บทที่ 3
เจอพ่อปู่ครั้งแรก
ต่อจากตอนที่แล้ว
บรรยากาศตึงเครียดทำเอาคนตัวเล็กหายใจไม่ทั่วท้องเวลายายโกพูดถึงเขาดูจริงจังมากเป็นพิเศษแต่นั่นทำให้พับแพรยิ่งอยากรู้จักรังสิมันต์ยิ่งขึ้น สตรีร่างเล็กนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ผิวพรรณขาวประกายราวกับหิมะลับกับดวงหน้าน่ารักน่าเอ็นดูเธอสวมกางเกงขายาวและเสื้อยืดเพื่อทำตัวให้เหมือนชาวบ้านที่นี่ พระอาทิตย์ส่องแสงจ้าดวงตากลมโตปรับหรี่ลงตัวเล็กถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกขึ้นเสียงใส่จากยายโก
“ทำไมจ๊ะ หนูก็แค่อยากรู้จักเขามากขึ้น”
“ใครแถวนี้ก็เกรงกลัวบารมีของบักหรั่งกันทั้งนั้นล่ะ มีแต่ลูกที่กล้าเข้าหามัน”
“ว่ากันว่ามันคือลูกชายของอดีตกำนัน อายุย่างสามสิบห้าแล้วแต่ก็ไม่มีงานมีการอะไรทำเอาแต่เกาะพ่อกิน” หญิงวัยสูงอายุยอมเปิดปากกับหลานสาวเพราะไม่เห็นด้วยกับพับแพรจึงต้องห้ามปราบก่อนจะสายไปเสียก่อน
“แต่โชคดีตรงไหนรู้ไหมตรงที่พ่อของมันร่ำรวยเงินทองมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งรถเกี่ยวข้าว ลานมันสำปะหลัง ลานข้าว ลานอ้อย เป็นของมันหมดทั้งแถบนั่นแหละ”
“งั้นก็แสดงว่าเขารวยใช่ไหมคะ”
“ใช่แต่มันน่ากลัว อดีตกำนันมีลูกหนี้เยอะแล้วอีกอย่างลูกน้องก็พากันติดยาอย่ายุ่งกับมันจะดีกว่า”
“กระถินเราไปร้านกันดีกว่า เผื่อเจอเขาอีก”
“นี่บ่ฟังกันเลยบ่ หลานกูเนี่ยมันแม่นหยังกับผู้ชายคักเนาะ” (นี่ไม่ฟังกันเลยเหรอ หลานกูเนี่ยมันทำไมกับผู้ชายขนาดนั้นนะ)
ฉันฟังสิ่งที่ยายโกพูดแล้วแต่ก็ได้แต่รับฟังจริงๆ เอื้อนเอ่ยวาจาชวนกระถินไปที่ร้านอาหารของน้านิดเอาตรงๆ ก็อยากเจอเขาอีกเวลาของเราสองคนมีน้อยลงไปทุกทีแล้วนะ สิ้นเดือนนี้ฉันก็จะเข้าตัวเมืองขอนแก่นเพื่อไปทำคอนเทนต์เพราะด้วยอาชีพของฉันคือการรีวิวร้านอาหารหรือของอร่อย คิดอะไรไปพลางๆ ระหว่างที่นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของกระถินมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่อยู่ใกล้โรงเรียน
ร้านอาหารน้านิด
หลังจากที่รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าจอดนิ่งสนิทอยู่ด้านข้างของร้าน พับแพรก้าวขาลงจากรถยามนี้ก็พึ่งจะเก้าโมงเช้าน้านิดยังไม่เตรียมเปิดร้านเสียด้วยซ้ำบรรยากาศภายในโรงเรียนคึกคักกว่าเมื่อวานที่เป็นวันหยุดเด็กนักเรียนสวมชุดเต็มเครื่องแบบกำลังวิ่งเตะบอลอยู่ในรั้ว กระถินทำหน้าที่ยกเก้าอี้ลงจากโต๊ะเรียงไว้ข้างกันส่วนน้านิดก็พึ่งจะตามมาถึงติดๆ
“ไปล้างผักช่วยน้าจ้ะ” ว่าพลางปลดล็อกกุญแจแล้วเปิดประตูห้องครัวยามเช้าอันแสนสบายทว่ายังมีคนวุ่นอยู่กับการทำงานถัดไปประมาณบ้านสองสามหลังมีชาวนาตากข้าวของตัวเองอยู่ ไหนจะรถน้ำแข็งที่พึ่งวิ่งมาจอดนิ่งหน้าร้านเสียงบอกกล่าวของน้านิดทำให้เขายกกระสอบลงจากรถแล้วเทใส่ถังที่เตรียมไว้
“น้านิดว่าวันนี้คนที่ชื่อหรั่งจะมาทานข้าวที่นี่อีกไหมคะ”
“ไม่หรอกลูก วันนี้มันไปเกี่ยวข้าวอยู่ไกลๆ นู้น”
“แล้วใครไปส่งข้าวเขาเหรอคะ”
“จักเด้อ ถ้าอยากรู้ก็ต้องไปถามพ่อมัน พ่อใหญ่หนูเป็นคนรับงาน”
“หนูสั่งอาหารให้เขากับนายบิ๊กได้ไหม เดี๋ยวแพรจ่ายเงินเอง”
“สั่งมันก็สั่งได้ แต่ใครจะไปส่งล่ะลูก”
“หนูกับกระถินค่ะ น้านิดบอกมาได้เลยว่าบ้านพ่อเขาอยู่ไหน”
“พับแพร จะเอาจริงเหรอลูก”
พยักหน้าเป็นคำตอบพร้อมกับระบายยิ้มให้กับน้านิด พับแพรช่วยเตรียมของจนเวลาผ่านไปก่อนจะเที่ยงวัน น้านิดทำกับข้าวสองสามอย่างตามที่หลานสาวคนนี้ได้บอกกล่าว กระถินก็พอดูออกว่าเพื่อนคิดยังไงกับผู้ชายคนนั้นแต่เธอก็ไม่คิดจะห้ามแต่ยังสนับสนุนมากกว่า พอเสร็จแล้วเธอสองคนจะต้องไปยังบ้านของอดีตกำนันหนูก่อน เพราะจะถามไถ่ถึงทุ่งนาที่เขาไปรับจ้างเกี่ยวข้าว
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันเก่าแล่นเข้ามาจอดลานหน้าบ้านเรือนไทยสองชั้น ดวงตากลมโตคู่นั้นปะทะเข้ากับร่างของชายวัยสูงอายุกำลังนั่งทานข้าวอยู่ใต้ถุนบ้าน เธอกับกระถินไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปสอบถามทันที
“สวัสดีค่ะ”
“หวัดดี มาหยังล่ะลูก” (สวัสดี มาทำอะไรล่ะลูก)
“วันนี้รถเกี่ยวไปเกี่ยวที่ไหนเหรอคะ”
“หมายถึงว่าอ้ายหรั่งไปเกี่ยวอยู่ไสน่ะพ่อใหญ่” (หมายถึงว่าพี่หรั่งไปเกี่ยวข้าวอยู่ไหนน่ะตา)
“บักหรั่งบ่ ไปพุ่นเด้อนาพ่อใหญ่พานพุ่นพระบาท” (ไอ้หรั่งเหรอ ไปนู่นนาตาพานนู้นพระบาท)
“ขอบคุณจ้าพ่อใหญ่ มีคนไปส่งข้าวหรือยังจ๊ะ”
“แม่นมันห่อข้าวไปเด้อ แม่มันห่อข้าวให้” (มันห่อข้าวไปนะ แม่มันห่อข้าวให้)
“ขอบคุณจ้ะ เดี๋ยวพวกเราไปก่อนนะคะ”
พอได้รู้ว่าเขาอยู่ไหนฉันกับกระถินก็มุ่งหน้าไปที่นั่นเลย ตัวฉันน่ะไม่รู้หรอกว่ามันคือที่ไหนแต่สำหรับกระถินเกิดและเติบโตที่นี่ก็น่าจะรู้จักดี ทว่าระหว่างทางเราเจอร้านขายน้ำเลยแวะซื้อก่อนเป็นโกโก้ปั่นสองแล้วราคาไม่แพงเลย แล้วออกเดินทางต่อกว่าจะไปถึงฉันคิดว่าน่าจะเที่ยงพอดี
ชายหนุ่มร่างสูงกำลังใช้กิ่งไม้ตากเสื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของตัวเอง รถเกี่ยวที่ทำงานหนักมาตั้งแต่เช้าพึ่งจะได้จอดพักเครื่องยนต์ ลมเย็นพัดผ่านมากระทบร่างกำยำที่ท่อนบนเปื่อยเปล่า บิ๊กลูกน้องของเขาก็ถือตะกร้าลงมาจากรถกระบะคันสีแดง มองดูกับข้าวด้านในจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากไข่ต้มและเมี่ยงปลาร้าที่แม่ของหรั่งเตรียมให้
“อิหยังเนี่ย เมี่ยงกับไข่ต้มผมกินจนสิเบี่ยแล้ว” (อะไรเนี่ยเมี่ยงกับไข่ต้มผมกินจนจะเบื่อแล้ว)
“เลือกบ่ได้เนาะ มีหยังกะกินๆ ไป” (เลือกไม่ได้เนอะ มีอะไรก็กินๆ ไป)
“แม่นผู้ใด๋มาล่ะ” (ใครมาล่ะ)
ดวงตาทั้งสองคนจับจ้องมองไปยังรถมอเตอร์คันนั้น ผู้หญิงคุ้นตาสองคนกำลังขับเคลื่อนเข้ามาใกล้เขามากยิ่งขึ้น ก่อนที่รถมอเตอร์ไซค์จะจอดอยู่เบื้องหน้าอาศัยร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่เป็นที่พึ่ง แพรไพลินถือกล่องข้าวและกับข้าวเดินเข้ามาหาเขา แววตาความสงสัยสะท้อนมองคนตัวเล็กแต่แล้วเธอก็ระบายยิ้มหวาน
“มาทำอะไร มันร้อนขนาดนี้พากันมาทำไม” เขาพูดขึ้นถามไถ่หญิงสาวตรงหน้า มีแต่ความสงสัยทำไมเธอถึงมาที่นี่ได้
“เอ้า ก็คนมันอยากมาหาเนาะ ดูเอายิ้มหวานขนาดนั้น”
“วันนี้มีลาบกับคอหมูย่าง ไม่รู้ว่าชอบกินไหม”
“มีน้ำปั่นด้วยเหรอครับ ขอผมสักแก้วได้ไหม”
“กะซื้อมาแบ่งเจ้านั้นละอ้ายบิ๊ก เบิ่งสิไปปูสาดให้” (ก็ซื้อมาแบ่งให้คุณนั้นละพี่บิ๊ก ดูจะไปปูเสื่อให้)
“กระถินผู้งามมีน้ำใจคัก” (กระถินคนสวยมีน้ำใจมาก)
“มันร้อนออกมาจากบ้านทำไม เอามาแล้วก็รีบกลับเข้าไปในบ้านเลยนะ”
“ลุงใจร้าย คนอุตส่าห์ออกมาส่งข้าวส่งน้ำหรือว่าไม่อยากเห็นหน้ากัน”
คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยก่อนจะก้าวเข้าไปหากระถินวางกล่องพลาสติกลงแล้วจัดการเตรียมอาหารมื้อกลางวัน แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงและดีใจที่เจอหน้าผู้หญิงคนนี้มากขนาดไหนแต่ก็ต้องเก็บอาการไว้นอกจากเขาและเธอยังมีลูกน้องอย่างบิ๊กไหนจะกระถินอีก
“มานั่งกินข้าวจ้ะ ยืนอยู่ทำไมหรือว่าไม่หิว”
“อ้ายบิ๊ก แบ่งเอาแล้วเฮาไปนั่งตรงนู้น”
“เออๆ นี่กะเร่งกูจัง”
บรรยากาศแสงแดดส่องสว่างจ้าเสื่อถูกปูราบไปกับพื้นดิน ตรงกลางมีกับข้าวสองสามอย่างวางไว้ คนตัวสูงนั่งขัดสมาธิก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบกล่องข้าว ส่วนบิ๊กและกระถินแยกออกไปกินข้าวบริเวณถัดไป พับแพรนั่งลงด้านข้างของเขาจากนั้นเธอยืนแก้วน้ำปั่นให้กับรังสิมันต์ทว่าก็ถูกปฏิเสธจากเขาเพราะต้องการกินข้าวมื้อกลางวันจึงมองข้ามแก้วน้ำปั่น
“ลุงไม่ชอบเหรอคะ”
“กินข้าวก่อนค่อยกินน้ำ”
“แต่อากาศร้อนแบบนี้กินน้ำก่อน สักคำสองคำ”
“มึงมายากหยังนำกูเนี่ย กูกินกะได้เอามา” (มึงคิดยากอะไรแทนกูเนี่ย กูกินก็ได้เอามา)
ว่าพลางรับแก้วน้ำโกโก้ปั่นมาก่อนจะชิมรสชาติของมัน ไม่รู้ว่ามันอร่อยไหมเพราะฉันเองก็ไม่เคยลองร้านนี้เหมือนกันเห็นว่ามันอยู่ตรงทางผ่านเลยบอกให้กระถินแวะซื้อมา ทุกการกระทำของเขาฉันไม่อาจละสายตาไปไหนได้เลยแม้แต่ลูกกลมๆ ตรงกลางลำคอที่เคลื่อนไหวขึ้นลงยามเขาดื่มน้ำโกโก้ปั่นฉันก็แอบจ้องมองมันเหมือนกัน
“อร่อยไหมคะ น่าซื้ออีกไหม”
“ก็พอกินได้ จะกินข้าวแล้ว”
“ปกติแล้วลุงชอบกินอะไรเหรอ แล้วตอนเย็นมีอะไรกินหรือยัง”
“กินได้หมดแหละ ตอนเย็นจะเข้าไปในเมืองคงหาอะไรกินแถวนั้น”
ตัวเล็กจดจ้องมองเมนูอาหารเบื้องหน้าแอบกลืนน้ำลายลงคอเพราะมันดูน่าทานมากเวลาล่วงเลยจนมาถึงเที่ยงวันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของเธอเลย พับแพรจ้องเขาตาเป็นมันทำให้ความกดดันนั่นตกไปอยู่กับรังสิมันต์ เขาอดสงสารเธอไม่ได้เลยเอื้อนเอ่ยวาจาชวนให้เธอกินข้าวด้วยกัน
“มองขนาดนั้นกินด้วยกันไหม”
“กินได้เหรอจ๊ะ เดี๋ยวจะไม่อิ่มนะ”
“กินโลดมันเที่ยงแล้ว เดี๋ยวสิแสบท้องเอา” (กินเลยมันเที่ยงแล้ว เดี๋ยวจะแสบท้องเอา)
ฉันไม่ได้อยากแย่งเขาหรอกนะดูท่าน่าจะใช้แรงเยอะเหมือนกัน อาหารก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะเติมพลังในแต่ละวัน ก็อดไม่ได้มันน่ากินแถมท้องฉันยังร้องเสียงดังจนเขาได้ยินด้วย รออะไรล่ะถ้าพูดมาขนาดนี้แล้วฉันก็ตักคอหมูย่างเข้าปากแต่ที่ยังไม่กล้ากินเลยก็คือลาบถึงจะเป็นลาบหมูธรรมดาก็เถอะ
“กินลาบดู อร่อยนะลองแล้วจะติดใจ”
“แพรไม่กล้า มันดูเผ็ดมาก”
“ลองดู อ้าปากเร็ว”
ว่าแล้วหรั่งก็ตักลาบขึ้นมาก่อนจะป้อนให้กับคนตัวเล็ก เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอ้าปากลิ้มลองรสชาติใหม่สัมผัสแรกจากการลองกินลาบหมู หญิงสาวครุ่นคิดอยู่สักพักกับสัมผัสแปลกใหม่ ก่อนจะตอบกลับเขาออกไปความรู้สึกแสบไปทั่วทั้งปากทำให้เธอแย่งแก้วโกโก้ปั่นจากในมือเขามา
“อร่อยแต่เผ็ดค่ะ”
“สิมาส่งข้าวกูหรือมายาดกูกิน ฟ้าวเข้าบ้านไปเลยมันฮ้อน” (จะมาส่งข้าวกูหรือมาแย่งกูกิน รีบเข้าบ้านไปเลยมันร้อน)
“แพรไม่ได้อยากแย่งสักหน่อย แต่โกโก้ก็อร่อยดีนะจ๊ะ”
“อย่ามองหน้ากู จะให้สงสารไม่มีทาง”
“ไม่เป็นไรจ้ะ แต่แพรจะจีบอันนี้ห้ามปฏิเสธ”
“จีบก็ยากหน่อย ผู้สาวกรุงเทพก็คือสิเล่นๆ กับใจเนาะ”
“ไม่จริงจ้ะ แพรจริงใจนะลองเปิดใจดูก่อนไหม”
****
บักหรั่งขนาดนี้แล้ว อย่าเล่นโตเด้อ น้องจีบแล้วนะ5555
ไว้มาต่อใหม่นะฮะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน
ขอใจถึง200ได้ไหมงับ ผมขอใจได้ไหมหรือว่าขอมากไป5555😭
sds