ณ. คฤหาสน์หลังใหญ่ของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ผู้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เขากำลังนั่งวิตก ถึงลูกสาวของเขา เดิมที่ลูกสาวของเขาเป็นคนเก่ง ฉลาด ไหวพริบดี ที่ใคร ๆ ต่างอิจฉาเขาและภรรยาที่มีลูกสาวเก่งขนาดนี้ แต่แล้วจู่ ๆ ลูกสาวสุดที่รักก็เกิดภาวะโรคประหลาดหมดสติไป ร่างกายของเธอค่อยๆ ถูกสูบเลือดออกไปที่ละนิด จากวัตถุโบราณที่ได้จากภรรยาของเขา
ภรรยาของเขาเองก็เสียชีวิตขณะออกสำรวจพื้นที่โบราณสถานแห่งหนึ่งในป่าลึก สิ่งที่ได้รับกลับคืนมามีเพียง สมุดบันทึกส่วนตัว พร้อมวัตถุโบราณชิ้นนี้เท่านั้น เขาเองพยายามกำจัดทุกวิธีทางแต่ไม่สามารถทำอะไรโบราณวัตถุชิ้นนี้ได้เลยไม่ว่าจะนำไปทิ้ง หรือฝังในที่แสนไกล แต่มันก็กลับมาอยู่ตรงจุดเดิมในบ้านทุกครั้ง จนหมดหนทาง
ในขณะที่ลูกสาวของเขานั้น มีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วจนตอนนี้ ร่างกายไรสติ แพทย์เองก็พยายามยื้อด้วยการรักษาอย่างเต็มที่แต่ก็พบว่า ทำได้เพียงคงสภาพร่างกายไว้ มิอาจจะพื้นคืนสติได้ ระบบอวัยวะภายในเริ่มตายไปทีละส่วนจนแพทย์ผู้ชำนาญระดับโลกก็ยังต้องยอมแพ้ และได้กล่าวทิ้งทายไว้ว่า ลูกสาวของเขาจะมีชีวิตได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์จากนี้ หากจะยังรักษา ก็คงเป็นเพียง รักษากายเนื้อเท่านั้น
“ปัง” เสียงทุบโต๊ะอย่างรุนแรงของเขาที่หมดสิ้นกำลังกาย และกำลังใจทุกอย่าง เขามองไปยังวัตถุโบราณชิ้นนั้นด้วยความแค้นเคือง
“เพราะอะไรกัน ทำไมถึงต้องพรากพวกเขาไปจากผม” เขากล่าวพร้อมกับกอดสมุดบันทึกของภรรยา และร้องไห้ออกมาด้วยความสิ้นหวัง แทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ เขาวางสมุดบันทึกลงตรงหน้า ก่อนที่จะใช้แขนเสื้อปาดน้ำตา และมองออกไปยังนอกหน้าต่าง “ที่รัก ผมจะช่วยลูกเรายังไงดี”
จู่ ๆ ก็เกิดลมพัดผ่านเข้ามาในห้อง จนทำให้บันทึกที่อยู่ตรงหน้า เปิดออก ดวงตาของเขาก้มลงมองไปยังบันทึกเล่มนั้นที่เขารู้ดีว่ามันคือลายมือของภรรยาเขา
“นี่มัน...” เขาจับบันทึกขึ้นมาอ่านอย่างรวดเร็วอย่างตั้งใจ
“สิ่งที่ผมทำได้ คงทำได้เพียงเท่านี้สินะ” เขาหยิบแว่นตามาส่วมใส่ก่อนที่จะลุกขึ้นพร้อมกับหยิบสมุดบันทึกและวัตถุโบราณไปยังห้องลูกสาวที่อยู่บนเตียงรอความตาย
ณ.หมู่บ้านป่าไผ่ แห่งหนึ่ง
“อุแว๊.......อุแว๊” เสียงเด็กแรกเกิดร้องระงมกึกก้องไปทั่วทั้งบ้าน
“ผู้ใหญ่หวังเจ้าคะ ได้ลูกสาวเจ้าค่ะ” หมอตำแย กล่าวออกมาเสียงดังลั่น จนทำให้ผู้คนทั้งหมู่บ้านที่กำลังรอลุ้นอยู่ภายในนอกบ้าน ต่างเฮลั่นกันจ้าละหวั่น
“ข้าได้ลูกสาว งั้นรึ พวกเอ็งเห็นไหม ข้าได้ลูกสาว” ผู้ใหญ่หวังตะโกนลั่นออกมาด้วยความดีใจด้วยน้ำตา
“หมู่บ้านพวกเรารอดแล้ว ท่านเทพธิดามาเกิดแล้ว” ชาวบ้านที่รออยู่บริเวณนั้น ต่างก้มคำนับฟ้าดิน พร้อมส่งเสียงกันอย่างก้องกังวาน
“ผู้ใหญ่หวัง แบบนี้หมู่บ้านเราก็ใกล้จะหมดหน้าที่แล้วใช่ไหมเจ้าคะ” หญิงชราคนหนึ่งเงยหน้าเอ่ยถามด้วยความดีใจ
“อีกไม่นานแล้ว รอจนลูกข้าอายุครบ สิบแปดปีบริบูรณ์ หมู่บ้านเราก็จะไม่มีบ่วงอะไรอีกแล้ว” ทุกคนหันหน้ามองกันยิ้มแย้มสุดใจ
หลังจากนั้นการเฉลิมฉลองเลี้ยงสังสรรค์ครั้งใหญ่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ดำเนินการไปอีก สามวัน สามคืน ด้วยความปิติยินดีต่อการกำเนิดของลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้ด้วยความเชื่อที่ว่า เป็นเทพธิดาบุตรแห่งราชินีมาเกิด
“ข้าจะตั้งชื่อลูกสาวข้าว่า เวิ่นเวิ่น” ผู้ใหญ่หวัง ประกาศชื่อของลูกสาวของตนให้คนในหมู่บ้านได้รับฟัง