ลมช่วงเช้าของวันพัดแรงจนปลายผมยาวของไอรินสะบัดเบาๆ เธอก้าวลงจากรถมินิคูเปอร์สีขาวคู่ใจที่หน้าตึกกระจกตั้งตระหง่าสูงเสียดฟ้า
บริษัทวิศวกรรม-อสังหาริมทรัพย์วิลเลียม กรุ๊ป เป็นหนึ่งในบริษัทระดับทวีป ที่ใครๆก็อยากเข้าทำงานกันทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะ “ใจใหญ่พอ” ที่จะก้าวเข้าไป
เธอไม่ได้ใส่กระโปรงเรียบหวานแบบนักศึกษาที่มาสัมภาษณ์งานทั่วไป เเต่...
ไอรินมาในเสื้อเชิ้ตแขนพับสีขาวตัวโปรดกางเกงสแล็คเข้ารูปสีดำ รองเท้าผ้าใบ และมาพร้อมกับความมุ่งมั่น สายตาแบบคนที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองมากกว่าไม่ใช่แค่มาเอาใจใคร
หญิงสาวก้าวเข้าไปที่เคาท์เตอร์ต้อนรับส่งแฟ้มผลงานให้พนักงาน
“คุณไอรินใช่ไหมคะ? ขอให้ขึ้นชั้น 48 ได้เลยค่ะ ท่านประธานเป็นคนสัมภาษณ์เอง”
ปลายประโยคที่พนักงานที่เคาท์เตอร์พูดนั้นนั้นทำให้หลายคนที่นั่งรออยู่มานานหันขวับในทันที เหตุเพียงเพราะว่าท่านประธานของที่นี่ไม่เคยสัมภาษณ์ใครด้วยตัวเองเลยผู้หญิงแต่งตัวเชยๆคนนี้เป็นใครกันแน่ ทำไมท่านประธานถึงให้ความสำคัญมากมายถึงเพียงนี้ หรือว่าเธอจะใช้ตัวเข้าแลกกันนะ
ไอรินไม่สนใจคำพูดซุบซิบนินทา แค่ยักคิ้วแล้วไงใครก็คนเหมือนกัน ใครจะสัมภาษณ์ก็ช่างเธอรู้ดีว่ามาที่นี้เพื่ออะไรก็พอ
ลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นบนสุดห้องทำงานกว้าง เงียบ และสะอาดจนเย็นวาบและ เขาคนที่ห่างออกไปทางด้านนั้นท่านประธานนั่งอยู่หลังโต๊ะหินอ่อนสีดำ
‘เอริค วิลเลียม’
ชุดสูทเข้ารูป สีดำสนิทปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ช้าๆ สายตาที่มองมายังเธอมันคมเหมือนมองทะลุทุกอย่างในตัวเธอได้
มันไม่ใช่สายตาของผู้ชายที่มองผู้หญิงอย่างอยากจะครอบครอง แต่เป็นสายตาของนักล่าที่อยากจะเลือกเหยื่อ นั้นเอง! !
“นั่งสิ”
เสียงเรียบ ทุ้ม และอันตรายเกินกว่าไอรินจะปฏิเสธได้ ไอรินนั่งลงตามที่เขาสั่ง แต่เธอไม่ก้มหน้า ไม่หลบตา แถมยังมองกลับไปยังท่านประธานตรง ๆ
รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นที่มุมปากของเอริครอยยิ้มแบบคนที่พบ ของหายากเข้าให้แล้ว
“ประวัติของคุณน่าสนใจ”
เขาเอ่ยพร้อมกับมองดูท่าทีของไอรินหญิงสาวที่น่าค้นหาคนที่อยู่ตรงหน้านี้
“เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ดาวคณะ จะเป็นทฤษฎีและปฏิบัติก็ดีเยี่ยม แต่..! ! ”
เขาชะงักแล้วมองลึกเข้าไปจนหัวใจเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีสาเหตุเข้าใจเหตุผล
“นิสัยคุณ..ไม่เหมือนวิศวกรทั่วไป”
“แล้วปัญหาอยู่ตรงไหนคะ?”
ไอรินยิ้มมุมปากแล้ววเอ่ยน้ำเสียงเรียบ
“หรือบริษัทนี้รับเฉพาะคนที่เชื่อฟังดีโดยไม่คิดเอง?”
เอริคเลิกคิ้วนี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีคน สวน เขากลับมาแบบนี้
“คุณกล้า”
น้ำเสียงเขาไม่ได้โกรธแต่สนุกกับการสนทนาเบื้องหน้ากับหญิงสาวคนนี้
“ฉัน ‘เคย’ กลัว”
ไอรินเธอตอบออกมาฉะฉานชัดเจนและมีความมั่นใจ
“แต่ฉันเลือก..ที่จะไม่กลัวอีกแล้ว!!”
ความเงียบกลืนกินบรรยากาศในห้องไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ มันใกล้พอให้ได้ยินเสียงลมหายใจ
สายตาที่ใช้มองเธอ ไม่ใช่สายตาที่เมินเฉยอีกต่อไปแต่มันเป็นสายตาที่บ่งบอกว่าฉันเลือกเธอแล้วแม่สาวน้อย
“เริ่มงาน.!.! พรุ่งนี้”
เอริคเขาเอ่ยช้า ๆ ชัดๆ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นของไอริน
“ตำแหน่งวิศวกรควบคุม..ในโครงการที่ฉันดูแลเอง”
ไอรินกระตุกยิ้มพร้อมกับเอ่ยความคิดที่ไม่สามารถเก็บไว้ในใจได้ เพื่อต้องการคำตอบ
“ที่คุณดูแลเอง ?? หรือ..ที่คุณอยากจับตาฉันเองกันแน่ !!??”
เอริคหัวเราะในลำคอสั้นๆ เสียงต่ำอันตรายแต่แฝงไปด้วยความหวานนิด ๆ แบบไม่ตั้งใจ
“ทั้งสองอย่าง”
เขาก้มลงเล็กน้อยชิดหูเธอและกระซิบเสียงรอดไรฟันออกมาเหมือนจะสื่อว่า ‘ ตัวเธอ ’
“แล้วอย่าคิดหนี เพราะฉันไล่ตามเก่งมาก”
หัวใจไอรินเต้นแรงแต่สติยังอยู่ครบ เธอลุกขึ้นแล้วหันมามองเขาตรงๆ อีกครั้งเพื่อท้าทาย
“ก็ลองดูค่ะ แต่ฉันไม่ใช่ของเล่นใคร”
สิ้นเสียงพูดของไอริน เอริคเขาหันไปมองเห็นบั้นท้ายงามงอนเดินออกไป และประตูปิดลงจนหลังไร้เงาเธอออกไปแล้ว
ทิ้งให้ชายผู้ไม่เคยแพ้ให้กับใครอย่าง เอริค ยืนยิ้มกับตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
“ผู้หญิงคนนี้..ฉันจะเอา”
เอริคพรึมพรำกับตัวเอง มโนนึกคิดถึงภาพตัวเองกับวิศวะสาวกำลังนัวร์เนียที่เตียงนุ่มๆ
เอวขอด สะโพกพายบั้นท้ายคู่นั้น
“บอสเอริคครับ ! บอส !! ไอ้เอริค~~! ! ”
“ใครวะ แมร่งเรียกอยู่ได้!! ”
“กูเองไอ้บอสเอริค พ่อประเสริฐ พ่อเอวหวาน”
“อ้าว!! ไอ้กัส มีไรว่ะ”
“นักวิศวะกรคนใหม่หรอว่ะ เช๊ะ!!ดีนี้”
กัส หรือ ออกัส คือเพื่อนสนิทสุดซี้แถมยังเป็นญาติลูกพี่ลูกน้อง ที่รู้ไส้ รู้พุง ของเอริคเป็นอย่างดีรู้ทั้งนอกทั้งในเลยก็ว่าได้
“อะไรของมึงวะกัส กัดแต่กูอยู่ได้มึงอะ !! ”
กัสทำทีเอียงหน้ามองตั้งแต่หัวจรดเท้า จนเอริคผิดสังเกตุเงยหน้าขึ้นมามอง สายตาของเอริคมีบางอย่างที่ส่อแววพิรุจ กัสจ้องแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ เผยรอยยิ้มออกมาแล้วส่ายหน้ากับท่าทีของเพื่อนลูกพี่ลูกน้องเขา
“นี้เอริก มึงอย่าบอกนะว่าสมภารอยากกินไก่วัด”
“อะไรของมึงวะ ! ! กูเนี้ยะหรอ หึ!! มันก็คงดีอยู่หรอกนะ ”
“ไอ้เชี้ย ไหนมึงว่าจะไม่ยุงกับพนักงานไงวะ ”
“เอ่อ ! คิดดูก่อน ว่าจะขย่ำเหยื่อยังไงไม่ให้แตกตื่น"
ออกัสกำลังจะโล่งใจที่เพื่อนจะคิดทบทวน แต่คำพูดสุดท้ายมันทำให้หมดกำลังที่จะเยียวยา
เอริคคลายยิ้มลงอย่างช้า ๆ เหมือนคนที่พึ่งลิ้มรสไวน์ชั้นเลิศ เขาพิงตัวไปกับพนักพิงเก้าอี้ นิ้วเรียวยังคงเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเหมือนกำลังนับอะไรบางอย่าง
“มึงหมายความว่าไงวะกัส”
เอริคเขาพูด พลางหันมามองเพื่อนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“กูก็แค่..บอกให้มึงระวังตัวหน่อยไอ้เอริค”
ออกัสหัวเราะแผ่ว หยอกล้อไปตามนิสัย แต่สายตายังคงมีความจริงจังซ่อนอยู่
“คนแบบนี้ ! ! อาจจะไม่ใช่แค่ของเล่นสำหรับมึงนะเว้ย บริษัทต่างๆแมร่งอยากได้ตัวชิบหายและมันมีเหตุผลอะไรวะ มาเลือกบริษัทมึง!!”
คำพูดนั้นทำให้เอริคนิ่งเงียบไปชั่วขณะ เขาใช้ความคิดอย่างหนัก และเขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองเห็นแผงกระจกสะท้อนแสงเช้าตกกระทบจนตึกทั้งฝั่งดูเป็นเส้นแสงสีเงินและข้างล่างนั้น ‘ ไอริน ’ แม้เขาจะอยู่สูงขนาดไหนหรือไกลสักเพียงใด ในสายตาของ เอริคแล้วผู้หญิงที่ชื่อไอรินเขาจดจำได้เสมอ
เธอเดินไปยังรถมินิคูเปอร์สีขาวทำท่าทางดีใจกระโดดโลดเต้นอยู่สักพักแล้วขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“ถ้ามันเป็นของเล่น มันก็ต้องเล่นให้ถูกวิธี”
เขาเอ่ยกลับมาเสียงเรียบ แต่มีความหมายลึกซึ้ง
“ถ้ามันไม่ใช่..ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนลากเธอเข้ามาในเกมนี้”
ออกัสมองเพื่อนแล้วยิ้มมุมปาก
“มึงพูดเหมือนกำลังจะตั้งกับดัก”
“อาจจะเป็นงั้น”
เอริคหันกลับมายิ้มแบบคมคาย
“หรืออาจจะเป็นการทดสอบ”