ตอนที่ 1 - พ่อเลี้ยงกินดุ (2/2)

1110 Words
กฤตย์เคยคุยเรื่องนี้กับพ่อแล้ว ขอให้บิดาเลิกกับเธอเสีย แต่ทว่ายิ่งคุยก็ยิ่งทะเลาะบานปลาย และเมื่อกดดันมากๆ พ่อก็มาล้มป่วยอีก หลังจากนั้นกฤตย์จึงได้แต่ปล่อยตามเลย แม้จะอยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่ทั้งเขาและเธอก็พยายามหลบหน้ากันตลอด ย้อนกลับไป…ถ้าวันนั้นมันไม่มีพวกยุแยงตะแคงรั่ว บ้านใหญ่ในไร่หลังนี้คงน่าอยู่กว่าที่เป็น พวกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน จริงๆ ก็บรรดาญาติพี่น้องของเขานั่นแหละ หลายคนพากันเป่าหูใส่ความ ป้ายสีว่าปานวาดจะเข้ามาฮุบสมบัติ บ้างก็ว่าเธอเข้ามาเกาะชูเกียรติเพราะเงิน และที่ร้ายสุดก็น่าจะเป็นการที่เธออยากจะเอาลูกสาววัยสิบห้าเข้ามาอยู่ที่ไร่นี้ อยากจะใส่พานยกให้เป็นเมียเขา ต้องใจทรามขนาดไหนถึงขายลูกกิน!! เรื่องที่ได้ยินได้ฟังฝังใจกฤตย์มาตลอดสิบปี แม้เรื่องที่เธอจะเอาลูกมาอยู่ที่ไร่นั้นไม่เคยเกิดขึ้นก็เถอะ แต่กระนั้นพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ไม่ยินดีเลยสักนิดที่มีเธออยู่ร่วมในบ้านหลังนี้ สงสารก็แต่พ่อเลี้ยงชูเกียรติที่น่าจะอึดอัดที่สุด ในเมื่อตัดสินใจรับปานวาดเข้ามาเป็นคู่ชีวิต หวังจะอยู่ด้วยกันไปจนถึงบั้นปลายแล้ว จะให้เขาทิ้งเธอไปได้อย่างไรกันล่ะ และเรื่องนี้ใช่ว่าปานวาดจะไม่รู้ว่าคนเกือบทั้งไร่ไม่มีใครชอบเธอ ข่าวลือพวกนั้นโกหกทั้งเพ โดยเฉพาะเรื่องของ ‘ปริม’ ลูกสาวคนเดียวที่เธอรักมากที่สุด ยอมรับว่าสิบปีที่แล้วเงินคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เธออยากได้เพื่อเก็บไว้ส่งลูกเรียน แต่เมื่อดราม่าเริ่มก่อตัวหนักขึ้นและเธอต้องการไปจากไร่ ชูเกียรติจึงอ้อนวอนขอให้เธอช่วยอยู่ดูแลเขาต่อ แลกกับการส่งปริมไปเรียนที่โรงเรียนเอกชนค่าเทอมแพงหูฉี่ในกรุงเทพฯ จะได้ตัดปัญหาเรื่องดราม่าบ้าบอคอแตกนี่เสีย ปานวาดสองจิตสองใจ เป็นห่วงสารพัด ไม่อยากปล่อยให้ลูกอยู่ตัวคนเดียว แต่เพื่ออนาคตที่ดีของลูก เธอจึงยอมตัดใจส่งปริมไปเรียนที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งกลางกรุง โดยมีพ่อเลี้ยงชูเกียรติเป็นผู้ออกค่าเทอม ค่ากินอยู่ และค่าใช้จ่ายจิปาฐะทั้งหมด และแน่นอนว่าตลอดสิบปี ปานวาดไม่อนุญาตให้ปริมกลับมาเยี่ยมเธอที่ไร่โชคเกรียงไกรเลยสักครั้ง ด้วยกลัวคนในไร่จะปฏิบัติกับลูกสาวเหมือนที่ปฏิบัติกับเธอ อีกทั้งไม่อยากให้ลูกต้องมารับรู้เรื่องประสาทแดกพวกนั้นด้วย ดังนั้นหากเมื่อไรที่คิดถึงลูก เธอกับชูเกียรติก็แค่ขับรถจากเพชรบูรณ์เข้าเมืองกรุง ไปอยู่กับเธอสองสามวันจากนั้นก็กลับ สำหรับชูเกียรติ ปริมเคารพเขาในฐานะผู้มีพระคุณคนหนึ่ง โดยที่หญิงสาวไม่เคยเอ่ยปากถามแม่เกี่ยวกับเรื่องของเขาเลย เพราะเธอคิดมาตลอดว่าที่แม่ไม่ยอมให้เธอไปหาที่ไร่ ก็เพราะแม่เป็นเมียน้อยของเขา และแม่คงไม่อยากให้เธอรับรู้เรื่องวุ่นวายที่นั่น จึงส่งเธอมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เสียให้จบๆ ไป บัดนี้จากเด็กหญิงวัยสิบห้าก้าวเข้าสู่สาวสะพรั่งวัยเบญจเพส ปริมเรียนจบปริญญาตรี ได้คอนโดติดรถไฟฟ้าเป็นของขวัญจากชูเกียรติ ได้ทำงานในบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งของประเทศ ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ออฟฟิศทั่วไป เช้าขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงาน เย็นขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน เสาร์อาทิตย์ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง อยู่บ้านดูหนัง ดูซีรีส์ผ่อนคลายความเครียดบ้าง วนลูปไปอย่างนี้อยู่หลายปี กระทั่งช่วงบ่ายวันศุกร์ กำลังจะเข้าประชุมกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน จู่ๆ เบอร์โทรของปานวาดก็ปรากฎขึ้นบนหน้าจอมือถือ แต่ทว่ารับสายแล้วกลับไม่ใช่เสียงของแม่ ปลายสายคือเสียงทุ้มๆ ของผู้ชายคนที่เธอคุ้นเคย เชื่อว่าหากใครได้รับสายแบบนี้ ก็มักจะใจหายวาบ เพราะกลัวเจ้าของเบอร์จะเป็นอะไรไป และใช่…มันเป็นแบบนั้นจริงๆ [หนูปริม ลุงเกียรติเองนะ] “อ้อค่ะ ว่าแต่ทำไมถึงเอาเบอร์แม่โทรหาปริมล่ะคะ” [เมื่อบ่ายแม่ปริมขี่รถเครื่องไปซื้อของที่ตลาด แล้วโดนรถใหญ่ตัดหน้า] “หา!!! ละ…แล้วแม่เป็นยังไงบ้างคะ” น้ำเสียงละล่ำละลักระคนสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ อกสั่นขวัญแขวนด้วยกลัวจะได้ยินในสิ่งที่ไม่อยากให้เกิด รู้สึกเหมือนใจหล่นร่วงไปที่ตาตุ่มด้วยความเร็วสูงจนรู้สึกท้องไส้วูบโหวง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว [ใจเย็นๆ ก่อนนะลูก แม่หนูปริมน่ะไม่เป็นอะไรมาก แค่ข้อเท้าหักกับแขนขาถลอกนิดๆ หน่อยๆ แต่อย่างที่หนูรู้ ลุงแก่แล้ว เดินเหินไม่สะดวก คนงานที่สนิทกับแม่หนูก็ดันลาออกไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ส่วนอีกคนเธอยังเด็ก ต้องไปเรียนหนังสือ เอ่อ…หนูปริมพอจะลางานมาดูแม่ก่อนได้มั้ย สักสี่ส้าห้าวันก็ได้] “ได้ค่ะลุงเกียรติ ไม่มีปัญหาเลย เดี๋ยวปริมเดินทางไปที่ไร่ตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ” [ถ้าอย่างนั้นลุงรบกวนหนูปริมด้วยนะ มาที่ไร่โชคเกรียงไกรได้เลย ดูแผนที่จากในมือถือก็ได้] หญิงสาวรีบจ้ำอ้าวเข้าไปลางานกับหัวหน้า ขออนุญาตใช้วันลาพักร้อนที่เหลืออยู่ โชคดีที่หัวหน้าเข้าใจ เพราะงานเริ่มซา ยอมให้เธอได้ใช่วันลายาวๆ นานหลายสัปดาห์อย่างที่เธอต้องการ หลากหลายความรู้สึกประเดประดังเข้ามา เรื่องที่ห่วงแม่น่ะมีอยู่เกินร้อย แต่อีกเรื่องที่ทำให้ใจเธอตุ๊มๆ ต่อมๆ คือเรื่องบ้านใหญ่ของชูเกียรติต่างหากล่ะ ไม่รู้เลยว่าหากเธอไปถึง จะเกิดอะไรขึ้น ทางนั้นจะต้อนรับขับสู้ไหม จะเกิดศึกปะทะฝีปากระหว่างเมียหลวงกับลูกเมียน้อยอย่างที่เคยเห็นในละครหรือเปล่า!! หญิงสาวเดาไปเรื่อยเปื่อย แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอกำลังจะเจอะเจอนั้น มันแย่กว่าที่เธอคิดไว้เยอะ และมันอาจจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล โปรดติดตามตอนต่อไป เอาแล้วววว ลูกสาวฉัน เธอกำลังจะเดินเข้าถ้ำเสือ โอยยยยยย ลูกกกกก มาเอาใจช่วยหนูปริมไปพร้อมๆ กันนะคะ แงงงงง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD