เด็กแสบ (3)

1398 Words
Chapter : 7 เธอกดหน้าผากของเธอกับหน้าผากของเขา มันเป็นความรู้สึกที่มากกว่าความต้องการทางกาย เป็นความใกล้ชิดที่พวกเขาสองคนต้องการในทุก ๆ วัน ไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่เป็นความอบอุ่นของการที่ได้อยู่ด้วยกัน โจวเงยหน้าขึ้นมองเธอ สายตาที่อ่อนล้าของเขามีประกายความอ่อนโยนขึ้นมาชั่วขณะ “หนูนี่มันเกินไปจริง ๆ ต้าเหนิง แต่ก็นะ พี่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้เหมือนกัน หนูทั้งน่ารักและน่าเอามาก เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่พี่พบว่าเข้ากันได้กับคนอย่างพี่มากที่สุด” รอยยิ้มที่เหน็ดเหนื่อยมีความอบอุ่นใจชวนหวั่นไหว โจวกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ลึกซึ้งเกินบรรยายขณะที่โอบกอดเธออย่างแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของกันและกันอย่างสุขใจ “พี่เองก็รักหนูนะ และรักที่สุดเลยเหมือนกัน” ต้าเหนิงยิ้มตอบน้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่เอ่อล้นออกมา “ค่ะ ขอบคุณนะพี่ ที่เรายังได้อยู่ด้วยกันจนถึงวันนี้” และแล้วโจวก็ตัดสินใจจะทำตามที่เธอต้องการอีกครั้งและอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเขาหลงติดไปในวงจรอุบาทว์ที่ทำให้เขาสูญเสียอะไรบางอย่างไปอย่างช้า ๆ ส่วนต้าเหนิงเอง เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ‘ความรัก’ ของเธอกำลังบั่นทอนแฟนหนุ่มสุดที่รักของเธอ จนกระทั่งการกัดหล่อนนี้ทำให้ทั้งคู่ต่างเจ็บปวดอยู่ลึก ๆ ภายในใจโดยที่ไม่รู้ตัวเลย วันเวลาผ่านไป กิจวัตรประจำวันของทั้งโจวและต้าเหนิงดำเนินไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ตื่นเช้ามาพร้อมกัน สูบบุหรี่ด้วยกันบ้าง บางครั้งก็มีเซ็กส์กันในความเงียบสงบของห้องพักโทรม ๆ ก่อนที่โจวจะรีบแต่งตัวไปเรียน ส่วนต้าเหนิงก็เช่นกัน เธอเตรียมตัวไปใช้ชีวิตนักศึกษาที่ห้องเรียน ส่วนช่วงวันหยุด ทั้งคู่มักจะใช้เวลาร่วมกันในห้องที่คับแคบแต่เต็มไปด้วยความคุ้นเคยนี้ ความทรงจำที่พวกเขาร่วมสร้างถูกฝังลึกอยู่ในทุกมุมของห้องเล็ก ๆ แม้ความสุขจะยังมีอยู่ แต่รอยยิ้มของโจวก็เริ่มจางลงทีละนิดทุกวัน เหมือนกับควันที่ค่อย ๆ สลายหายไป ทุกคืนคล้ายกับคืนที่ผ่านมา โจวกลับมาจากงานพาร์ทไทม์ที่เขาทำอย่างเหนื่อยล้า หลังจากวิ่งวุ่นทั้งวันในฐานะไรเดอร์ส่งอาหาร เงินที่หาได้ก็ไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับการอยู่รอดของทั้งคู่ สำหรับคนที่มีฐานะลำบากเช่นโจว มันถือเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับชีวิตที่ต้าเหนิงเคยมีมาก่อน มันอาจจะดูเล็กน้อยเกินกว่าที่จะนับเป็นอะไรสำคัญได้ อย่างไรก็ตาม ต้าเหนิงไม่เคยดูหมิ่นเขา ไม่เคยทำให้เขารู้สึกต่ำต้อยเลยสักครั้ง เธอเป็นกำลังใจให้เขาในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะผ่านความเหน็ดเหนื่อยหรือความยากลำบากแค่ไหน เมื่อโจวกลับมาถึงห้อง เขามักจะเจอรอยยิ้มอันสดใสของเธอ ต้าเหนิงมักจะทำอาหารง่าย ๆ ให้เขาด้วยหม้อต้มเล็ก ๆ ราคาถูกที่ซื้อมา บางวันเธอทำมาม่า บางวันก็ต้มแกงจืดที่อาจไม่อร่อยมากแต่ก็เต็มไปด้วยความตั้งใจ โจวรู้สึกได้ถึงคุณค่าของมื้ออาหารเหล่านั้น มันไม่ใช่เพียงอาหารสำหรับร่างกาย แต่เป็นสิ่งที่เติมเต็มจิตใจของเขา เป็นแรงผลักดันให้เขาผ่านวันต่อ ๆ ไป นอกจากความอบอุ่นของการดูแลกันและกัน ต้าเหนิงยังมอบความสุขให้โจวในรูปแบบของเซ็กส์ ทั้งเร่าร้อนและสนุกสนาน พวกเขามักจะใช้เวลานี้เป็นช่วงเวลาในการผ่อนคลาย ปล่อยวางความกดดันของโลกภายนอก พวกเขาหัวเราะ ล้อเลียนกัน และสนิทสนมกันในแบบที่ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใด ๆ มากมาย มันเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ซึ่งทำให้โจวรู้สึกว่าต้าเหนิงคือคนที่เข้าใจและยอมรับในตัวเขาทุกอย่าง แต่ทว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในใจและร่างกายของโจวเริ่มที่จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน แม้ต้าเหนิงจะมอบทุกสิ่งที่เขาต้องการ ทั้งความรัก ความอบอุ่น และกำลังใจ แต่โจวกลับรู้สึกเหมือนกำลังพ่ายแพ้ต่อความฝันของตัวเอง เขารู้ดีว่าตัวเองต้องการมากกว่านี้ ต้องการความสำเร็จที่มากกว่าเพียงการหาเงินเพื่อเลี้ยงชีพ เขาใฝ่ฝันอยากสร้างธุรกิจของตัวเอง และมันเริ่มกดดันให้เขาคิดถึงอนาคตที่มากกว่าการอยู่ในห้องเล็ก ๆ กับความสัมพันธ์ที่ร้อนแรงนี้ คืนหนึ่ง โจวนอนทอดกายอยู่บนเตียง มองเพดานห้องในความมืดที่ปกคลุม เขารู้แล้วว่ามีบางสิ่งในความสัมพันธ์นี้ที่เริ่มถ่วงรั้งเขาไว้ ไม่ใช่เพราะเขาหมดรักต้าเหนิง ไม่ใช่เพราะเธอเปลี่ยนไป แต่เพราะความกดดันในชีวิตเริ่มบีบคั้นเขาอย่างไร้ความปรานี และเขารู้ดีว่าต้องทำบางอย่างเพื่อหลุดพ้น แต่ก่อนที่โจวจะได้พูดคุยเรื่องนี้กับเธอ สิ่งที่เขาเลือกกลับเป็นการเก็บความคิดเหล่านั้นไว้ในใจ รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม ค่ำคืนนั้น ต้าเหนิงกลับบ้านช้ากว่าปกติ ความอ่อนล้าปรากฏชัดเจนในดวงตาของเธอ ร่างบางเดินเข้ามาพร้อมกับสัมภาระและกลิ่นอายของความเหน็ดเหนื่อยจากวันอันยาวนาน โจวมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง เขาสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าของเธอเหมือนกับคลื่นทะเลที่โถมซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่หยุดยั้ง และเขา...ก็ไม่อาจพูดอะไรออกไปในตอนนี้ หัวใจของเขาอ่อนโยนเกินกว่าจะทิ้งเรื่องหนักใจของตัวเองลงไปต่อหน้าเธอในเวลานี้ได้ “เหนื่อยเหรอ?” เขาถามอย่างนุ่มนวล ขณะเดินเข้าไปหาเธอที่กำลังถอดรองเท้าด้วยท่าทีที่ดูเงื่องหงอย ต้าเหนิงพยักหน้าเพียงเล็กน้อย ยิ้มบาง ๆ แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความล้าและความเคร่งเครียดจากทั้งงานและการเรียน โจวไม่พูดอะไรต่อ เขาเดินไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น จากนั้นก็เข้ามาหาเธอ ใช้มือที่คุ้นเคยค่อย ๆ เช็ดเหงื่อบนใบหน้าและลำคอของเธอ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เหมือนพยายามลบล้างความเหนื่อยล้าที่เกาะกุมเธอไว้อย่างหนักหน่วง “พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เป็นวันใหม่ ทุกอย่างจะดีขึ้น” เขากระซิบเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่น แม้จะพยายามปกปิดความเศร้าหม่นที่หลงเหลืออยู่ในใจ แต่ต้าเหนิงกลับมองเห็นได้ชัดเจนในสายตาของเขา ต้าเหนิงซึ่งรู้สึกถึงบรรยากาศที่ตึงเครียด พยายามที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นด้วยอารมณ์ขันและความทะลึ่งที่คุ้นเคย “ไม่ ไม่ ถึงหนูคนนี้ของพี่จะเหนื่อยกับเรื่องงาน แต่ใช่ว่าจะเหนื่อยกับเรื่องอื่นหรอกนะ” เสียงของเธอดังขึ้นในห้องที่มีแสงสลัว พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้โจวอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เธอกอดคอเขาแน่นขึ้นด้วยท่าทางยั่วยวนที่แฝงไว้ด้วยความน่ารักน่าชัง “ถ้าพี่ไหว หนูก็ไหวอยู่แล้ว เพราะงั้นมาเถอะ มาทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกันบนเตียง” เสียงของต้าเหนิงกระซิบเบา ๆ อย่างมีเสน่ห์ โจวจับสะเอวเล็ก ๆ ของเธออย่างอ่อนโยน รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ร่างกายของเธอมอบให้ “ผีผ้าห่มก็ไม่เลว แต่หนูเนี่ยไม่แผ่วเลยนะ ขนาดทำงานล่วงเวลามาก็ยังมีอารมณ์ได้อีก เป็นผู้หญิงที่หิวง่ายซะจริง” เขาหัวเราะออกมาเล็กน้อย แต่ในใจเขากลับมีความกังวลเกี่ยวกับความรู้สึกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของต้าเหนิง “ถ้าเป็นพี่แล้ว หนูน่ะไม่เคยอิ่ม กินได้เสมอ” เธอหัวเราะพร้อมกับยักคิ้วให้เขาอย่างทะเล้น ราวกับว่าเธอคือผีเสื้อที่บินวนไปมาในความรัก และโจวก็คือดอกไม้ที่เธอหวงแหน To be continued...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD