ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อฉันหลบหน้าครามมาอาทิตย์กว่าแล้ว ตั้งแต่วันนั้นที่เรากลับมาเจอกันบวกกับครามบอกว่าอยากเป็นมากกว่าเพื่อนฉันไม่รู้จะทำตัวยังไง ครามทักมาฉันก็ได้แต่ตอบส่งๆ ครามชวนไปไหนฉันก็บอกไม่ว่าง งานที่คาเฟ่ฉันก็ไม่ได้ไปทำ และด้วยความที่ทั้งฉันแล้วกับครามต่างก็ต้องทำสัมมนาเลยทำให้ความบังเอิญที่จะเจอกันตามอาคารเรียนนั้นยากขึ้นไปอีก ทำยังไงดีล่ะ ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรมันขัดแย้งกันในหัวไปหมดเลย บอกตามตรงใจนึงฉันก็ดีใจที่ครามชอบฉันแต่อีกใจฉันไม่ไว้ใจ เราเป็นเพื่อนกันมานานจู่ๆกลับมาเจอกันครามจะชอบฉันเลยหรอ ครามไม่ได้เข้ามาหลอกฉันใช่ไหม อารมณ์แบบแก้แค้นที่ฉันหายไปงี้ มันละครใช่ไหมล่ะฉันรู้หรอกหน่า TT
“ ขนมช่วงนี้แกหลบใครอยู่รึเปล่า ”
“ ก็ไม่นะทำไมหรอ ”
“ ไม่รู้สิ ลำพังแกก็เก็บตัวอยู่แล้ว แต่ตอนนี้แกดูเก็บตัวกว่าเดิมอีกอะ ”
“ ไม่มีไรหรอกช่วงนี้ฉันแค่เบื่อๆ ”
“ แน่นะ ไม่ใช่ว่าซันกับลมตามตื้อแกใช่ไหม ”
“ ไม่มีจริงๆพวกนั้นไม่ได้มายุ่งอะไรกับฉันแล้ว ”
ฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นให้พราวกับโบว์ฟังเป็นอันว่าวันนั้นโบว์กับพราวก็ไม่ได้ไปต่อกับเมษและคิมเหมือนกัน เพราะเหมือนว่ากลุ่มนี้จะมีรสนิยมทางเพศแบบหมู่ เพื่อนฉันเลยขอบาย รสนิยมแบบนี้ไม่ได้ผิดปกตินะ มันเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคลแต่มันต้องขึ้นกับความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายด้วย แต่ที่ซันกับลมพยายามจะทำกับฉันอันนั้นมันผิด
“ ดีแล้วถ้ามันมายุ่งกับแกอีกแกต้องบอกพวกฉันนะเว้ย ”
“ ค่ะแม่ๆ เดี๋ยวฉันจะกลับแล้วแกจะไปไหนต่อ ”
“ ฉันมีเดทจ้ะ เดี๋ยวมีคนมารับ ”
“ โอ้โหฮอตไม่ไหวเพื่อนฉัน ”
“ คิกคิก แกก็เหมือนกันเปิดใจให้ใครได้แล้วนะ คนเราไม่ได้เลวเหมือนกันหมดหรอกนะ แกต้องลองให้โอกาสแล้วก็ศึกษาเขาดูบ้าง ”
อึก ที่พราวพูดมาก็ถูกแต่มันจะต้องเริ่มจากตรงไหนกันล่ะ
“ โอเคค่ะพี่อ้อยพี่ฉอดน้องจะทำตามค่ะ ”
“ คิกคิก แกขับรถดีๆนะจ้ะ ”
“ โอเค แกดูแลตัวเองด้วยนะ ”
“ โอเค บาย ”
วันนี้มีเพียงฉันกับพราวที่เข้ามหาลัยเนื่องจากเราลงวิชาเลือกด้วยกัน เพื่อนๆคนอื่นไปลงวิชาอื่นเลยไม่ได้เข้ามาด้วย วิชานี้เลิกห้าโมงเย็น ฉันเลยตัดสินใจว่าจะกลับไปทำอะไรง่ายๆกินที่คอนโด เห็นแบบนี้ฉันทำอาหารเก่งมากเลยนะ สกิลการดูแลตัวเองฉันเต็มร้อยค่ะ
ติ้ง
ฉันถือทั้งกระเป๋าของสดแล้วก็เครื่องดื่มที่แวะซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตระหว่างทางกลับคอนโดเดินหิ้วออกจากลิฟต์มาเมื่อถึงชั้นที่ฉันอยู่ แต่ทันทีที่เดินเกือบถึงห้องฉันก็ตกใจจนของที่ถือมาเกือบหลุดออกจากมือ
คราม
“ คิดจะหลบหน้าไปถึงเมื่อไหร่ ”
“ ปะ เปล่า ”
“ เปล่า? เธอแน่ใจนะขนม ”
ขวับ
ฉันหลบตาครามแทนที่จะปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าต่อให้โกหกออกไปครามก็ไม่เชื่ออยู่ดี
“ เปิดประตู ”
ครามเดินมาแย่งของในมือฉันไปถือแทน ก่อนจะบอกให้ฉันเปิดประตูห้อง
ติ้ด
“ เอาของมาเดี๋ยวเราเอาไปเก็บเอง ”
“ ให้เก็บตรงไหน ”
“ ในครัวตรงนั้น ”
ครามเดินไปยังโซนครั้วที่ฉันแสนจะภูมิใจนำเสนอ นี่เป็นคอนโดใจกลางมืองที่ห้องเล็กลองลงมาจากห้องที่ใหญ่ที่สุดของคอนโดนี้ ฉันแต่งห้องเป็นโทนสีครีม น้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น ที่ระเบียงมีกระถางดอกไม้ที่ฉันตั้งใจปลูกเอาไว้กำลังออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั่ว เมื่อวางของเสร็จครามเดินดูรอบๆห้องของฉันอย่างพิจารณา
“ ห้องน่าอยู่ ”
“ ขอบคุณนะ ”
ฉันที่กำลังเอาของออกจากถุงที่ซื้อมาปรายตามองครามเล็กน้อยก่อนจะหันมาสนใจของตรงหน้าต่อ
กึด
“ คิดถึง ”
ตึกตัก ตึกตัก
“ ครามทำอะไรเนี่ย ปล่อยเรานะ ”
ครามเดินมากอดฉันจากด้านหลังตอนที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว พยายามดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุดจากอ้อมกอดของคราม ความอบอุ่นจากตัวคราม กลิ่นหอมๆที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคราม รวมถึงเสียงหัวใจของเราสองคนที่แข่งกันเต้นดังโครมคราม
“ ฉันรู้ว่าเธอกำลังสับสน ฉันก็เคยสับสน ว่าชอบเธอแบบไหนกันแน่ ”
“ … ”
“ จนวันที่เราวนกลับมาเจอกันอีกก็พึ่งได้รู้ใจตัวเองว่าชอบเธอมาตลอด จนช่วงนี้เธอกลับมาหลบหน้าหายไปอีก ฉันเหมือนจะเป็นบ้า คิดถึง ทำอะไรก็คิดถึงแต่หน้าเธอ ”
ครามที่ปกติเป็นคนพูดน้อยกำลังพร่ำบอกคำที่ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินออกมาจากปากของคนอย่างครามเลยด้วยซ้ำ หรือมันถึงเวลาแล้วนะที่ฉันควรจะเปิดใจให้กับใครสักคนอย่างที่พราวบอก ครามที่เป็นฝ่ายเข้าหาฉันตลอดพยายามจะพูดในสิ่งที่ฉันอยากได้ยินให้แน่ใจว่าครามจริงใจกับฉันจริงๆ เพื่อนกันมันข้ามไปเป็นอย่างอื่นแล้วมันจะดีจริงๆใช่ไหม ถ้าวันนึงมันไม่ใช่ฉันคงกลับไปเป็นเพื่อนกับครามแบบเดิมไม่ได้หรอกนะ
“ ขอร้องได้ไหมขนม อย่าหลบหน้าหรือผลักไสฉันออกไปอีกเลย แค่คิดว่าเธอจะหายไปอีกมันก็แทบจะไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว ”
“ … ”
ฟุบ
ครามซบหน้าหล่อลงมาบนไหล่ของฉันกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นบวกกับน้ำเสียงที่ราวกับกำลังอ้อนวอนฉัน
“ ให้โอกาสฉันหน่อยได้ไหม ”
“ เดี๋ยวนี้พูดเก่งขึ้นนะ ”
“ ก็ถ้าฉันไม่พูดคนแถวนี้จะเข้าใจหรอ ยิ่งชอบคิดเองออเองอยู่ด้วย ”
“ นี่ ว่าใครคะคุณคราม ”
“ ว่าคนที่กำลังกอดอยู่ ”
กึด
“ ปล่อยได้แล้ว ”
วืด
ครามพลิกตัวฉันให้หันหน้าเข้าหาเขาก่อนจะอุ้มฉันขึ้นนั่งบนโต๊ะกินข้าว ใช้วงแขนแกร่งกอดรั้งเอวฉันเข้าหาตัวเขา ทำให้ใบหน้าเราอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบเลยด้วยซ้ำ
“ เราไม่อยากเสียเพื่อน ถ้าวันนึงครามเปลี่ยนใจ ”
“ มันจะไม่มีวันนั้นขนม ”
“ เราจะรู้ได้ไง ”
“ ฉันจะทำให้เธอเห็นเอง ”
“ … ”
เราสบตากันอย่างที่ไม่มีใครยอมที่จะหลบตาออกไปก่อน เหมือนยิ่งสบตากันนานมากเท่าไหร่แรงดึงดูดที่เรามีมันก็ค่อยๆดึงเราสองคนให้เข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆจนริมฝีปากเราแตะกัน
จุ้บ
จ้วบ
“ อื้อ ”
จ้วบ
“ อ้า ”
จ้วบ
ฉันกำคอเสื้อครามไว้แน่นพยามรับจูบที่ครามมอบให้มาอย่างไร้ประสบการณ์แต่ไม่นานฉันก็ตามครามทัน มือหนาที่เคยโอบกอดไว้อย่างหลวมๆบัดนี้ได้ค่อยๆเปลี่ยนเป็นบีบและสลับลูบไล้ไปตามเรือนร่างของฉัน
“ อื้อ ”
หมับ
“ อ้า~ คราม~ ”
“ หึ เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วนะ ”
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ที่สุดของคราม ฉันคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่เนี่ยที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาขนาดนี้
“ ชิ เจ้าเล่ห์ ”
จุ้บ
“ พอแล้ว ”
“ ขนมครับ ขอจูบอีก ”
ฉันมุ่ยหน้าให้คนเอาแต่ใจข้างหน้าก่อนจะยอมให้ครามช่วงชิงริมฝีปากบางและลมหายใจของฉันครั้งแล้วครั้งเล่า ลิ้นหนาพยามต้อนลิ้นเล็กอย่างชำนานจนฉันเผลอไผลให้กับความหอมหวานที่เย้ายวนนี้
“ จูบเก่งขนาดนี้สาวๆในสต็อกคงมีเพียบ ”
จ้วบ
“ จูบแรก ”
“ หืม ”
จ้วบ
“ นี่จูบแรก ฉันไม่เคยจูบใคร แล้วก็จะไม่คิดจูบใครนอกจากเธอด้วย ”
ตู้ม
หัวใจฉันกำลังจะระเบิดออกมา ให้เดาป่านนี้หน้าฉันจะต้องแดงเหมือนมะเขือเทศสุกแน่ๆเลย หน้าหล่อๆ น้ำเสียงอ้อนๆ กับสายตาเจ้าเล่ห์นั้นกำลังจะทำให้ฉันตกหลุมพรางอย่างจัง ฉันกับครามกำลังก้าวข้ามเฟรนโซนของกันและกัน และไม่มีใครอาจรู้ได้ว่าเราสองคนจะข้ามผ่านมันไปได้จนถึงตลอดรอดฝั่งรึไม่