ตอนที่ 2 - ห้องเชือด (1/2)

1325 Words
ปริมขับรถจากกรุงเทพฯ ไปตามเส้นทางถนนมิตรภาพ ก่อนเลี้ยวเข้าเส้นลพบุรีและเพชรบูรณ์ตามที่กูเกิลแมพแนะนำ ในใจเอาแต่โทษตัวเองที่ปล่อยให้แม่อยู่ตัวคนเดียวที่ไร่นั่น พอเจ็บป่วยขึ้นมาก็ไร้คนดูแล ตั้งแต่เริ่มทำงานมีเงินเดือนจุนเจือตัวเอง เธอมักจะบอกให้แม่ย้ายมาอยู่กับเธอที่กรุงเทพฯ ปริมเลี้ยงแม่ได้ ปริมดูแลแม่ได้ แต่พูดให้ตายยังไง ปานวาดก็ยืนกรานจะอยู่ที่ไร่โชคเกรียงไกร อ้างแค่ว่าถ้าเธอย้ายมากรุงเทพฯ จะไม่มีใครดูแลชูเกียรติ ท่านอายุเยอะแล้ว หลังๆ โรคหัวใจกำเริบบ่อย ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด แม้ผู้เป็นลูกสาวจะงงๆ อยู่บ้าง ชูเกียรติน่าจะมีทั้งเมียหลวง มีทั้งลูกหลาน ไหนจะคนงานอีกมากมายคอยดูแล แต่ทำไมภาระต้องมาตกที่มารดาเธอแค่คนเดียว แต่เอาเถอะ ปานวาดบอกเธอเสมอว่ามีความสุขดี และชูเกียรติดูแลเธอเป็นอย่างดี ตอนนั้นเธอจึงไม่ได้เซ้าซี้ถามไถ่อะไรให้มากความ อาจจะเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ ปริมาณรถที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ค่อนข้างหนาแน่น ซ้ำร้ายยังเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำขวางถนน ปริมใช้เวลาเกือบหกชั่วโมงกว่าจะถึงไร่โชคเกรียงไกร แต่ดูเหมือนว่าเธอจะถึงช้าเกินไป เมื่อประตูรั้วด้านหน้าปิดสนิท จะมีก็แต่ รปภ. วัยกลางคนกำลังนั่งเล่นมือถือ หัวเราะคิกคักไปกับอะไรก็ตามที่เขากำลังดูอยู่ ปริมจึงขับรถจอดเทียบ เปิดกระจก และตะโกนถาม “พี่คะ…นี่ใช่ไร่โชคเกรียงไกรใช่มั้ย” ถึงแม้จะเห็นป้ายชื่อขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทนโท่ แต่กระนั้นก็ถามเพื่อความแน่ใจ “ใช่ น้องเป็นใคร มาทำอะไรเวลานี้” “หนูมาหาพ่อเลี้ยงน่ะค่ะ” หญิงสาวโผล่หน้าตัวเองออกไปให้ รปภ. คนนั้นเห็น แสดงตัวว่าไม่ได้มาด้วยเจตนาไม่ดี “อ้อ” รปภ. วัยกลางคนพึมพำกับตัวเอง มองหน้าเธออยู่ไม่กี่วินาที ก่อนเดินไปปลดล็อกประตูรั้ว “บ้านพ่อเลี้ยงตรงไปเรื่อยๆ ประมาณห้าร้อยเมตร พอเจอสามแยกให้เลี้ยวซ้ายนะ ขับไปอีกหน่อยก็ถึง” “ขอบคุณมากค่ะพี่” ปริมบอกขอบคุณ คิดในใจชูเกียรติคงแจ้ง รปภ. ให้เธอแล้ว ถึงให้เข้ามาได้อย่างง่ายดายแบบนี้ หญิงสาวขับรถตามทางที่ รปภ. หนุ่มคนนั้นบอกเอาไว้ ไม่กี่นาทีเธอก็เจอบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง บ้านกึ่งปูนกึ่งไม้ที่หลบอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นจามจุรียักษ์ แม้จะมืดแต่ก็พอจะเดาออกว่าตอนกลางวันมันคงจะสวยและร่มรื่นมากแน่ๆ “หลับกันหมดแล้วเหรอ ทำไมมันมืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้ล่ะ” หญิงสาวพึมพำเมื่อเห็นบ้านมืดสนิท มีเพียงไฟดวงเล็กๆ สีเหลืองนวลส่องสว่างตรงหน้าประตูทางเข้า จากนั้นจึงขับรถไปจอดตรงที่ว่างข้างบ้าน จุดที่พอจะมีที่เหลือให้เจ้ารถคันจิ๋วของเธอพักเครื่อง ก่อนจะหอบกระเป๋าเสื้อผ้าใบไม่เล็กไม่ใหญ่เดินดุ่มไปยังประตูหน้าบ้าน บ้านถูกล็อก ปริมหมุนลูกบิดอยู่หลายที พยายามเคาะประตูเรียกคนในบ้านก็แล้ว ทว่าเงียบฉี่ ไม่มีเสียงขานรับหรือความเคลื่อนไหวใดๆ หญิงสาวจึงต่อสายโทรไปยังเบอร์มือถือของผู้เป็นแม่ รออยู่หลายเกือบนาทีกระทั่งชูเกียรติกดรับ “ลุงเกียรติคะ ปริมมาถึงแล้วค่ะ รออยู่หน้าบ้าน” “อ้าว ลุงคิดว่าหนูจะมาถึงพรุ่งนี้ซะอีก ตอนนี้ลุงกับแม่เข้านอนกันแล้ว หนูปริมเดินอ้อมไปที่ประตูหลังบ้าน แล้วกดรหัส 8008 ปลดล็อกประตูเข้ามาได้เลย ถ้าหิวก็ต้มมาม่าหรือทอดไข่กินไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกันนะลูก” “เอ่อ…แล้วหนูต้องนอนที่ไหนเหรอคะ” “หนูปริมไปนอนที่ห้องนอนแขกชั้นสองได้เลย ห้องสุดทางเดิน ลุงให้คนทำความสะอาดไว้แล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันนะลูกนะ” พูดจบก็วางสาย เล่นเอาหญิงสาวทำหน้าเหวอ งงว่าต้องทำยังไงต่อดี “เฮ้อ…ถ้ารถไม่ติดเป็นชั่วโมงเพราะอุบัติเหตุนั่น คงจะถึงเร็วกว่านี้” แต่บ่นไปก็เท่านั้น ปริมเปิดไฟฉายจากมือถือเดินอ้อมไปหลังบ้านและทำตามที่ชูเกียรติบอก เมื่อเจอประตูก็กดรหัส ก่อนเดินผ่านห้องครัวไปยังห้องโถงส่วนหน้า จากที่สำรวจ มองซ้ายมองขวา ด้านล่างมีห้องอยู่สองสามห้อง คาดว่าแม่กับพ่อเลี้ยงชูเกียรติน่าจะอยู่ด้านในสักห้องหนึ่ง เพราะจำที่แม่เคยเล่าให้ฟังได้ว่าเธอกับชูเกียรตินอนชั้นล่าง คนแก่เดินเหินไม่ค่อยสะดวก “แล้วจะยังไงต่อล่ะเนี่ย” แม้จะรู้สึกหิวอยู่หน่อยๆ แต่ปริมตัดสินใจปฏิเสธมาม่ากับไข่ทอดที่พ่อเลี้ยงชูเกียรติเสนอให้ ขี้เกียจทำนั่นก็ใช่ แต่ไม่รู้อะไรอยู่ตรงไหนนั่นก็เป็นอีกเหตุผล ยังดีที่ระหว่างทางเธอแวะปั๊มซื้อของว่างมากินแก้หิวจนอิ่มแปล้ ดังนั้นแล้วขอขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนนอนเอาแรงดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าไปดูแลแม่ สองตายังคงกลอกไปมาเพื่อสำรวจ บ้านหลังนี้ใหญ่มากจริงๆ ขึ้นไปด้านบนยังมีประตูอีกสี่บานซ้ายขวาสลับกันไป ก่อนเธอจะเดินไปตามทางเดินยาว ตรงปรี่ไปยังห้องนอนสำหรับแขกที่ชูเกียรติบอก แต่ทว่าห้องตรงสุดทางเดินมันมีสองห้องน่ะสิ แล้วห้องที่เธอควรอยู่มันห้องไหนกันล่ะ สุดท้ายปริมเลือกที่จะลองบิดลูกบิดประตูห้องฝั่งซ้ายมือ “น่าจะห้องนี้แหละ” หญิงสาวคุยกับตัวเอง ก่อนเปิดประตู คลำหาสวิตซ์ไฟแล้วกดเปิดมัน ว้าว…นี่คือเสียงที่อุทานอยู่ในหัว ห้องนี้ตกแต่งอย่างสวยงามไม่ต่างจากรีสอร์ตชื่อดังหรือโรงแรมหรู มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดอยู่กลางห้อง ฝั่งตรงข้ามเตียงเป็นเคาน์เตอร์ไม้แบบบิวท์อิน ยาวเป็นแนวขนานไปกับผนัง ส่วนปลายเชื่อมต่อกับตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งลวดลายเข้ากัน มีตู้เย็นขนาดเล็กซ่อนอยู่ใต้เคาน์เตอร์ และมีโซฟาตัวยาวตั้งไว้ไม่ไกลกันมาก ส่วนผนังด้านข้างมีประตูกระจกแบบเลื่อนที่เปิดออกไปยังระเบียงขนาด มีโซฟาแบบเอาท์ดอร์อยู่ด้านนอกตัวหนึ่ง และภายในห้องน้ำ นอกจากสุขภัณฑ์ที่ดูหรูหรามีราคาแล้ว จุดนำสายตาคืออ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่น่าเปิดน้ำอุ่นใส่จนเต็มแล้วลงไปแช่ผ่อนคลายความเมื่อยล้า คิดแล้วก็รีบปิดประตู เปิดกระเป๋าเดินทางของตัวเอง จัดของใช้และเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนหยิบผ้าเช็ดตัวเดินดุ่มเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำอุ่นให้เต็มอ่าง แล้วก้าวเท้าเข้าไปแช่ตัวในนั้น ความอุ่นช่วยให้เลือดลมไหลเวียน ขับไล่ความเมื่อยล้าและอ่อนเพลียจากการขับรถยาวๆ ตลอดหกชั่วโมง แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง หย่อนตัวลงไปในอ่างปุ๊บ หัวสมองกลับคิดถึงฉากหนึ่งในซีรีส์เกาหลีที่ดูค้างไว้เมื่อหลายวันก่อน ฉากวาบหวิวที่พระเอกใช้นิ้วเกี่ยวเบ็ดสำเร็จความใคร่ให้นางเอกในอ่างอาบน้ำ ให้ตายเหอะ…แค่คิดน้องสาวเธอก็เต้นตุบขึ้นมาทันที ความต้องการเรื่องอย่างว่าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ก่อนสาวโสดจะพานิ้วเรียวเลื้อยไหลเลื่อนลงไปลูบไล้น้องสาวของตน โปรดติดตามตอนต่อไป ลูกสาวฉันดูแล้วก็ไม่เบานะเนี่ย มาถึงก็ปล่อยจอย เบ็ดตัวเองรัวๆ เลย กรี๊ดดดดดด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD