ไอรินก้าวลงบันไดเล็กๆ ด้านหน้าตึก หัวใจยังคงเต้นรัวหลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ลมเช้ายังพัดแรงเหมือนจะตั้งใจให้เสียงกระโปรงและผมเป็นจังหวะหนึ่งในภาพความทรงจำ
เธอหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าเห็นข้อความสั้น ๆ จากแม่
“โชคดีนะลูก”
แล้วก็มีสายเรียกเข้าจากเพื่อน ที่ร่วมเป็นร่วมตายตั้งแต่เข้ามหาลัยกันมาอย่าง ‘พลอยใส’
“ยัยไอ..แกถูกรับแล้วเหรอ!?”
เสียงพลอยใสในปลายสายนั้น ดูตื่นเต้นจนแทบกรีดร้องออกมานอกเครื่องได้เลย
ไอรินหัวเราะในลำคอ
“ยังเลย เพิ่งออกมาเอง นายนั้น..เอ่อ! !
ท่านประธานเป็นคนสัมภาษณ์เอง”
“โอ้โห! แบบนี้ต้องฉลองแล้ว”
เพื่อนคนนั้นพูดพลางแซว แต่ไอรินกลับนิ่ง เธอคิดถึงสายตาเอริค สายตาที่มองเธอราวกับอ่านได้ทุกหน้าในสมุดโน้ต
“เสียใจยะ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฉลอง”
เธอตอบอย่างจริงจัง
“ฉันมาที่นี่เพื่อทำงาน และพิสูจน์ตัวฉันเอง”
เพื่อนเงียบไปก่อนจะพูดกลับมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ระวังตัวหน่อยนะไอริน คนพวกนี้ไม่ธรรมดา”
ไอรินยิ้ม แต่ในใจกลับไม่สั่นไหวกับเรื่องแค่นี้
“ฉันรู้น่าแกไม่ต้องห่วงหรอกนะยัยพลอย
โอเครงั้นแค่นี้ก่อนนะขับรถก่อน”
“อื้ม !! โอเครแก”
พลอยใสเคยได้ยินมาว่าคุณเอริกประธานกลุ่มบริษัทในเครือวิลเลียมกรุ๊ป มีประวัติโชกโชนในเรื่องของผู้หญิงแม้จะเป็นเรื่องลับๆ แต่กลิ่นคาวคุ้งมันปิดกันไม่ลับ สำหรับเรื่องนี้
ไอรินรีบวางสาย แต่ไม่ใช่จะขับรถ แต่เพราะเธอดีใจอย่างน้อยเธอก็ทำตามความฝันได้สำเร็จจึงกระโดดโลดเต้นอยู่ครู่หนึ่ง
ไอริน ยืนกอดแฟ้มประวัติของตัวเธอแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกลึกให้กำลังใจแก่ตัวเองที่ทำได้สำเร็จ ไปแล้วอีกขั้นหนึ่ง
“สำเร็จเสร็จสิ้นแล้วนะไอริน ขอบคุณความพยายามของตัวฉันเองเย้ๆๆ! ! ”
คืนก่อนวันที่จะเริ่มงานของไอรินวิศวะกรสาวสวยคนใหม่ เอริคยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานอีกครั้ง ไฟสลัวลงเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปที่ลิ้นชัก ดึงเอาแฟ้มบาง ๆ ออกมาแผนการของเขาและขีดเส้นใต้ชื่อโครงการใหญ่ที่กำลังจะเริ่มในเดือนหน้า โครงการที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งเรื่องเทคนิคและการเมืองภายในบริษัท
“ถ้าเธอผ่านมันได้..ก็จะไม่มีใครยื้อเธอได้อีก”
เอริคพึมพำอยู่คนเดียว แต่ความคิดไม่ได้อยู่แค่เรื่องงาน ความอยากรู้ ความท้าทาย และบางส่วนของความต้องการส่วนตัวผสมกันเป็นภาพที่ทำให้เขาไม่อาจนิ่งเฉยได้
เขาส่งคำสั่งไปยังผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล สั่งให้เตรียมเอกสารการจ้าง และมอบหมายให้ไอรินเป็น “วิศวกรควบคุม” ในโครงการที่เขาดูแลโดยตรงแต่ใส่เงื่อนไขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แทบไม่มีใครอ่านออก เว้นเพียงเขาและไม่กี่คนที่จะรู้ความหมายของมัน
เช้าวันแรก
แสงเช้าสาดเข้ามาทางกระจกบานสูงของไซต์ก่อสร้าง ไอรินยืนอยู่บนสะพานส่วนหนึ่งของงาน กำลังตรวจสอบแผนผังและรายงานจากทีมใต้บังคับบัญชา ความเครียดเริ่มบีบจากงานที่ต้องรับผิดชอบ แต่ใบหน้าของเธอยังคงตั้งตรงและมุ่งมั่น
แล้วเสียงไซเรนเสียงเตือนจากระบบควบคุมดังขึ้นหนึ่งครั้งตามด้วยไฟสัญญาณบนคอนโซลที่กระพริบอย่างไม่ปกติ ทีมงานบางคนมองหน้ากันด้วยความวิตกกังวล
“แรงดันระบบผิดพลาด ! ! ”
หนึ่งในวิศวกรตะโกนเสียงแหบ
“ถ้าปล่อยไว้..อาจเกิดความเสียหายกับโครงสร้างหลัก”
ไอรินไม่ลังเล เธอรีบกระโดดก้าวเข้าหาคอนโซล ตรวจค่า แล้วสั่งการอย่างเฉียบขาด
“ปิดวาล์ว B ทันที ปลดระบบสำรอง พร้อมสั่งทีมไปยังตำแหน่ง C และเตรียมรายงานสถานะให้อินสเปคเตอร์”
คำสั่งของเธอชัดเจน กระชับ และมีน้ำหนักพอที่จะสั่งคนที่ทำงานกับเธอให้เคลื่อนไหวทันที พวกเขาทำตามโดยไม่ลังเล
ภาพจากมุมสูง เอริคมองภาพทั้งหมดผ่านกล้องวงจรจากห้องควบคุม เขาเงียบ แล้วยกยิ้มอย่างพอใจ เล็กน้อยเหมือนคนที่ได้เห็นผลของการลงทุน เขาพูดกับตัวเองเบา ๆ
“หญิงสาวคนนี้ กล้าพอ และฉลาดพอด้วย”
ในขณะที่ทีมยับยั้งเหตุได้สำเร็จ ไอรินยืนหายใจแรง มือยังคงกุมที่ข้อมือจนเลือดสูบ
เธอรู้สึกถึงสายตาที่มองมาไม่ใช่จากเพื่อนร่วมงาน แต่จากใครบางคนที่ยืนอยู่ไกลๆ ลับตาแต่ชัดเจนในความรู้สึก
สายตานั้นเต็มไปด้วยการประเมิน และความอยากได้
วันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นของเกม เป็นเกมที่ทั้งสองจะเล่นด้วยกฎของตัวเองและทั้งเอริคและไอรินต่างรู้ดีว่า ในเกมนี้ไม่มีใครยอมแพ้แบบง่าย ๆ แน่นอน
เสียงลมแรงบนไซต์งานค่อย ๆ สงบลงหลังเหตุการณ์เฉียดอันตราย ไอรินยืนเช็ดเหงื่อที่ขมับ พลางหายใจลึก เธอไม่แสดงความตื่นตระหนกแม้เพิ่งจัดการสถานการณ์เฉียดความเสียหายใหญ่ไปหมาดๆ
“คุณทำดีมาก ! ”
เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากด้านหลัง เธอไม่ต้องหันก็รู้ว่าเป็น เขาเอริคเจ้านายที่เธอไม่ไว้ใจ
เอริคเดินเข้ามาในชุดสูทสีดำ เหมือนคนที่ตั้งใจจะยืนโดดเด่นกลางไซต์ก่อสร้างอันเต็มไปด้วยคอนกรีตและเหล็ก
คนงานทุกคนรีบโค้งศีรษะทักทาย
“ท่านประธานครับ/ค่ะ!”
แต่สายตาของเอริคเอง ไม่แม้แต่เสี้ยววินาที ที่จะเคยหันไปมองใครอื่นเลย มันตรึงอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว ไอริน คนงานคนอื่นๆจึงหันหน้ามองตากันเป็นเชิงบอกสัญญานว่าไปทำงานต่อ
ไอรินเธอเงยหน้า มองท่านประธานเอริคแล้วตอบโดยไม่หลบเหมือนเคย นี้สินะ ไอรินคนที่ฉันเลือกเธอช่างหยิ่งยโสสมกับเป็นคนของฉันสะจริงๆ หึๆ
“ฉันทำตามหน้าที่ค่ะ ไม่มีอะไรพิเศษ”
“ตรงกันข้าม มีไม่กี่คนที่ตัดสินใจได้ภายในเสี้ยววินาที และถูกต้องแบบเธอ ฉันเลือกคนไม่ผิดจริงๆ”
เอริคเอ่ยช้างๆอย่างชื่นชม ไอรินยักไหล่ ราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทั้งที่หัวใจยังเต้นแรงเพราะ รู้สึกถึงสายตาของเขาอยู่ตลอดเวลา
“ก็ดีค่ะ อย่างน้อยบริษัทนี้คงไม่ระเบิดเพราะฉันวันแรก”
ไอรินพูดเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ยิ้มอ่อนๆ ฟันเรียงตัวสวย จนเอริกอยากจะสำรวจ
เอริคหัวเราะเบา ๆ ในลำคอถึงเรื่องที่ไอรินพูดถึงเรื่องมาทำงานวันแรก
เสียงเตือนของไซเรนมันดังมันอันตราย และชวนคิดเกินกว่าเหตุจริงๆ
“แต่ก็เกือบทำให้ฉันสนใจ. . . มากขึ้นกว่าเดิม”
เขาเอ่ยอย่างไม่ปิดบังการพูดแบบเว้นไว้ให้คนฟังประติดประต่อเอาเองมันคือดาบจริงๆ
ไอรินนิ่งไปหนึ่งวินาที ก่อนเลิกคิ้วสูง
“ฉันคิดว่าคุณสนใจพออยู่แล้วนะคะ”
เอริคหยุดอยู่ใกล้เธอเพียงระยะลมหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายโทนเย็นแผ่เข้ามาทำให้ทุกอย่างราวกับเคลื่อนช้าลง
“ไม่พอ”
เอริคเขาตอบสั้นๆ ชัดๆ ตรงๆ ไอรินรู้ทันทีว่านี้ไม่ใช่คำชมแต่เป็น คำประกาศเจตนา ! !
ก่อนที่บรรยากาศจะเดือดไปกว่านี้ เสียงเรียกจากทีมงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“วิศวกรไอรินครับ! ฝ่ายตรวจสอบต้องการรายงานด่วน!”
เธอหันไปตอบ
“ฉันกำลังไป”
แต่ก่อนที่ไอรินจะก้าวเดิน เอริคโน้มหน้าเข้าใกล้ไอรินเพียงนิดเดียว พอให้ประสาทรับรู้ทุกอย่างของเธอชัดกว่าปกติ
“ฉันจะรอดู ว่าเธอจะยังท้าทายได้นานแค่ไหน”
ไอรินเธอยิ้มที่มุมปาก ยิ้มแบบผู้หญิง ที่ไม่เคยยอมให้ใคร ครอบครองเธอโดยง่าย
“ก็ดีค่ะ ฉันเองก็อยากรู้ . . คุณจะยังสนใจได้นานแค่ไหนเหมือนกัน”
และไอรินเธอเดินออกไปอย่างไม่หันกลับ ทิ้งให้เอริคยืนอยู่ท่ามกลางลมที่พัดผ่าน
พร้อมรอยยิ้มที่ไม่เคยมีใครทำให้เขาแสดงออกมาก่อน
ที่ห้องควบคุมมุมสังเกตการณ์ลับ ออกัสยืนกอดอกมองลงมาจากด้านบน เขาส่ายหัวพลางหัวเราะแห้งๆให้กับภาพตรงหน้าอย่างขำขัน
“โอ้โห มึงโดนเข้าแล้วไอ้เอริค..โดนแบบหนักๆ ”
เอริคตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แฝงรอยพึงใจที่ชัดเจนเกินไป สายตามองดูไอรินที่เดินออกไปยังกลุ่มพนักงาน
“ใช่แล้วไอริน..และมันแค่เพิ่งเริ่ม”