ล่ามเฌอ - 1 จงใจหนี

2414 Words
แสงไฟหลากสีฉายวาบสาดกระทบไปทั่วบริเวณ ตัดกับความมืดในคลับที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากมายต่างกำลังโยกไหวร่างกายไปตามจังหวะเสียงเพลงเบสหนักกระหึ่ม ห้องวีไอพีแยกตัวออกจากความวุ่นวาย กระจกใสเผยให้เห็นภาพเบื้องล่าง แต่คนด้านล่างไม่สามารถมองทะลุเข้ามาได้ ซันเซบบ์ กำลังจ้องมองลงไปยังโต๊ะหนึ่งตลอดเวลา ท่ามกลางฝูงคนที่แออัด แม้ว่าร่างเล็กจะเบียดเสียดอยู่กับผู้คนมากมาย แต่ในสายตาของเขากลับมองเห็นแค่เธอเพียงคนเดียว เขากำลังมองทุกการเคลื่อนไหวของเธอ จับจ้องดวงตากลมคู่สวย รอยยิ้มหวาน และริมฝีปากกระจับ เฌอลิน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ชื่อของผู้หญิงธรรมดาจากบ้านข้างๆ ลูกแม่บ้านที่ใครก็มองข้าม กลายเป็นชื่อที่ติดอยู่ในความทรงจำมานานนับสิบปี กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เขาคลั่งไคล้เธอ จนอยากจะจับมาล่ามเอาไว้ในกรง “มาลีถามกูว่าทำไมมึงไม่ตอบแชต” เสียงรบกวนจาก ดีน เพื่อนที่โตมาด้วยกันดังขึ้นขัดจังหวะ สายตาคู่คมตวัดไปมองด้วยความไม่ชอบใจ “ถ้าว่างเดี๋ยวตอบเอง” “คุยกับลีบ้าง” “ลีรู้ ว่ากูไม่ชอบตอบแชต” “ลีก็เพื่อนมึงไหมไอ้เซบบ์” มาลี เพื่อนผู้หญิงอีกคนในกลุ่มที่สนิทกันมาตั้งแต่ช่วงเรียนปีหนึ่ง แม้จะเรียนจบไปแล้วทั้งสามคนก็ยังพูดคุยกันปกติตามประสาเพื่อน แต่ส่วนใหญ่ในแชตกลุ่มจะเป็นสนทนาของดีนกับมาลีซะมากกว่า “มากับมึงทีไร เหมือนกูนั่งในป่าช้า” ดีนบ่น ตั้งแต่มาเขาสามารถนับได้ว่าซันเซบบ์พูดกี่ประโยค แต่ถึงจะบ่น สุดท้ายเขาก็รู้จักนิสัยของเพื่อนคนนี้ดีที่สุด “กูไม่ได้ขอให้มึงมา” ดีนไหวไหล่ พลางมองลงไปยังชั้นล่างตามสายตาของเพื่อน เห็นผู้หญิงที่ซันเซบบ์กำลังจับจ้อง แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่เธอกลับโดดเด่นมีเสน่ห์ดึงดูด “มึงเป็นแบบนี้น้องยิ่งกลัว ไม่มีคนบ้าที่ไหน เข้าหาคนที่บอกว่ารักนักหนาแบบมึงสักคน” คำเตือนที่เอ่ยออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ร่างสูงพ่นลมหายใจหนักๆ “คนบ้าอย่างกูนี่ไงดีน” เสียงหัวเราะเย็นชาหลุดจากริมฝีปากซันเซบบ์ ขณะค่อยๆ เอนหลังพิงพนักโซฟาหรู ก่อนยกแก้วเหล้าขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงแตะปลายจมูก ยิ่งปลุกให้ความคิดหมกมุ่นฟุ้งซ่านกว่าเดิม “ตามขนาดนี้ ไม่คิดว่าน้องจะกลัว?” “ทำไมต้องกลัว” “ไม่รู้ตัวหรือไง น้องเปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนไลน์หนีตั้งกี่ครั้งแล้ว” “รู้” คิ้วหนาเลิกขึ้น พลางกระตุกยิ้มราวกับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย “แล้วยังไง?” “แค่รักกู” ปัก! แก้วเหล้าวางกระแทกลงบนโต๊ะ นัยน์ตาคมฉายแววเกรี้ยวกราด เสียงทุ้มเย็นเค้นคำพูดลอดไรฟัน “ง่ายๆ แค่นี้ ทำไมถึงทำไม่ได้” “คนไม่รัก ไม่ชอบ มึงจะไปบังคับได้ยังไง” ดีนสบตาเพื่อนทั้งเอือมระอาปนสงสาร “กูพูดกรอกหูตั้งแต่มอต้น มันไม่ไปสะกิดจิตใต้สำนึกมึงบ้างเลยหรือไงเซบบ์” “ความรักของมึงมันมากเกินไป มากจนล้น” เขามองมือของซันเซบบ์ที่กำแก้วเหล้าแน่น พลางส่ายหน้าไปมา “เมื่อไรเฌอจะกลายเป็นของกู” คำถามนั้นราวกับไม่ได้ฟังสิ่งที่เพื่อนเพิ่งเอ่ยออกมาเมื่อครู่เลยสักนิด “เฌอไม่ใช่สิ่งของ ควรคิดว่าเมื่อไรน้องจะรัก ไม่ใช่เมื่อไรจะเป็นของมึง” “ถ้าการรักกูมันยากขนาดนั้น” เซบบ์ไม่ได้พูดต่อในทันที แต่นิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมตวัดกลับไปยังเบื้องล่างของกระจกใส คนตัวเล็กที่เขาเอาแต่จ้องมองเป็นเวลานาน ยังคงอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางผู้คนมากมาย ก่อนจะเอ่ยถึงความคิดที่ฝังลึกภายในใจ “แค่ยัดเยียดอย่างอื่นให้ก็สิ้นเรื่อง….ไม่ใช่หรือไง” “มึงรักน้องแบบไหนกันแน่เซบบ์” ดีนถามสวนกลับอย่างเอาจริง เขาไม่แน่ใจแล้ว ว่าคนตรงหน้าเข้าใจความรักจริงหรือเปล่า “ความรักของมึงมันคืออะไร ตอนนี้มึงคิดว่าตัวเองเข้าใจมันอยู่ไหม?” …หรือบางที มันอาจฝังรากมาจากเรื่องราวในตอนนั้น ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง “เรื่องตอนนั้น ทำให้มึงยึดติดกับน้องขนาดนี้เลยหรอวะ กี่ปีแล้วเซบบ์” “เฌอต้องเป็นของกู นั่นคือความรัก” ซันเซบบ์ยังคงนั่งนิ่ง สายตาเย็นชาเหมือนเดิม คำที่เอ่ยออกมาไม่ต่างจากประโยคสาบาน ว่าจะจับผีเสื้อตัวน้อยเด็ดปีก แล้วขังไว้ในกรงให้ได้ เฌอลินยกแก้วขึ้นมาจิบเป็นระยะ แต่ไม่ดื่มเยอะมาก กลัวตัวเองจะเมาจนกลับไม่ไหว เพราะเป็นวันเกิดของ กระต่าย เพื่อนสนิทเพียงคนเดียว จึงต้องมาในคืนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เสียงเพลงดังกลบเสียงพูดคุยของคนรอบตัว ดวงตาคู่สวยมอง เต้ พี่ชายของกระต่าย กำลังดวลเหล้ากับน้องสาว ด้วยอายุของทั้งคู่ที่ห่างกันแค่หนึ่งปี ทำให้พี่น้องคู่นี้สนิทกันมาก ขณะที่กำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เฌอลินรู้สึกได้ถึงการสั่นเบาๆ ของโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าสะพาย จึงหยิบขึ้นมาดู -ซันเซบบ์ เพิ่มเพื่อน- แชต: ซันเซบบ์ ซันเซบบ์: รู้ว่าเปลี่ยนหนีไปก็เท่านั้น ซันเซบบ์: แล้วทำไมยังพยายาม ดวงตาคู่สวยเบิกโตก่อนจะไหววูบกลางอก ราวกับมีไอร้อนไล่ขึ้นมาจากปลายเท้าลามจนถึงใบหน้า มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มสั่นเบาๆ ไม่ว่าเปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนไลน์ เปลี่ยนทุกช่องทางติดต่อ แต่สุดท้าย ชื่อของเขาก็ยังโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนเดิม มันพิสูจน์ให้เห็นแล้ว ไม่ว่าพยายามหนีแค่ไหน ก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี ซันเซบบ์: มัวแต่มองหน้าจอ ทำไมไม่ตอบกลับ ซันเซบบ์: พี่รออยู่ เพียงแค่อ่านข้อความนั้น อัตราการเต้นของหัวใจก็ชะงัก ก่อนจะรีบเงยขึ้นจากจอมือถือ หันมองรอบตัวทันที สายตากวาดไปจนทั่วร้าน ต้องการหาว่าคนที่พิมพ์ส่งมาอยู่ตรงไหน ซันเซบบ์: อยากเจอพี่หรอครับ ซันเซบบ์: มองหาใหญ่เลย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ปกติเธอแทบไม่ตอบข้อความของอีกฝ่ายเลยนอกจากจะถูกกดดัน อย่างเช่นตอนนี้ที่จำเป็นต้องตอบ เฌอลิน: เลิกแอบตามเฌอได้แล้ว หยุดทำแบบนี้ ซันเซบบ์: กลับด้วยกันไหมครับ เฌอลิน: พี่เซบบ์ช่วยอ่านที่เฌอพิมพ์ไปด้วยค่ะ ซันเซบบ์: ? เขาทำราวกับไม่เข้าใจเหมือนกับที่ผ่านมา เฌอลินได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบกลับอีกครั้ง เฌอลิน: เฌอมีแฟนแล้ว เลิกยุ่งได้แล้วค่ะ ซันเซบบ์: เห็นพี่เป็นคนโง่หรือไง ซันเซบบ์: ที่บอกว่ามีแฟน เฌอก็แค่พยายามหาทางผลักไสพี่ออกไป เหมือนทุกครั้ง หัวใจดวงน้อยเต้นแรง รีบปิดหน้าจอโทรศัพท์เก็บลงไปในกระเป๋าอย่างเดิม เฌอลินไม่รู้ว่าทำไม ไม่รู้เหตุผลว่าเพราะอะไรซันเซบบ์ถึงได้เป็นอย่างนี้ มันนานมาก นานซะจนจำไม่ได้แล้ว ว่าจุดเริ่มต้นคือตรงไหน ตอนยังเด็ก เฌอลินมักจะแอบยายไปเล่นกับซาน ลูกชายบ้านข้างๆ ที่รุ่นราวคราวเดียวกัน และเป็นเพื่อนเล่นคนเดียวในละแวกนั้น เพราะไม่รังเกียจที่เธอเป็นเพียงเด็กธรรมดาไม่ได้มาจากตระกูลร่ำรวย เฌอลินจำได้ดี ถึงสายตาคู่หนึ่งที่มักจะมองลงมาจากหน้าต่างชั้นบนของบ้านหลังนั้น ซันเซบบ์ไม่เคยยิ้ม แม้กระทั่งตอนที่เธอยิ้มให้ เขาก็แค่จ้องกลับมา ซันเซบบ์คือผู้ชายเย็นชา…เย็นชาจนครั้งหนึ่งตอนเด็ก เคยคิดว่าเขาเกลียดเธอด้วยซ้ำ ผ่านไปนานนับชั่วโมง เฌอลินอั้นฉี่จนปวดท้องไปหมด เธอไม่กล้าลุกขึ้นไปไหนเพราะกลัวเจอซันเซบบ์ดักรอ พอหันมามองเพื่อน ตั้งใจจะชวนไปห้องน้ำด้วยกัน แต่ตอนนี้กระต่ายกำลังสนุกกับพี่ชายแถมยังเมาแล้ว สุดท้ายทนไม่ไหวจึงตัดสินใจจะไปคนเดียว “พี่เต้ เดี๋ยวเฌอไปห้องน้ำก่อนนะคะ” เธอเลือกบอกเต้ เพราะยังมีสติครบ ต่างจากน้องสาวเจ้าของวันเกิดที่เมาจนทรงตัวไม่อยู่แล้ว “ไปคนเดียวอันตรายนะเฌอ ให้ต่ายไปเป็นเพื่อนดีกว่า” เต้รีบบอกอย่างเป็นห่วง “ต่ายเมาแล้วพี่เต้ เฌอกลัวล้ม เดี๋ยวไปเองก็ได้ค่ะ” “ถ้าอย่างนั้น รีบไปรีบมานะ” เฌอลินยิ้มหวานให้หนุ่มรุ่นพี่ ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปทางห้องน้ำ ซึ่งค่อนข้างไกลจากโต๊ะที่เธอนั่งอยู่พอสมควร ยิ่งต้องผ่านผู้คนที่แออัดกว่าจะถึงทำเอาเหนื่อยหอบ เสียงถอนหายใจดังออกมาเบาๆ เพราะร่างเล็กคิดพะวงตลอดทางเดิน กลัวว่าจะเจอซันเซบบ์ดักกลางทาง แต่พอไม่เห็นเขาความกังวลก็คลายลง หลังจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย เธอออกจากห้องน้ำ ก้าวเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง แต่แล้ว… หมับ!! “อะ” ร่างเล็กผวาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ แขนก็ถูกกระชากอย่างแรงจนตัวถลาไปตามแรงดึงของใครบางคน ดวงตาคู่กลมมองผ่านแสงสลัว แม้จะไม่มีไฟส่องสว่างแต่เธอก็รู้ได้ทันทีว่า ใครคือเจ้าของฝ่ามือใหญ่ฉุดดึงอยู่ในตอนนี้ “พี่เซบบ์…ปะ…ปล่อยเฌอนะ” เขาไม่ปล่อยแถมยังดึงลากเธอมายังมุมมืด ดันแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังที่เย็นเฉียบ ก่อนจะยกแขนแกร่งขึ้นมาคั่นระหว่างตัวไม่ให้หนีไปไหนได้ “พะ พี่เซบบ์” เสียงหวานแผ่วลง หัวใจเกือบหลุดเต้นเมื่อมองเห็นสายตาคู่คมที่กดเขม็งลงมาท่ามกลางแสงอันน้อยนิด “พี่ใจดีกับเฌอมาก จะกลัวทำไมนักหนา” ซันเซบบ์เค้นเสียงต่ำถาม เพราะรู้สึกได้ ว่าตอนนี้ร่างเล็กกำลังสั่นไปทั้งตัว “ถ้าอยากให้ปล่อย ก็แค่ตอบมา ว่าจะกลับพร้อมพี่” เฌอลินยังคงไม่ยอมตอบ เนื้อตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว เป็นอย่างนี้ทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้เขา ทั้งสายตาคมกริบ คำพูดและน้ำเสียงเย็นยะเยือก ทุกอย่างที่เป็นซันเซบบ์ มันชวนให้หวาดระแวง เธอไม่เคยชอบเลย เมื่อไม่ได้ยินคำตอบที่ต้องการ ใบหน้าหล่อเริ่มขยับเข้าใกล้ทีละนิด จนร่างเล็กต้องเอนตัวหนี พร้อมกับรีบตอบเสียงสั่นอย่างไร้ทางเลือก “กะ…ก็ได้ค่ะ” “เป็นเด็กดีว่าง่ายแบบนี้ตั้งแต่แรก…ก็สิ้นเรื่อง” เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วซันเซบบ์ก็ยอมผละตัวออก เมื่ออีกฝ่ายถอยห่าง ร่างเล็กก็รีบเดินหนีออกมาจากมุมมืดทันที ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองสายตาคู่คมที่จับจ้องเธอจนสุดทาง เสียงทุ้มเค้นหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปยังห้องวีไอพี หลังกลับมานั่งที่โต๊ะ มือเล็กกำแน่นจนเปียกชื้นเหงื่อ ในขณะที่คนรอบข้างกำลังสนุกสนาน แต่เฌอลินกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ว่าต้องทำยังไง มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวเป็นค่ำสั่ง ว่าเธอต้องกลับตอนนี้ “เฌอ เป็นอะไรครับ พี่เห็นเราเงียบตั้งแต่กลับจากห้องน้ำแล้ว” เต้ที่สังเกตเห็นท่าทีเปลี่ยนไปของน้องสาวคนสนิท อดไม่ได้จึงตั้งคำถาม “คือ…เฌอเริ่มง่วงแล้ว” “ยัยเฌอมาชนแก้วกานนน~” เสียงยานๆ ของกระต่ายดังแทรกสนทนา เธอยกแก้วเหล้าขึ้นมาจนน้ำกระช่อนหกราดบนโต๊ะ เต้เห็นอย่างนั้นก็รีบดึงแก้วออกมาจากมือของน้องสาวทันที “ต่าย เดี๋ยวเฌอกลับก่อนนะ แฮปปี้เบิร์ดเดย์อีกครั้งนะ” หลังบอกเพื่อนแล้ว ร่างเล็กก้มลงหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมา “ฮืออ~ ทำไมรีบกลับ” กระต่ายเริ่มงอแง ส่ายหน้าท่าเดียว “กลับดึกเดี๋ยวประตูบ้านจะปิดก่อน ต่ายก็รู้ว่าคุณหญิงสั่งเอาไว้” “ยัยคุณหญิงนี่ ต้องเจอฉาน!!“ แม้จะใช้เป็นข้ออ้าง แต่มันคือความจริง หากร่างเล็กกลับช้าเกินตีหนึ่งรั้วบ้านจะปิด เป็นคำสั่งจากคุณหญิง จารุณี ภรรยาของคุณท่าน ปรีชา เจ้าของคฤหาสน์ที่เธออยู่อาศัยในฐานะเด็กรับใช้ในบ้าน ซึ่งคุณหญิงไม่ชอบหน้าเธอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เฌอลินไม่ต่างกับคนที่ขออยู่อาศัยในบ้านของคนอื่น เธอจึงไม่มีสิทธิ์ วันไหนมีงานกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยต้องกลับหลังตีหนึ่ง คืนนั้นก็ต้องขอนอนบ้านเพื่อนก่อน “ให้พี่ไปส่งไหมเฌอ พี่จะกลับเหมือนกัน ต่ายเมาแล้ว” เต้เสนอตัวด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะพี่เต้ เดี๋ยวเฌอเรียกรถ พี่เต้ขับรถกลับดีๆ นะคะ” เธอส่งยิ้มหวานให้พี่ชายของเพื่อน แล้วมองกระต่ายที่กำลังงอแงไม่อยากให้รีบกลับ กว่าจะปลีกตัวออกมาได้ใช้เวลาเกือบสิบนาที ขาเล็กก้าวตรงไปข้างหน้า ตามทางเดินที่มีเพียงแค่แสงสลัว ดวงตากลมกวาดมองซ้ายทีขวาทีอย่างหวาดระแวง กลัวจะเจอกับคนที่เพิ่งรับปากเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะกลับพร้อมเขา …แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง “จะไปไหน รถพี่อยู่ทางนั้น” ขาที่กำลังก้าวเดินต้องชะงัก กึก! หัวใจดวงน้อยหล่นวูบ รีบหันมองคนที่ยืนเอนหลังพิงกำแพงในความมืด ราวกับรู้ตั้งแต่แรกว่าเธอกำลังคิดอะไร และมาดักรออยู่ตรงนี้ “คงไม่ได้คิดจะหนี ใช่ไหม?” “ปะ เปล่าค่ะ” เฌอลินตอบเสียงสั่น หัวใจเต้นรัวโครมคราม “ถ้าไม่ใช่” แผ่นหลังกว้างผละออกจากกำแพง คว้าข้อมือเล็กกระชากแรงๆ บีบแน่น จงใจให้เธอเจ็บที่มีความคิดจะหนี “…แล้วเฌอกำลังจะไปไหน หืม?”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD