ซุนจือหลินเดินมาบอกลาพ่อและพี่ใหญ่ด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก พอดีกับที่พ่อถามเธอจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้พวกเขาฟังด้วยความโมโห ท่าทางเชิดหน้า ยกมือขึ้นกอดอก ทั้งริมฝีปากยังเบะคว่ำอย่างไม่พอใจของลูกสาวคนเล็กนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากผู้เป็นพ่อได้ไม่ยาก “อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์เลยลูก”ซุนถงฉีบอกกับลูกสาวเช่นนั้น เพราะตนเองก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเช่นกัน เขาไม่ได้ยึดติดกับขนบธรรมเนียมที่ลูกชายคนโตต้องสืบทอดวงศ์ตระกูลมากนัก สำหรับเขาหากมีหลานชายจากลูกชายคนโตก็ให้ทำหน้าที่ของตนเองไปตามธรรมเนียม หากไม่มีก็รอหลานชายจากลูกคนอื่น ภรรยาคลอดลูกออกมาให้ตั้งสามคนเขาคิดว่าตระกูลซุนคงไม่โชคร้ายขนาดที่จะหาผู้สืบทอดไม่ได้หรอก หากให้นึกถึงสมัยสกุลซุนในตอนที่เขายังเด็กทุกอย่างล้วนเคร่งครัดไปเสียหมด นั่นจึงทำให้ซุนถงฉีเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกอึดอัด แต่อย่างน้อยก็ยังดีหน่อยที่เขาพบรักกับหญ

