ตอนที่ 1 - พ่อเลี้ยงกินดุ (1/2)

1181 Words
เที่ยงคืนกว่าๆ ณ บ้านหลังใหญ่กลางไร่ใบยาสูบแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ เสียงหรีดหริ่งเรไรกบเขียดร้องดังระงมหลังฝนหลงฤดูหยุดตก ทว่าภายใต้เสียงบรรยากาศธรรมชาติที่กำลังขับกล่อม หากตั้งใจฟังดีๆ อาจจะได้ยินเสียงแปลกๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนห้องหนึ่งในบ้านพ่อเลี้ยง ‘กฤตย์’ ชายหนุ่มวัยสามสิบกลางๆ รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาคมเข้ม ผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรไร่ใบยาสูบโชคเกรียงไกร และเป็นผู้ทรงอิทธิพลในจังหวัด “พะ…พ่อเลี้ยงขา พอแล้วได้มั้ย พอก่อนนะคะ หนูไม่ไหว ทั้งใหญ่ทั้งยาวแบบนี้ ของหนูแหกหมดแล้วมั้งเนี่ย” เสียงของสาวไซด์ไลน์วัยยี่สิบต้นๆ อ้อนวอนระคนตัดพ้อ เมื่อเธอรู้สึกเหมือนร่างกายรับกับแรงกระแทกของอีกฝ่ายไม่ไหว “ไหนไอ้ดอมบอกว่าเธอทนได้ไง นี่ฉันใส่แรงยังไม่ถึงครึ่ง เธอก็ร้องโอดโอยน่ารำคาญ เสียอารมณ์ฉิบ!!” พ่อเลี้ยงหนุ่มหัวเสีย ถอดถอนเอ็นท่อนใหญ่ออกจากช่องทางอ่อนนุ่มของหญิงสาว ที่บัดนี้ทั้งบวมเป่ง ทั้งแดงเถือก ก่อนดึงถุงยางอนามัยที่สวมใส่โยนทิ้งลงถังขยะ “หนูขอโทษค่ะพ่อเลี้ยง ระ…เราเริ่มยกใหม่กันดีมั้ยคะ” เธอพูดด้วยน้ำท่าทางละล่ำละลัก แค่ฟังน้ำเสียงก็รู้ว่าตอนนี้เขาอารมณ์เสีย ใจเริ่มสั่นด้วยความกลัวเกรง “คราวหน้าเธอไม่ต้องมาแล้วนะ เสียเวลา” บอกกับหญิงสาวก่อนเดินโทงเทงพาเจ้าน้องชายที่ยังไม่สงบดีไปที่โต๊ะหน้ากระจก หยิบเงินฟ่อนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ใส่ซองขาวเป็นค่าบริการให้หญิงสาวที่เอากันมาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ทว่าเขายังไม่รู้จักชื่อเธอเลยด้วยซ้ำ “ใส่เสื้อผ้าแล้วก็กลับไปซะ จะกลับเข้าเมืองหรือจะไปไหนต่อก็บอกไอ้ดอมมัน” ซองขาวถูกโยนลงตรงหน้าอกทรงสะบึมของเธออย่างไม่ไยดี พร้อมกับประโยคที่รู้เลยว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มคนนี้กำลังขับไสไล่ส่ง เงินในซองมากพอที่จะดึงดูดใจให้เธออดทนอยู่ต่อ เผื่อจะได้ทิปก้อนโตเมื่อเสร็จงาน แต่เพราะเขาคือพ่อเลี้ยงกฤตย์ สาวไซด์ไลน์ที่นี่ต่างรู้กันดีว่าถ้าใครถูกเรียกให้มาทำงานที่ไร่โชคเกรียงไกรแล้วล่ะก็ การเงินของพวกเธอจะอู้ฟู่ บางคนได้ทิปเป็นหมื่นก็มี แต่หากเมื่อไรที่เขาไม่พอใจ อย่าคิดแม้แต่จะเถียง หรือพูดอะไรออกไปเด็ดขาด หญิงสาวโชคร้ายคนนี้ได้แต่รีบสวมเสื้อผ้า หอบกระเป๋าสะพายเดินขาถ่างออกจากห้อง ก่อนที่พ่อเลี้ยงกฤตย์จะยกหูโทรหา ‘ดอม’ ลูกน้องคนสนิทที่นอนดูทีวีสบายใจเฉิบอยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง “ไอ้ห่าดอม วันหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะ กูทำยังไม่ทันเสร็จ นังเด็กนั่นก็แหกปากร้องเหมือนจะตายให้ได้ แม่งเสียอารมณ์หมด” [ผมก็พยายามเลือกแล้วเลือกอีก คัดตัวท็อปๆ มาแล้วนะครับพ่อเลี้ยง] “เลือกห่ายังไงของมึงวะ สามคนที่ผ่านมาแม่งไม่ได้เรื่องสักคน” [ขอโทษครับพ่อเลี้ยง เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมหาแบบแจ่มๆ ทนมือทนตีนมาให้ใหม่] “พอก่อนไอ้ดอม พักก่อน ช่วงนี้กูมีงานต้องเคลียร์ ไว้อีกสองสามวันค่อยหาเด็กหน้าใหม่ๆ มาก็แล้วกัน ไอ้ที่ทนๆ ก็หน้าเดิมๆ ส่วนไอ้หน้าใหม่ๆ ก็บอบบางเหลือเกิน” [รับทราบครับพ่อเลี้ยง] เกือบไปแล้ว ดีที่วันนี้พ่อเลี้ยงกฤตย์ยังใจดี ไม่โวยวายจนฟาดงวงฟาดงาเหมือนเมื่อคราวก่อน หากจะมีใครรู้ใจเขามากที่สุด ก็คงจะเป็นไอ้ดอมนี่แหละ อยู่เป็นขี้ข้ารองมือรองตีนตั้งแต่พ่อเลี้ยงกฤตย์เริ่มเข้ามาดูแลกิจการไร่ใบยาสูบแทน ‘ชูเกียรติ’ ผู้เป็นพ่อ หากย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ชูเกียรติยังดูแลไร่ใบยาสูบแห่งนี้ ในปีนั้นกิจการของเขาค่อนข้างร่อแร่ ด้วยถูกพ่อค้าคนกลางและบริษัทยาสูบต่างชาติโก่งราคาจนแทบไม่เหลือกำไร กอปรกับความเครียดที่ประเดประดังเข้ามา ทำให้โรคหัวใจกำเริบจนล้มป่วย นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกชายผู้กำพร้าแม่แต่เด็กและใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆ จำเป็นต้องเข้ามากอบกู้กิจการ รับไม้ต่อจากผู้เป็นพ่อ แม้ไม่อยากทำก็ต้องทำ เหตุผลเพราะยังมีหลายร้อยชีวิตอยู่เบื้องหลัง หากเมื่อไรก็ตามที่กิจการเจ๊ง นั่นก็เท่ากับคนงานต้องตกงานไปด้วย แล้วครอบครัวพวกเขาล่ะ คนพวกนั้นจะอยู่กันยังไง ชีวิตในวัยรุ่นของกฤตย์ไม่ต่างจากเด็กอาชีวะหัวรุนแรง กว่าจะเรียนจบเกือบตายไปหลายหน กินเหล้า สูบบุหรี่ ทำตัวเหลวไหลไปวันๆ จนชูเกียรติท้อใจ แต่น่าแปลกที่นิสัยห่ามๆ และความใจกล้าบ้าบิ่นของเขากลับกลายเป็นผลดี เมื่อช่วงปีนั้นเหล่าเกษตรกรผู้ปลูกใบยาทั้งรายเล็กรายใหญ่โดนกดราคาหนักมากจนพากันเจ๊งไปหลายสิบราย แต่กฤตย์ไม่ยอม ในเมื่อโดนกดราคา เขาจึงใช้ลุคที่ดูเป็นนักเลง โผงผาง มุทะลุ ไม่เกรงกลัวใคร ผลีผลามเข้าไปโวยวายพวกนั้นกลับบ้าง ทั้งยกพวกไปล้อม ทั้งข่มขู่สารพัด จนสามารถเรียกคืนราคาที่โดนกดต่ำให้ดีดตัวขึ้นสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้เหล่าผู้ประกอบการไร่ใบยาสูบในจังหวัดพร้อมใจยกให้เขาเป็นประธานสมาคมในที่สุด นั่นจึงทำให้พ่อเลี้ยงกฤตย์กลายเป็นผู้มีอิทธิพล ไปทางไหนก็มีคนนับหน้าถือตาและยำเกรง ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ หนำซ้ำเขายังเป็นที่รักของชาวบ้านร้านตลาด นอกจากให้งานแล้ว เขายังช่วยเหลือคนยากคนจนอยู่เสมอ ดังนั้นเรื่องที่ใครๆ ในไร่ต่างรู้กันว่าเขาชอบจ่ายเงินเพื่อตีกระหรี่ปี้สาวไซด์ไลน์ จึงเป็นเรื่องที่คนพวกนั้นเห็นจนชินตา จนมองข้ามมันไปในที่สุด ยกเว้นก็แต่เรื่องของ ‘ปานวาด’ ที่ผ่านมานานเป็นสิบปีแล้ว แต่ใครๆ ก็ยังรังเกียจ เธอเป็นพยาบาลแม่ม่ายลูกติดที่อายุน้อยกว่าพ่อเขาเกือบสิบปี เริ่มต้นจากการเป็นพยาบาลพิเศษดูแลชูเกียรติหลังจากผ่าตัดหัวใจ กระทั่งความใกล้ชิดทำให้พวกเขาทั้งสองสานสัมพันธ์เป็นคนรักในที่สุด แต่ขอโทษที…กฤตย์ไม่ปลื้มกับผู้หญิงคนนี้เลยสักนิด แม้ปานวาดกับชูเกียรติจะอยู่กินกันมานานเป็นสิบปี แต่ทว่านั่นก็ไม่ทำให้เขาเลิกเกลียดเธอได้ ไม่รู้ใครไปเป่าหูหรืออย่างไร เขาถึงจงเกลียดจงชังเธอขนาดนั้น ทั้งๆ ที่เธอก็ดูแลพ่อของเขาเป็นอย่างดี ที่ไหนมีปานวาด ที่นั่นก็ต้องไม่มีกฤตย์!! โปรดติดตามตอนต่อไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD