สนามแข่ง
เสียงจอแจของผู้คนที่ทยอยซื้อตั๋วเดินเข้ามาดูการแข่งขันดังระงมไปทั่วบริเวณ นักแข่งจากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอยู่ที่โซนพิท ส่วนทีมช่างก็กำลังวุ่นกับการตรวจเช็กสภาพรถก่อนลงสนาม
ร่างเล็กยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมา หลังวางสายจากพี่สาวคนสนิทก็ยืนนิ่งตรงมุมที่พอเป็นจุดสังเกตได้ง่ายๆ เพราะเพียร์ซบอกว่าให้ยืนรอก่อนจะมีคนเดินมารับ เพราะกลัวเธอจะหลงทาง
เป็นครั้งแรกของเฌอลินที่ได้ทำงานนี้ เธอค่อนข้างประหม่า แถมนัดกับกระต่ายเอาไว้แล้วว่าจะมาเป็นเพื่อน แต่พอถึงวันดันติดธุระ ทำให้ต้องมาคนเดียว
“น้องเฌอลินใช่ไหม พี่ชื่ออิ้งนะ เพื่อนของเพียร์ซ”
“สวัสดีค่ะพี่อิ้ง”
“เพียร์ซส่งรูปเฌอมาให้พี่ดู เจอตัวจริงสวยกว่าในรูปอีกนะ”
เฌอลินยิ้มเขินตอบรับคำชมจากสาวรุ่นพี่ที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก ก่อนจะถูกพาเดินไปยังโซนห้องแต่งตัว
ภายในเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของเหล่าผู้หญิงหลายคนที่กำลังนั่งแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก บ้างก็ยืนเปลี่ยนชุด
หลังจากเฌอลินแนะนำตัวกับทุกคนเรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งรอที่เก้าอี้ โดยมีทีมช่างคอยแต่งหน้าให้ เธอได้แต่นั่งนิ่งๆ อย่างว่าง่าย หากแต่งเองคงได้ออกมาราวกับจะไปแสดงงานงิ้ว เพราะเธอไม่เคยแต่งหน้าด้วยตัวเองเลยสักครั้ง
“ได้ยินมาว่าแมตท์นี้ลูกพี่ลูกน้องเจ้าของสนามลงด้วย สุดหล่อคนนั้นชื่ออะไรนะ”
“ซันเซบบ์ หล่อมาก ผู้ตระกูลทรัพย์หิรัญสกุลหน้าตาดีทั้งนั้น”
“จริงแก พี่เซบบ์หล่อเหมือนไม่มีอยู่จริง”
“ตอนเดินมาฉันเห็นด้วย พี่เซบบ์ใส่ชุดนักแข่งทำเอาขาแทบอ่อน”
“อิจฉายัยป่าน ได้ดูแลพี่เซบบ์”
“แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้นะคะ”
เฌอลินนั่งนิ่งสองมือประสานกันแน่นหลังได้ยินชื่อนั้น เธอทำใจเอาไว้ก่อนแล้วว่าอาจจะเจอเขาที่นี่ แต่ถึงจะเตรียมใจมาแล้วก็ยังรู้สึกวูบไหวอยู่ดี ได้แต่ภาวนาขอให้เขาไม่เข้ามาวุ่นวายการทำงาน
หลังแต่งหน้าเสร็จ ร่างเล็กหยิบชุดไปเปลี่ยนในห้องน้ำ เป็นเสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวแบบครอป สีขาวตัดดำ ด้านในเป็นบรา เผยให้เห็นช่วงเอวคอด และสวมกระโปรงสั้นเอวต่ำ คล้ายยูนิฟอร์มของนักแข่งรถ เพราะเป็นสนามแข่งชุดที่ใส่จึงต้องแมตท์กับสถานที่
“เฌอได้ดูแลนักแข่งหมายเลขเจ็ดนะ”
“ค่ะ”
อิ้งแนะนำว่าต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งงานนี้ไม่ยากเลย ดูเหมือนจะสบายมากกว่างานอื่นที่เฌอลินเคยผ่านมาด้วยซ้ำ แถมยังได้เงินดีกว่าหลายเท่า เพียงแค่งานเดียวไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เกือบหมื่น
เมื่อเข้าใจงานทั้งหมดแล้ว เฌอลินเดินตามสาวพริตตี้คนอื่นออกมาจากห้องแต่งตัว เพราะเธอไม่รู้จักใครเลยจึงไม่ได้พูดคุยอะไรกับผู้หญิงเหล่านั้น และก็ไม่มีใครหันมาสนใจเธอ
สนามแข่งช่วงสิบโมงเช้า แดดกำลังเริ่มแผดเผา กลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเสียงเจี้ยวจ้าวของผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามานับพัน เสียงประกาศจากไมโครโฟนดังก้องเป็นระยะ สลับกับเสียงเครื่องยนต์ที่ถูกสตาร์ทซ้อม บรรยากาศของวันนี้อบอวลไปด้วยความวุ่นวายที่คึกคัก
ดวงตาคู่สวยกวาดมองหานักแข่งหมายเลขเจ็ดที่ตัวเองต้องดูแล เมื่อเจอร่างสูงของชายหมายเลขเจ็ดที่กำลังยืนชิดขอบสนาม เฌอลินก็รีบสาวเท้าตรงไปหาทันที ชายคนนั้นอยู่ในชุดนักแข่งเตรียมพร้อมลงสนาม ร่มในมือเธอถูกกางออก ก่อนจะยกขึ้นบังแดดให้อีกฝ่าย
เขาสูงมากจนเธอต้องยื่นมือไปสุดแขนเพื่อกลางร่มให้ และในจังหวะนั้น ชายที่สวมหมวกกันน็อกก็ค่อยๆ ก้มลงมา และค้างเอาไว้ที่ท่านั้นจนเฌอลินนึกแปลกใจ เพราะเธอไม่สามารถมองเห็นสายตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เลนท์หมวกสีดำสนิทได้
แม้อยากจะถาม ว่าทำไมเขาถึงก้มลงมามองอย่างนี้ แต่ก็เลือกที่จะเงียบทำเป็นไม่สนใจ แต่แล้ว จู่ๆ ชายร่างสูงก็ดึงร่มออกไปจากมือของเธอ แทนที่เขาจะกลางให้ตัวเองกลับขยับมันมาบังแดดให้เธอแทน การกระทำแบบนั้นยิ่งชวนให้เฌอลินแปลกใจ
“คือ….ให้เฌอถือดีกว่านะคะ” เธอเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะหากให้นักแข่งถือเองแบบนี้แล้วถูกหักเงินขึ้นมา คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ยิ่งอยู่ในช่วงเก็บเงินด้วยแล้ว
“พี่คะ ขอร่มคืนด้วยค่ะ” แม้จะย้ำอีกครั้ง เขาก็ยังไม่ยอมคืนให้
“พี่คะ เฌอไม่อยากถูกหักเงินนะ” สีหน้าของเธอเริ่มกังวลเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมคืนให้สักที อยากจะยื่นมือไปแย่งมาแต่ดูจากความสูงแล้วเธอเอื้อมไม่ถึงอย่างแน่นอน แถมยังดูไม่ดี
เสียงประกาศจากไมโครโฟนดังขึ้น ให้นักแข่งทีมแรกเตรียมตัวลงสนาม คนที่ถือร่มอยู่จึงยื่นมันคืนมาให้กับเธอ จากนั้นเขาก็เดินไปทางรถแข่ง GT-R Nismo ที่จอดเตรียมพร้อม
ริมฝีปากเล็กยู่เข้ามากันเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่ชายคนนั้นทำ เหมือนเขาจงใจแกล้ง
ขณะดวงตาคู่กลมมองแผ่นหลังกว้างของนักแข่งเบอร์เจ็ด จู่ๆ เฌอลินก็รู้สึกคุ้น มีชื่อหนึ่งผุดวูบเข้ามาในความคิด ก่อนจะมีเสียงในหัวแย้งทันที เพราะจำได้แม่น ว่าพริตตี้ที่ชื่อป่านเป็นคนดูแลซันเซ็บบ์ ฉะนั้น ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เขาอย่างแน่นอน
เธอมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง พยายามหาคนคนหนึ่ง แต่ไม่เจอเขาเลย ทั้งที่ได้ยินมาว่าลงแข่งในครั้งนี้
เฌอลินรู้มาก่อนแล้วจากซาน ว่าซันเซบบ์ชอบแข่งรถ เพราะทางบ้านมีธุรกิจเปิดสนาม ไหนจะมีญาติที่เป็นนักแข่งมืออาชีพระดับตำนานอย่างล่า ทำให้เขาสนใจเป็นพิเศษ
ระหว่างที่การแข่งขันกำลังจะเริ่มต้น เฌอลินถอยกลับเข้ามายืนอยู่ในโซนพิทของทีมที่เธอดูแล มองไปยังสนามด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดกับตา
หลังเสียงสัญญาณ รถหลายสิบคันก็พุ่งทะยานไปจากจุดสตาร์ทลายหมากรุก ทั้งชวนให้หวาดเสียวและลุ้นระทึกจนร่างเล็กไม่สามารถละสายตาไปมองทางอื่นได้ รถหมายรถเจ็ดที่อยู่เกือบท้ายในตอนแรก ตอนนี้ค่อยๆ ไต่ลำดับแซงขึ้นไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็นำหน้าทุกคัน
“ยัยป่าน พี่เซบบ์ตัวหอมไหม”
“หอมมาก”
“อิจฉาตาร้อนสุดๆ”
เสียงพูดคุยของพริตตี้สาวสองคนที่ยืนใกล้กันดังแว่วมาในหู เฌอลินไม่ได้สนใจมาก เธอมองการแข่งขันที่กำลังดุเดือดต่อ และลุ้นจนตัวเกร็ง เมื่อเห็นว่ารถหมายเลขสิบกำลังตีคู่ไปกับหมายเลขเจ็ด
ร่างเล็กกำลังเชียร์เบอร์เจ็ดอยู่ เพราะเขาเป็นคนที่เธอดูแล จึงเอาใจช่วย ท่ามกลางเสียงโห่ร้องจากกองเชียร์ที่อยู่บนอัฒจันทร์ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังสนาม บรรยากาศเริ่มปะทุ ตอนนี้มีแค่รถเบอร์เจ็ดและสิบที่ตีคู่กันไปอย่างสูสี
ไม่รู้ว่าการแข่งขันต้องขับทั้งหมดกี่รอบ ตอนนี้ผ่านไปสามรอบแล้ว เฌอลินยังไม่สามารถละสายตาจากสนามได้ เธอยังคงจับจ้องมองไม่กะพริบตา ลุ้นจนเกร็งไปทั้งร่าง
ในจังหวะเข้าโค้ง รถเบอร์สิบหลุดไลน์ทำให้เบอร์เจ็ดสามารถไล่จี้กลับมานำได้อีกครั้ง จากนั้นก็กันไลน์ปิดทางไม่ให้รถคันด้านหลังมีช่องแซงขึ้นมาได้ง่ายๆ
ในที่สุด การแข่งขันที่ดุเดือดก็จบลง โดยรถหมายเลขเจ็ดแซงเข้าเส้นชัยมาคันแรก เฌอลินยิ้มกว้างอย่างยินดี ก่อนจะหยิบเอาร่ม น้ำและผ้าเช็ดหน้า เพื่อเตรียมเอาไปให้กับนักแข่ง
ร่างเล็กเดินออกจากพิทตรงไปยังนักแข่งหมายเลขเจ็ดที่เพิ่งลงจากรถ ทันทีที่มาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา เธอก็ยื่นขวดน้ำและผ้าเย็นให้ โดยไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มกว้าง
ร่างสูงยืนนิ่ง ยังไม่ได้รับของจากมือของเธอ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยกมือขึ้น ถอดหมวกกันน็อกออกอย่างช้าๆ และในวินาทีที่ใบหน้าภายใต้หมวกใบแพงเผยออกมา หัวใจดวงน้อยของเฌอลินก็เหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ
แววตาคู่คมจับจ้องใบหน้าของเธอพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ร่างสูงค่อยๆ โน้มตัวลงมาตั้งคำถาม “พี่เก่งไหมครับ?”
เฌอลินได้แต่เงียบ รู้สึกชาไปทั้งตัว และไม่เข้าใจ ว่านักแข่งเบอร์เจ็ดคนนี้เป็นซันเซบบ์ไปได้ยังไง ทำไมจู่ๆ เธอถึงได้ดูแลเขา ตอนนี้เธอไม่เข้าใจอะไรเลย และไม่อยากจะอยู่ตรงนี้แล้ว
“พี่ชนะ เฌอควรยินดีไม่ใช่หรือไง”
“เกี่ยวอะไรกับเฌอคะ ทำไมต้องยินดี” เธอขยับถอยหนี พยายามไม่อยู่ใกล้เขามาก เพราะตอนนี้สายตาของเหล่าพริตตี้ทั้งหลายกำลังจับจ้องมา ราวกับอิจฉาตาร้อนปนงุนงง
“พูดแบบนี้ ไม่น่ารักเลยนะ”
แม้ร่างเล็กจะพยายามถอยหนีแต่ซันเซบบ์ก็ยังขยับมาใกล้ ท่าทางของคนทั้งคู่ยิ่งตกเป็นเป้าสายตาของคนที่อยู่รอบๆ เพราะตรงที่ยืนอยู่เหมือนจุดศูนย์กลาง ทั้งคนบนอัฒจันทร์ก็ยังมองลงมาเห็นได้
“พี่เซบบ์”
“หืม?”
เฌอลินถูกไล่ต้อนจากสายตาคู่คมจนในที่สุดเธอก็ยอมหยุดนิ่ง ปล่อยให้เขาก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิม ใบหน้าสวยเงยขึ้นมอง ไม่หลบสายตา ราวกับท้าทาย เธอกำลังหงุดหงิดที่ซันเซบบ์เป็นอย่างนี้ แต่เขาชอบใจจนยิ้มไม่หุบ
“รู้ไหมว่า…พริตตี้ต้องตามเข้าไปดูแลนักแข่งในห้องเปลี่ยนชุด”
ซันเซบบ์ไม่สนใจสายตาของใครเลย เขาสนใจแค่ผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังทำหน้าตาน่าเอ็นดู เป็นอีกครั้งที่ความรู้สึกอยากครอบครองคนตัวเล็กแล่นเข้ามาในความคิด
จะต้องทำยังไง เธอถึงจะเป็นของเขา ทั้งตัวและหัวใจ
ร่างสูงยืนอยู่บนแท่นรับรางวัล ท่ามกลางเสียงปรบมือ เขาคือผู้ชนะของการแข่งขันครั้งนี้ แต่ในขณะที่ผู้คนมากมายแสดงความยินดี กลับมีสายตาหนึ่งมองมาอย่างไม่ชอบใจ เป็นเจ้าของอันดับสองที่ดูเหมือนจะไม่ยินดีด้วย
ทว่า ซันเซบบ์ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่นิดเดียว ใบหน้าหล่อยังคงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ สายตาคู่เย็นยะเยือกมองไปยังจุดเดียว คือพริตตี้สาวสวยตรงหน้า เขากำลังหงุดหงิดที่มีสายตาของผู้ชายหลายคนจ้องไปที่เธอ มันคงไม่แปลกเพราะเธอสวยจนกลายเป็นจุดเด่น แค่คิดว่ามีคนอื่นมองเธอด้วยแววตาแบบนั้น ก็รู้สึกอยากหักคอพวกมันให้หมด
หลังได้ถ้วยรางวัลมาแล้ว ซันเซบบ์เดินตรงมาหาเฌอลินทันที แม้เขาจะดูออกว่าเธอไม่อยากอยู่ใกล้ตัวเองมากขนาดไหนก็ตาม
“งานของเฌอเสร็จแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”
“ตามมา” เสียงทุ้มเย็นออกคำสั่ง ก่อนจะเดินนำหน้า
ร่างเล็กยืนนิ่ง ไม่ได้เดินตามคำสั่งของเขาในทันที เธอยังลังเลอยู่กับตัวเอง คิดทบทวนว่าสมควรจะก้าวตามไปหรือเปล่า
แต่แล้วซันเซบบ์กลับหยุดกะทันหัน เขาหันขวับมาทางเธอ สายตาคมกริบตวัดมาเพียงแวบเดียวก็ทำเอาเฌอลินสะดุ้งเฮือก ความลังเลทั้งหมดหายวับ เธอรีบยกเท้าก้าวตามไปทันที
“น้องเฌอจะไปไหน เลิกงานแล้วนะ ไปเปลี่ยนชุดเร็ว เพียร์ซบอกพี่ว่าจะเลี้ยงชาบูด้วย”
เสียงของอิ้งดังขึ้น ทำให้เฌอลินหยุด กึก เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกที่รุ่นพี่มาช่วยฉุดเอาไว้ได้ทันเวลา ใบหน้าหวานหันขวับไปตามเสียง พยักหน้ารับหงึกๆ
ฝีเท้าของซันเซบบ์หยุดลงอีกครั้ง เสียงถอนหายใจหลุดออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อถูกขัดจังหวะ สายตาคู่คมจ้องไปยังคนที่เข้ามาขัดเขม็ง ไม่สนใจว่าเธอจะเป็นผู้หญิง
ดวงตาแข็งกร้าวทอดมองร่างเล็กเดินห่างออกไป ราวกับอยากรีบหนีให้พ้น และเขาเกลียดมัน เกลียดการที่เธอพยายามหนีจากเขาแบบนั้นที่สุด