สายฝนยังคงกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เสียงฟ้าร้องครืนครั่นสลับกับเสียงสะอื้นเบา ๆ ของไอริน ที่พยายามยันกายลุกขึ้นจากพื้นถนนที่เจิ่งนองไปด้วยโคลน ความเจ็บที่หัวเข่าเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดกลางใจเมื่อนึกถึงภาพในห้องพักนั้น
รามสูรยืนนิ่งเป็นภูผา มือหนายังคงถือร่มคันใหญ่บังฝนให้สาวร่างเล็กอย่างมั่นคง แววตาคมกริบจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่บัดนี้เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและหยดน้ำฝน
"จะยืนตากฝนให้ปอดบวมตายตรงนี้ หรือจะขึ้นรถ" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและทรงอำนาจ แต่มันกลับมีความอาทรบางอย่างซ่อนอยู่จนไอรินสัมผัสได้
"คะ...คือริน..." ไอรินละล่ำละลัก เธอไม่รู้จักชายตรงหน้า แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า ผู้ชายหน้าดุคนนี้ 'อันตราย' แต่น้อยกว่าโลกภายนอกที่เธอเพิ่งเผชิญมา
"ขึ้นรถเถอะแม่คุณ! เจ้านายผมแขนจะค้างแล้วเนี่ย ปกติท่านไม่ถือร่มให้ใครหรอกนะ ขนาดผมแขนหักคราวที่แล้วท่านยังบอกให้ผมคลานขึ้นรถเองเลย!" เมฆา ตะโกนข้ามหน้าต่างรถออกมาพลางทำหน้าทะเล้นใส่
รามสูรตวัดสายตาพิฆาตไปทางลูกน้องคนสนิท จนเมฆาต้องแกล้งทำเป็นผิวปากมองบนฟ้าแทน
"ฉันไม่ใช่คนดี...แต่ฉันไม่ทำร้ายผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ ไปเถอะ ฉันจะไปส่งที่ปลอดภัย"
ไอรินมองมือใหญ่ที่ยื่นมาตรงหน้า ความอ้างว้างในเมืองหลวงที่เธอไม่คุ้นเคยทำให้เธอตัดสินใจวางมือเล็กลงบนฝ่ามือหนา รามสูรกระชับมือเธอเบา ๆ ก่อนจะพยุงเธอเข้าไปในรถ SUV คันหรู
ทันทีที่ประตูปิดลง ความเย็นจากแอร์ในรถทำให้ไอรินตัวสั่นเทา รามสูรขมวดคิ้วยุ่ง เขาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อสูทตัวนอกที่วางอยู่เบาะข้าง ๆ มาคลุมไหล่ให้เธอโดยไม่พูดอะไร
"เอ่อ...ขอบคุณค่ะ" ไอรินกระซิบเบา ๆ ก้มหน้ามองมือตัวเองที่สั่นระริก
"บอสครับ...นี่เราจะพานางฟ้าตกสวรรค์ที่เปียกโคลนไปที่ไหนดีครับ ไปส่งสถานีตำรวจ หรือไปส่งที่เซฟเฮ้าส์บอสดี ถ้าไปเซฟเฮ้าส์ ผมต้องเตรียมจัดห้องหอเลยไหมครับ" เมฆาที่กำลังบังคับพวงมาลัยถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท
ปึก!
"เมฆา...ถ้าแกยังไม่หยุดเพ้อเจ้อ ฉันจะให้แกเดินลงไปอาบน้ำฝนแทนแม่สาวน้อยคนนี้"รามสูรใช้หลังมือตบเข้าที่พนักพิงเบาะคนขับอย่างแรง
"จ๊าก! เงียบแล้วครับบอส แหม...แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ ปกติเห็นฆ่าคนตาไม่กะพริบ วันนี้มาเป็นสุภาพบุรุษขี่ม้าดำซะงั้น" เมฆาบ่นอุบอิบแต่ก็ยอมเงียบปากลง
รถเคลื่อนตัวไปท่ามกลางแสงไฟของกรุงเทพฯ ไอรินนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำตาเม็ดเล็กไหลลงมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงคำสัญญาของธัญ 5 ปีที่ผ่านมามันคือเรื่องโกหกงั้นหรือ
"เขาทิ้งเธอเหรอ" รามสูรถามขึ้นลอย ๆ จนไอรินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า
"เขาบอกว่าจะทำงานเก็บเงินมาขอริน...แต่ความจริงเขา..." เธอพูดต่อไม่ได้เพราะก้อนสะอื้นอุดอยู่ที่ลำคอ
รามสูรนิ่งไปชั่วครู่ มือหนาขยับเหมือนอยากจะเอื้อมไปลูบหัวปลอบใจแต่ก็ชะงักไว้ เขาไม่เคยปลอบใคร และไม่รู้วิธีจัดการกับผู้หญิงที่กำลังใจสลาย
"ผู้ชายที่ผิดคำสัญญา...ไม่ควรค่าแก่การเสียน้ำตาให้แม้แต่หยดเดียว จำไว้...ต่อจากนี้ไป ใครที่ทำเธอเจ็บ มันต้องชดใช้ยิ่งกว่าที่เธอเป็น"เขาพูดเสียงเข้ม
ไอรินเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ชื่อ รามสูร แววตาของเขาดูโหดร้ายและมุ่งมั่นจนน่ากลัว แต่ในความน่ากลัวนั้น เธอกลับรู้สึกถึงความ "ปลอดภัย" อย่างประหลาด
"ชื่ออะไร" เขาถามโดยไม่หันมามอง
"ไอรินค่ะ...เรียก 'ริน' ก็ได้"
"ฉันชื่อรามสูร...ส่วนไอ้ตัวตลกข้างหน้าชื่อเมฆา คืนนี้เธอไปพักที่คอนโดของฉันก่อน ในฐานะ 'แขก' ไม่ต้องกลัว ฉันมีห้องรับรอง"
"แต่ว่าริน..."
"ไม่มีแต่...สภาพเธอตอนนี้เดินไปไหนก็มีแต่จะโดนพวกเดนมนุษย์คาบไปกิน ขับไปที่คอนโด ส่วนเรื่องไอ้ผู้ชายคนนั้น...เมฆา ไปสืบมาให้ละเอียดว่ามันเป็นใคร ทำงานที่ไหน"รามสูรตัดบทอย่างเผด็จการ
"รับทราบครับบอส! งานถนัดเลยครับ เรื่องทำลายความสุขชาวบ้านเนี่ย เตรียมตัวได้เลยน้องริน เดี๋ยวพี่เมฆาจะพาบอสไปล้างแค้นให้ถึงที่!"เมฆายิ้มร่า