ครามอาสาทำอาหารให้ฉันทาน แล้วเขาก็ไล่ให้ฉันมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแทน ฉันยืนมองตัวเองในกระจกใช้มือแตะที่ริมฝีปากบางของตัวเองเบาๆ พอคิดเรื่องที่เราจูบกันใจฉันก็พรางจะเต้น ตึกตัก ขึ้นมาทุกที เฟรนโซนมันไม่ได้ข้ามกันมาได้ง่ายๆหรอก ถ้าหากว่าเราไม่ได้มีใจให้กันอยู่ก่อนแล้ว งั้นแปลว่าฉันก็ชอบครามอยู่ก่อนแล้วเหมือนกันหรอ งั้นเริ่มชอบกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ
ฉันอาบน้ำเป่าผมเสร็จก็แต่งตัวด้วยชุดง่ายๆอย่างพวกกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดพอดีตัวไม่เล็กไม่ใหญ่มาก แล้วเดินออกมายังโต๊ะกินข้าว ฉันเดินไปหยุดอยู่ข้างๆครามที่กำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่
“ หอมจังเลย น่าทานมากด้วย ”
กึก
“ หืม ”
ครามหยุดมือแล้วหันมามองฉัน
“ อะไรหรอคราม ”
ฟอด
“ อันนี้หอมกว่า ”
ตู้ม
หน้าฉันต้องร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัยแน่เลย
“ คราม! ”
“ หึ เชิญนั่งครับคุณผู้หญิง ”
“ ชิ ขี้แกล้ง ”
ครามเปลี่ยนไปเป็นคนขี้แกล้งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะเนี่ย
ครืด
“ ไม่ไปนั่งฝั่งตรงข้ามหรอ ”
“ ไม่อะอยากนั่งใกล้ๆ ”
“ ตามใจค่ะ ”
ครามรู้ว่าฉันชอบกินมาก ไม่ว่าจะทำอะไรฉันก็กินได้ทั้งนั้น วันนี้ครามทำเป็นสเต็กกับมันบดให้ฉันทาน อร่อยมากๆเหมือนกินที่ร้านหรูๆแพงๆเลย
“ คราม! อันนี้อร่อยมาก ”
“ กินเยอะๆนะ ไว้จะทำให้กินบ่อยๆ ”
หงึก หงึก
ระหว่างที่ฉันนั่งกินสเต็กครามจะคอยรินน้ำ หั่นสเต็ก เช็ดปาก รวมถึงคอยรวบผมหรือเอาผมทัดหูให้ฉันตลอดจนอาหารของตัวเองแทบจะไม่ได้แตะเลยด้วยซ้ำ
“ คราม อ้า~ ”
“ … ”
“ อ้าปากเร็วๆ ”
งับ
ฉันจิ้มสเต็กหนึ่งชิ้นแล้วยื่นป้อนให้กับคราม ตอนแรกเจ้าตัวก็ดูงงๆแต่ก็ทำตามที่ฉันบอก ฉันแอบเห็นว่าครามหูแดงขึ้นมา แบบนี้ค่อยดูรู้หน่อยว่ามีใจให้ฉันเหมือนกัน
“ ครามก็กินของตัวเองด้วยไม่ต้องดูแลแล้ว เลิกจ้องเราด้วย ”
“ ก็อยากดูแล ไม่เจอกันตั้งหลายปี เป็นไงบ้าง ”
กึด
“ สบายสุดๆเลยล่ะ มีเงินให้ใช้ แถมไม่ต้องคอยระวังสายตาของใครอีก เรียกว่าพอได้อยู่ในที่ที่เป็นของตัวเองจริงแล้วมันเลยทำให้มีความสุขขึ้นมั้ง ”
ลูบ ลูบ
“ ดีแล้ว แต่จะดีกว่านี้ถ้าให้ฉันอยู่ด้วย ”
โยก โยก
ตอนแรกครามก็ลูบหัวฉันเบาๆ แต่ไปๆมาๆก็เปลี่ยนเป็นโยกหัวฉันเล่นแทน จากนั้นเราก็กินไปด้วยคุยนั่นนี่กันไปเรื่อย จนมาจบที่โซฟาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับขนมแล้วก็เบียร์ที่ฉันพึ่งซื้อเข้ามาเมื่อตอนเย็น
“ ดื่มแล้วจะขับรถกลับไหวหรอ ”
“ ไม่เมาหรอก ”
“ ปกติดื่มบ่อยหรอ ”
“ ก็มีบ้าง ”
“ เห็นดูดบุหรี่ด้วยนี่ใช่ไหม ”
“ อืม เดี๋ยวจะลดแล้ว ”
“ ดีแล้วเดี๋ยวเสียสุขภาพ ”
“ อืม ”
อึก อึก อึก
ฉันหยิบเบียร์ขึ้นมากระดกลงคอพร้อมกับดูหนังที่เราเปิดไว้เพื่อสร้างบรรยากาศไม่ให้ห้องเงียบเหงาเกินไปด้วย
“ ขนมมานั่งตรงนี้ ”
ปุๆ
ฉันที่นั่งกอดข่าอยู่บนโซฟาที่ถัดจากครามมาอยู่พอสมควรถูกคนตัวโตตบที่นั่งข้างๆตัวเองเรียกฉันให้ไปนั่งใกล้ๆ แล้วฉันก็ลุกไปหาครามอย่างว่าง่ายโดยไม่รู้เลยว่านั่นคือหลุมพราง
“ ว้าย ”
“ หึ นั่งนี่ดีกว่า ”
“ คราม! ”
ไอ้คนหน้ามึนรวบเอวฉันแล้วดึงให้ขึ้นไปนั่งบนตักของตัวเองอย่างเอาแต่ใจ แถมกอดเอวฉันเอาไว้แบบชนิดที่ว่าเนื้อแนบเนื้อเลยล่ะ
“ ตัวหอม ”
ฟอด
“ อย่านะจั๊กจี้ ”
ฟอด
“ อย่าตรงไหนหรอ ”
ฟอด
“ คราม คิกคิก ”
ฟอด
“ นี่แนะๆ ขี้แกล้งนักใช่ไหม ”
หมับ
ครามรวบมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้ป่อนจะจับไปค้องคอของตัวเอง
“ เจ็บนะ ”
“ จะได้เลิกแกล้ง ”
“ ก็เธอหอม ”
“ ชิ ไม่ต้องเลย ”
“ ขนม จูบหน่อย ”
“ พอแล้ว ”
“ เดี๋ยวต้องกลับแล้ว นะ ”
โอ้ย เลิกทำหน้าอ้อนได้ไหม ครามคนขี้หงุดหงิดหายไปไหนแล้วเนี่ย
“ อืม ”
จ้วบ
“ อื้อ ”
จ้วบ
“ อื้อ ”
เราสองคนต่างส่งเสียงครางในลำคอออกมาอย่างพออกพอใจเพราะไม่มีใครเลยที่จะยอมแพ้ถึงฉันแม้ว่าฉันจะยังเป็นมือใหม่ แต่ฉันบอกแล้วไงว่าฉันมั่นใจว่าถ้าให้ทำฉันก็ว่าฉันทำได้ดี สองลิ้นเกี่ยวพันกันไปมาผลัดกันต้อนผลัดกันรับ มือครามเริ่มอยู่ไม่สุข ฉันรับรู้ได้ถึงแรงบีบที่ก้นทั้งสองข้าง ครามกำลังอดกลั้นอยู่ ยิ่งฉันค้องคอครามเอาไว้นั่นทำให้กายเราแนบชิดกันมากขึ้นไปอีก แบบนั้นครามยิ่งส่งเสียงคำรามอย่างพออกพอใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
“ อ๊า ”
ครามเริ่มจูบซับตามกกหู ต้นคอไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงเนิ่นอกอวบขาวที่โผ่ลพ้นเสื้อยืดออกมา จากนั้นครามเม้มที่เนิ่นอกฉันจนรู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่ได้ทนไม่ไหวหรือว่าไม่ชอบ เพราะนั่นกลับทำให้ฉันรู้สึกดีมากกว่าด้วยซ้ำ
“ มัดจำไว้ก่อน ”
“ อะไรหรอ ”
ฉันเอียงคอถามครามด้วยความสงสัย
“ เดี๋ยวก็รู้ พรุ่งนี้ไปเจอเพื่อนฉันด้วยกันนะ ”
“ เพื่อน? ทำไมล่ะ ”
“ อยากแนะนำ อยากให้เธอมั่นใจด้วยว่าฉันจริงจัง ”
หงึก หงึก
“ น่ารัก ”
“ หืม ”
“ ยังไม่อยากกลับเลย ”
“ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เจอ ”
“ อยากอยู่ด้วย ”
ฟุบ
“ อย่าหายไปไหนอีกนะขนม ”
อ่าคราวซบหน้าลงบนหน้าอกของฉันก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำๆนี้ออกมาอีกครั้ง ฉันทำให้ครามกังวลโดยใช่เหตุสินะ
“ เรารู้แล้ว ไม่หายไปแล้ว ”
“ สัญญานะ ”
“ อื้อ ”
จุ้บ
“ อ้ะ ครามคนเดิมหายไปไหนแล้วเนี่ย ”
“ ก็คนเดิมนี่แหละ แต่เวอร์ชั่นอัพเกรด ”
“ หึ พูดเก่งขึ้นเยอะนะ ”
“ อย่างอื่นก็เก่ง แต่รอก่อน ”
“ หืม อะไรหรอ ”
“ … ”
“ ชิ ไม่บอก็ไม่ต้องบอก ไป เราลงไปส่ง ”
“ ไม่ต้องหรอก ไม่อยากให้เดินกลับขึ้นมาคนเดียว ”
“ โอเค ขับรถดีๆนะ ”
“ อืม ”
ฉันเดินไปเปิดประตูห้องรอส่งคราม แต่พอครามจะกลับจริงๆใจฉันมันก็โหวงๆขึ้นมา ไม่อยากให้กลับเลย
ดึง
“ คราม ”
“ หืม ”
จุ้บ
“ ถึงแล้วบอกด้วยนะ ”
“ ครับ ”
จุ้บ
กรี๊ด น่าอายเป็นบ้า ขนาดยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยฉันยังเป็นเอามากขนาดนี้ ไหนใครกันที่บอกว่าจะไม่เปิดโอกาสให้ใคร ไหนใครที่บอกว่าเขาไม่น่าไว้ใจ พอเปิดปุบปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาปั๊บเลยหรอ ยัยคนไม่รักดี โอ้ยใจคนเรานี่มันคาดเดาไม่ได้เลยจริงๆสินะ
ติ๊ง
K : ครามชอบขนมมากนะครับ เผื่อยังไม่รู้
ตู้ม
คนบ้าๆ แค่นี้ก็รู้แล้วหน่าจะทำให้ฉันเขินจนตายไปเลยรึไงนะ
khanom : รู้แล้วค้า ตั้งใจขับรถ
K : โอเค
หลังจากนั้นพอครามถึงเพนเฮาส์ครามก็ทักมาบอกจริงๆด้วยแหละ พอเห็นฉันยังไม่นอนแล้วตอบข้อความกลับไปครามก็กดโทรวิดีโอคอลมาหาฉันทันที ถึงจะไม่ค่อยพูดเหมือนเดิมแต่ก็พาฉันไปนั่นไปนี่ในห้องของตัวเองด้วย ตลกมากที่ครามเอามือถือเข้าห้องน้ำไปด้วย ไม่พอนะพอเช้าฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่าสายของครามยังไม่ถูกวางสายเลยตั้งแต่เมื่อคืน เพราะเราคุยกันจนฉันเผลอหลับคาสาย ฉันเห็นปลายสายยังไม่ตื่นฉันเลยกดตัดสายไปก่อน จากนั้นก็ไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองก่อนจะกลับมาเห็นข้อความเด้งขึ้นมาช่วงสายๆ จากคนหน้ามึนพูดน้อย
K : วางทำไม
พร้อมกับสติ๊กเกอร์หมีทำหน้างอน โอ้ยฉันไม่ชินกับครามเวอร์ชั่นอัพเกรดนี้เลย มันมีผลต่อหัวใจฉันอย่างแรงเลย อยากเจอหน้ากันเร็วๆจัง นี่เขาทำอะไรฉันรึเปล่า ทำไมพอเปิดใจให้ครามแล้วเหมือนว่าความอดทนของฉันมันจะลดลงนะ เมื่อก่อนเคยอดทนได้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้แค่พอนึกถึงชื่อครามฉันก็คิดถึงขึ้นมาดื้อๆแล้ว อยากเจอ อยากกอด แล้วก็อยากจูบด้วย ><