Chapter : 8
ความขี้เล่นของต้าเหนิงทำให้บรรยากาศภายในห้องเริ่มคลายความตึงเครียดลง แต่โจวกลับรู้สึกถึงความเปราะบางที่แฝงอยู่ภายในคำพูดของเธอ เขาเข้าใจดีว่าเธอกำลังพยายามปกปิดความเครียดจากงานและการเรียนด้วยการยิ้มและเล่นมุขตลก แต่เขาก็รู้ว่าในความพยายามนั้นมีความจริงที่ขมขื่นซ่อนอยู่
“หนูเติมอะไรมารึเปล่า? ทำไมถึงได้ดูดีดมากขนาดนี้?” เขาพูดต่อ พร้อมกับยิ้มให้เธอ ความรู้สึกของเขาในตอนนี้คือการอยากจะมอบทุกอย่างให้กับเธอ แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ในค่ำคืนที่มืดมิดนี้
ต้าเหนิงยิ้มกว้าง แววตาของเธอสุกสว่างขึ้น “แน่นอน! หนูเติมมา...เติมความรักมามากล้นเลยล่ะ! เพื่อพี่...เพราะฉะนั้น...พี่เองก็ต้องไปเติมมันมาด้วยล่ะเพื่อหนู หึหึ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้โจวหัวเราะออกมาได้อีกครั้ง แม้ว่าในใจเขาจะมีคำถามที่คาใจเกี่ยวกับอนาคตของทั้งคู่ แต่ในขณะนี้ เขาเพียงแค่ต้องการอยู่ในช่วงเวลานี้ให้นานที่สุด
ความขี้เล่นและความรักที่เต็มเปี่ยมในช่วงเวลานี้ทำให้โจวลืมความกังวลต่าง ๆ ชั่วขณะ เขาสูดลมหายใจลึก ๆ พยายามจะรับรู้ถึงความอบอุ่นจากต้าเหนิงและเสียงหัวเราะของเธอ จนกระทั่งทุกอย่างในห้องเริ่มกลับคืนสู่สภาพที่นุ่มนวลและผ่อนคลาย ทั้งสองคนร่วมกันสร้างความทรงจำในค่ำคืนอันสดใส แม้ว่าตอนนี้จะมีความเศร้าที่ซ่อนอยู่ แต่ความรักที่พวกเขามีให้กันก็ยังคงค้ำจุนให้พวกเขาผ่านพ้นไปได้ในแต่ละวัน
หลังจากนั้นไม่นาน โจวพาตัวเองเข้าสู่อ้อมกอดของต้าเหนิง มอบความสุขให้เธอผ่านร่างกาย เสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่สลับกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของต้าเหนิง กลายเป็นสิ่งที่เติมเต็มความเงียบในห้อง ทั้งสองคนต่างจมอยู่ในวังวนของสัมผัสอันอบอุ่น และในช่วงเวลานั้นโจวรู้ดีว่าต้าเหนิงต้องการมากกว่าสิ่งใด เธอต้องการหลุดพ้นจากความเครียดและความเหน็ดเหนื่อยจากโลกภายนอก
โจวพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น เขามอบเซ็กส์ที่ดีที่สุดให้กับเธอ ร่างของเขาและเธอสอดประสานกันราวกับการเต้นรำใต้แสงจันทร์ แม้ว่าในใจของเขาจะเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ความคิดถึงอนาคตที่ยังมองไม่เห็น แต่เขาก็พยายามปิดมันไว้ ไม่ให้เธอรู้สึกถึงความหนักอึ้งนั้น
สำหรับต้าเหนิง การมีเซ็กส์กับโจวคือการปลดปล่อย เป็นการลืมเลือนเรื่องราววุ่นวายในชีวิต แม้ว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยจะกดดัน หรือการทำงานพาร์ทไทม์ที่เธอต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าจากการทำงานล่วงเวลา แต่ในอ้อมกอดของโจว เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เธอตามหา ความสบายใจที่ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตยังมีสิ่งดี ๆ รออยู่
ทั้งสองต่างมอบความสุขให้กันและกัน แต่ขณะเดียวกันก็มีบางอย่างที่แฝงอยู่ใต้พื้นผิวความสัมพันธ์ของพวกเขา โจวรู้สึกว่าตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปเรื่อย ๆ เหมือนเรือที่ถูกกระแสน้ำซัดไปโดยไม่รู้ทิศทาง และเขารู้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะต้องถึงคราวสิ้นสุดในไม่ช้า แม้เขาจะไม่อยากพูดออกมา แต่ความรู้สึกที่สั่งสมอยู่ภายในก็บีบคั้นเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
เขากระชับร่างของเธอไว้แน่น ขณะที่ลมหายใจของทั้งสองคนสอดประสานกันอีกครั้ง ราวกับว่าโลกภายนอกไม่มีอยู่จริง ในห้องเล็ก ๆ นั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือการที่พวกเขาทั้งสองได้แบ่งปันความรัก ความใคร่ และความใกล้ชิดที่ไม่มีใครอื่นจะมอบให้กันได้
เวลาเดินผ่านไปอย่างช้า ๆ พวกเขาทั้งสองคนล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกผสมปนเปกัน ทั้งเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นที่ไม่อาจบรรยายได้ มันเป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งดิบและสวยงามในเวลาเดียวกัน
จนในที่สุด โจวก็เอนตัวลงนอนอย่างหมดแรงจริง ๆ คราวนี้เขารู้ดีว่าตัวเองไม่อาจทำได้มากกว่านี้แล้ว ”พอแล้วต้าเหนิง...พอแล้วจริง ๆ ...พี่ไม่ไหวแล้ว” เขากระซิบเบา ๆ ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความใคร่ที่ปะปนกันไป
เธอยิ้มและก้มลงจูบเขาเบา ๆ ที่หน้าผาก “ก็ได้ค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ แล้ว...”
เมื่อเช้าที่สดใสเริ่มต้นขึ้น ต้าเหนิงและโจวอยู่ในห้องนอนที่ยังหลงเหลือร่องรอยของคืนที่เต็มไปด้วยความร้อนแรง โจวนอนอยู่บนเตียงแหงนหน้าจ้องมองเพดานที่คุ้นเคยซึ่งเหม่อมองมาตลอดทั้งปี ในขณะที่ต้าเหนิงนอนคว่ำอยู่ข้าง ๆ ภายใต้ผ้าห่มที่ยับย่น ทั้งคู่เสร็จสิ้นจากความสัมพันธ์ที่เดือดดาลและไร้ความยับยั้งชั่งใจโดยไม่รู้ตัวเลยว่าหลับกันไปตอนไหน บรรยากาศในห้องมีความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความรักที่ผสมผสานกันอย่างลึกซึ้ง
โจวพยายามยืดตัวออกจากเตียงด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย เขาเอื้อมมือไปที่ขอบเตียงเพื่อยึดเกาะตัวเองให้มั่นคง ขณะที่เขามองไปที่ต้าเหนิงที่ยังนอนหลับสบายอยู่ข้างเขา เขารู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ยากจะอธิบาย เป็นความรู้สึกเหมือนเขากำลังแบกรับน้ำหนักทั้งโลกไว้บนบ่าของเขา
ในช่วงเวลานั้น โจวพบว่าตัวเองเริ่มมีความคิดมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับต้าเหนิง เขาพยายามยับยั้งความคิดเหล่านี้ให้สงบลง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ความรู้สึกที่ว่าความสัมพันธ์นี้เริ่มจะกลายเป็นภาระหนักหนาในชีวิตเขานั้นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
ความจริงที่ว่า ต้าเหนิงมีความต้องการทางเพศมากเกินไป ทำให้โจวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ไม่มีจุดหมาย ต้าเหนิงยังมีอารมณ์เพิ่มขึ้นทุกวัน และโจวพบว่าตัวเองต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าและอาการอ่อนเพลียที่มากเกินกว่าปกติ การนอนหลับที่ไม่เพียงพอ ความเครียดจากการทำงานและการเรียนที่เริ่มเสียหาย ส่งผลให้เขารู้สึกเหมือนเขากำลังจะเป็นโรควิตกกังวลในไม่ช้า
มันก็สักพักแล้วที่โจวค้นพบว่าต้าเหนิงเริ่มซื้อของเล่นทางเพศมาใช้ในห้องน้ำบ่อยครั้ง บางครั้งเขาได้ยินเสียงเธอครางเบา ๆ ขณะที่อยู่ในห้องน้ำ และเมื่อเธอออกมา มักจะพบว่าเธอมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพอใจ มันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและอึดอัดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คัดค้านหรือรู้สึกไม่พอใจแต่อย่างไรเพราะมันเป็นสิ่งที่สร้างสุขให้แก่เธอ อีกทั้งในบางครั้งที่ทั้งคู่มีเซ็กส์ด้วยกันเขาก็ยังใช้พวกมันร่วมด้วยเพื่อเติมเต็มรสนิยมของแฟนสาวของที่เขา
ทางด้านต้าเหนิงเอง เธอยังคงขอให้เขามีเซ็กส์กับเธออย่างไม่หยุดไม่หย่อนในทุกวี่วัน แม้ว่าเขาจะตอบสนองความต้องการของเธอด้วยความยินดี แต่เขาก็รู้ดีว่าความต้องการของเธอไม่เคยลดลงเลย เขารู้สึกเหมือนอยู่ในวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นการทำลายตัวเองและความสัมพันธ์ของเขาไปเรื่อย ๆ หากให้อธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันคงจะเป็น ความเหงาและความเหนื่อยล้าที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคนรักได้ อีกทั้งยังกัดกล่อนตัวเองไปด้วยในตัว
ในที่สุดแล้ว โจวก็ตัดสินใจว่าเขาต้องพูดคุยเรื่องนี้กับต้าเหนิงอย่างจริงจัง เขานั่งลงบนขอบเตียง ขณะที่เขามองไปที่เธอที่ยังคงนอนหลับอยู่ ร่างกายของเธอที่ดูอ่อนเพลีย แต่ก็ยังมีเสน่ห์และความต้องการที่ไม่รู้จักพอ ทำให้เขารู้สึกถึงความขัดแย้งภายในใจของเขา
โจวรักต้าเหนิง อยากมีเซ็กส์กับเธอ อยากทำอะไรด้วยกัน และอยากอยู่ร่วมกันในทุกช่วงเวลาของชีวิตต่อจากนี้ แต่ภายใต้ความรู้สึกเหล่านั้น คืออนาคตที่เขาใฝ่ฝัน เขาต้องการที่จะทำให้มันเป็นจริงและหนทางเดียวที่จะทำได้นั่นคือการปล่อยเธอไป
To be continued...