหน่อยนะ”
ว่าจบประโยครถคันนี้ก็แล่นออกจากที่เดิมมันไม่เหมือนรถยนต์ทั่วไปเลยสักนิดเพราะความเก่าของมันแต่ทว่ายังใช้งานได้อยู่ หลังจากกลับมาอยู่บ้านคุณยายมีหลายอย่างเลยที่ฉันต้องปรับตัว รวมถึงการนั่งรถเก่าๆ ไปไหนมาไหนอย่างว่าแหละที่นี่คือชนบทจะให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกก็น่าจะยาก ว่าไปมันก็ดูสนุกดีใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตื่นเช้ามาก็พบกับอากาศบริสุทธิ์
รถกระบะสีแดงคนนี้เคลื่อนผ่านบ้านผู้คนไม่น่าเชื่อว่าเวลานี้ในหมู่บ้านจะดูเงียบสงบเหมือนกับว่าชาวบ้านเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ไม่นานรถก็มาจอดหยุดนิ่งที่หน้าบ้านหลังหนึ่งเอ่ยปากขอบคุณเขาทั้งที่ตอนแรกกะจะไปส่งข้าวตามที่รับคำบอกจากน้านิดแต่ตอนนี้กลายเป็นว่ารังสิมันต์ต้องเป็นคนมาส่งเธอที่บ้านพร้อมกับกระถิน
“ขอบคุณนะคะที่มาส่งเราสองคน อย่าดื่มเหล้าเยอะนะคะพักผ่อนให้เพียงพอด้วย”
“กูต้องฟังด้วยเหรอ เป็นเมียก็ไม่ใช่”
คนตัวเล็กโบกมือลาก่อนที่จะแยกย้ายกับกระถินเธอเดินเข้าไปในบ้านของคุณยายซึ่งคนละหลังกับของเพื่อน ตัวเล็กพึ่งสังเกตเห็นยายนั่งรออยู่ก่อนหน้า ปกติคุณยายจะเข้านอนเร็วมากแต่ทำไมถึงมานั่งรอเรากันนะมีเรื่องอะไรจะคุยด้วยหรือเปล่า
“ทำไมคุณยายยังไม่นอนเหรอคะ”
“ใครมาส่งน่ะลูก ใช่บักหรั่งไหม”
“ใช่ค่ะ คุณยายรู้จักเขาด้วยเหรอ”
“ทางที่ดีอย่ายุ่งกับมันเลย ออกห่างมันจะดีกว่า”
“เขาก็ไม่ได้ดูมีพิษมีภัยอะไรนะคะ วันนี้พรุ่งนี้หนูไปช่วยงานที่ร้านน้านิดอีกนะคะ”
ร่างบางตอบกลับคุณยายก่อนจะพาตัวเองไปนั่งทานอาหาร เพราะต้องไปส่งข้าวให้ลูกค้าเธอก็เลยยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ความสงสัยก่อเกิดทำทุกคนรอบตัวถึงไม่อยากให้เธอยุ่งเกี่ยวกับรังสิมันต์ มันต้องมีเรื่องอะไรที่เธอยังไม่รู้เหรอแต่ที่ได้รู้จักเขาก็เหมือนผู้ชายธรรมดาทั่วไป บางครั้งก็ดูอบอุ่นจนเธอแอบหวั่นไหวด้วย
“พรุ่งนี้ยายโกจะพูดด้วยนะ ฟังที่ยายโกพูดด้วยยายไปนอนละ”
“รู้แล้วค่ะ แต่จะทำตามเท่าที่จะทำได้นะ”
วันต่อมา
“ฟังยายนะลูก” หญิงสูงอายุเรียกหลานสาวทั้งสองคนมานั่งอยู่ตรงหน้า คำที่ชาวบ้านลือกันไปทั่วทำให้ยายโกรู้เรื่องได้ไม่ยากแต่ก็ไม่อาจเห็นด้วยที่หลานสาวจะเข้าหาผู้ชายคนนั้น
“อย่าไปยุ่งกับบักหรั่ง มันไม่มีงานมีการอะไรทำพ่อมันเป็นถึงอดีตกำนัน”
“ก็ไม่นึกว่าหนูแพรจะให้มันมาส่ง แกด้วยกระถินทำไมไม่รู้จักปฏิเสธ”
“ทำไมต้องห้ามเราสองคนด้วยเหรอคะ เขาเป็นคนไม่ดีขนาดนั้นเหรอ”
“มันบ่ได้บ่ดีดอก แต่มันบ่เหมาะสมกับลูก” (มันไม่ได้ไม่ดีหรอก แต่มันไม่เหมาะสมกับลูก) สมัยนี้แล้วนะทำไมต้องมาห้ามกันเรื่องความรักด้วย แล้วเรื่องที่เขามาส่งทุกคนในบ้านรู้ได้ยังไงหรือว่าชาวบ้านเขาลือกัน ฉันบอกแล้วนะว่ารับฟังแต่ก็ใช่ว่าจะทำตาม
“แต่หนูไม่สนใจหรอกนะคะ แพรจะจีบเขา”
“พับแพร!” ยายโกเอ่ยเสียงดังใส่หลานทันทีที่ได้ยินเธอบอกอย่างนั้น ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุเธออยากจะรู้ว่าเขานิสัยยังไงกันแน่ จึงมีความคิดที่จะเข้าหา
****