ตอนที่ 4
เช้าวันถัดมาหน้าผับ xxx
“อ๊ายยยย!! นายเป็นใคร!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นขึ้นในรถหรูคันเดิม จนชายหนุ่มที่หลับอยู่ข้างๆ ขยับตัวตื่นจากภวังค์
ฌาลัลล์ลืมตาขึ้นช้าๆ ยันตัวพิงเบาะ ก่อนจะหันไปตามเสียงนั้นอย่างรำคาญ
ยังไม่ทันที่เธอจะกรี๊ดซ้ำ มือใหญ่ก็ยกขึ้นปิดปากบางเอาไว้เสียก่อน
“เงียบ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยนิ่ง
“ผมต่างหากที่ควรถามคำถามนี้… ดูรอยพวกนี้บนตัวผมก่อนคุณก็เป็นคนทำ”
หญิงสาวชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ก่อนจะค่อยๆ หลุบต่ำลงอย่างอับอาย
เสียงพึมพำเบาๆ หลุดออกมาราวกับพูดกับตัวเอง
“ช้ำเชียว…ผิวขาวขนาดนี้ ดูดเบาๆ ก็แดงแล้วมั้ง พูดอย่างกับฉันดิบหื่น”
เธอเม้มปากแน่น พยายามกลั้นอาการประหม่า แต่สุดท้ายก็หลุดยิ้มแหยออกมา
“เอ่อ…” เธอสบถเบาๆ เหมือนด่าตัวเอง
“ฉันนี่มัน…เห็นคนหล่อไม่ได้จริงๆ สงสัยฤทธิ์เมาเล่นงานเต็มที่ขอโทษได้ไหม”
เธอหลับตาปี๋หันหน้าไปอีกทาง นิ้วเรียวจิกกันไปมาอย่างคนไม่รู้จะจัดการกับความอับอายครั้งนี้อย่างไรดี
ท่าทีเขินแบบไม่ทันตั้งตัวนั้น กลับจบลงด้วยการตะโกนโพล่งออกมาเสียงดัง
“ฉันจ่ายให้เลย!”
เธอพูดเร็วปรื๋อเหมือนรีบตัดบท
“หกพัน สแกนได้นะ ฉันไม่มีเงินสด!”
ฌาลัลล์วางมือทั้งสองข้างบนขอบประตูรถ มองคนตรงหน้าอย่างประเมิน แววตานิ่งๆ นั้นแฝงความคิดมากมาย
ยัยบ๋องนี่…ยังคิดว่าฉันเป็นโฮสต์จริงๆ งั้นเหรอ
เขากวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย สวย ใส ดูไม่ใช่คนเที่ยวหนัก ฟิต…และดูไม่มีพิษภัย...
แบบนี้ไม่มีแฟนจริงๆ เหรอวะ ในขณะที่เขากำลังคิด มาตาลดาก็คิดไม่ต่างกัน…
ให้ตายสิ…เมื่อคืนเขาไม่ได้ป้องกัน แล้วถ้าเขาถูกออฟออกไปทุกคืน เวลามีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นเขาใส่หรือเปล่านะ…
สีหน้าของเธอซีดลงทันที ไม่ไหวแล้ว…ฉันต้องไปหาหมอ
ความคิดนั้นทำให้เธอรีบเอื้อมมือไปเปิดประตูรถในทันที
แต่ยังไม่ทันจะได้หมุนตัว ขาเรียวเล็กข้างที่จะก้าวลงจากรถก็ชะงักกลางอากาศ ข้อมือบางถูกคว้าไว้แน่น
“จะไปไหน”
เสียงทุ้มของเขานั้นเย็นลงในทันที
“ได้ผมแล้วจะชิ่งเลยเหรอ”
มาตาลดาหันขวับกลับมา ดวงตาไหววูบเหมือนคนถูกจับได้คาหนังคาเขา
“เอ่อ…ไม่ใช่แบบนั้น ฉ…ฉันแค่ตกใจ”
เธอรีบแก้ตัวทันทีเพราะความคิดของเธอในตอนนี้มันไปถึงโรงพยาบาลแล้ว
“ฉันแค่…ยังไม่ได้โอนค่าตัวให้นาย เอาโทรศัพท์มาสิ”
คำพูดยังไม่ทันจบ ฌาลัลล์ก็ยกมือถือของตัวเองขึ้นสูงเหนือศีรษะเธอ
“บอกแล้วว่าผมไม่ใช่โฮสต์”
แรงดึงมือกลับกะทันหัน ทำให้มาตาลดาคว้าลมพลาด ร่างบางเสียหลักพุ่งเข้าหาเขาเต็มแรง หน้าผากของเธอซุกลงกับท้องแข็งแรงโดยไม่ตั้งใจ
“อ๊ะ…”
ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ เกร็งไปทั้งตัว ลมหายใจขาดห้วงชั่วขณะ ความเงียบปกคลุมภายในรถ ความใกล้…ใกล้เกินกว่าที่ทั้งคู่ตั้งใจ
สายตาของฌาลัลล์ค่อยๆ ลดต่ำลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน
ขณะที่มาตาลดาก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่ 'ไม่ปลอดภัย' เอาเสียเลย
หัวใจของทั้งคู่เต้นแรง โดยไม่มีใครเป็นฝ่ายขยับหนีออกไปก่อน…
เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างยียวน แฝงรอยยิ้มร้ายที่มุมปาก
“ดมกลิ่นพอหรือยัง เป็นหมาหรือไง”
หญิงสาวที่ยังซุกหน้าอยู่ชิดกับขอบเอวและเข็มขัดของเขา ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแทบจะทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววขุ่นเคืองปนเขิน
"เอ๋…ปากร้ายจริง นอนกับนายเนี่ยขาดทุนยับเยิน"
คำพูดนั้นทำให้เธอเม้มปากแน่นอย่างไม่พอใจ
ฌาลัลล์ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทางเหมือนเธอกำลังขนศักดิ์ศรีความเป็นชายของเขาไปเหยียบเล่น
“ทำไม…เมื่อคืนไม่ถูกใจเหรอ”
เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความท้าทาย
“ถึงกับบอกว่าขาดทุน”
ชายหนุ่มเอนตัวเข้ามาใกล้อีกนิด สายตาคมกริบกวาดมองเธอช้าๆ
“ถ้าอย่างนั้น…” ริมฝีปากเขายกยิ้มบาง
“ผมให้ค่าทำขวัญก็จบมั้ง”
เขายังไม่ทันได้พูดจบประโยค เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน
ครืด! ครืด!
ชื่อสายเรียกเข้า 'ธาวิน'
ฌาลัลล์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย มือใหญ่ข้างหนึ่งยกโทรศัพท์แนบหู อีกข้างยังคงกำข้อมือเล็กของหญิงสาวไว้แน่น เพราะเรื่องระหว่างเขากับเธอ…ยังไม่จบ
“ว่าไง?
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบ
ปลายสายรีบพูดขึ้นทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“เฮียครับ เมื่อคืนคุณย่าโทรหาผม…น้ำเสียงท่านเหมือนโกรธมากเลย”
ฌาลัลล์ชะงักไปเล็กน้อย เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนลืมสนิท เรื่องที่คุณย่าสั่งให้เขาพาหลานสาวของเพื่อนกลับบ้าน
“เอ่อ…” เขากดเสียงต่ำลง
“ลืมไปเลยว่ะ งั้นเดี๋ยวเฮียจะรีบไปหาแก มีเรื่องให้ช่วย”
ปลายสายตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แบบที่พร้อมพึ่งพาได้เสมอ
“ครับเฮีย” ก่อนสายจะถูกตัดไป
ฌาลัลล์ลดโทรศัพท์มือถือจากหูลง ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวข้างกาย ร่างบางตรงหน้านั่งก้มหน้าเงียบงัน
มาตาลดาในตอนนี้ เธอทั้งสับสน ทั้งอับอาย และที่หนักที่สุดคือความกลัว! กลัวว่าจะติดโรคร้ายจากเขาเมื่อคืน
ชายหนุ่มแอบยิ้มในใจนี่แหละโล่ชั้นดี...
ถ้าเขาพาเธอไปอ้างกับคุณย่าว่าเป็นผู้หญิงที่มีอะไรด้วยกันแล้ว เรื่องจับหมั้น ที่ท่านพยายามยัดเยียดให้อาจจบลงตรงนี้เสียที พาเธอไปจดทะเบียนสมรสตัดหน้าไปก่อนเลย ค่อยหย่าที่หลังก็ยังไม่สายเกิดแก้ ดีกว่ามีเรื่องผู้หญิงคนนั้นมากวนใจตลอดเวลา
แต่ปัญหาของเขาคือ…จะทำยังไงให้แม่กระต่ายน้อยขี้เมาคนนี้เธอยอมร่วมมือ
ฌาลัลล์นิ่งคิดอยู่เพียงไม่กี่วินาที ก่อนมุมปากจะยกยิ้มบางอย่างมีเลศนัย
หกพันใช่ไหม…เดี๋ยวได้รู้
แกร๊ก! เสียงเขากดล็อกประตูรถดังขึ้นในทันที
มาตาลดาสะดุ้งสุดตัว หลุดออกจากภวังค์อย่างแรง
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจ
“นายจะพาฉันไปไหน?”
เสียงเธอสั่นนิดๆ
“ฉันจะกลับบ้าน...รถฉันก็ยังจอดอยู่ที่ผับ”
ฌาลัลล์หันมามองเธอเพียงแวบเดียว สายตาคมกริบเย็นเฉียบ
“เดี๋ยวผมไปส่ง”
น้ำเสียงเรียบ แต่ฟังดู…ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธแม้แต่น้อย
บนถนน...
ไม่ถึงยี่สิบนาทีรถหรูก็ชะลอจอดลงอย่างกะทันหัน
เอี๊ยด!
ตรงหน้าอาคารแห่งหนึ่งที่มีธงชาติสะบัดพลิ้วอยู่เหนือเสา แสงแดดยามสายสะท้อนกระจกตึกจนแสบตา
มาตาลดาก้าวลงจากรถอย่างหมดแรง เธอไม่ได้สังเกตสิ่งใดรอบตัวเลย ในหัวตอนนี้มีเพียงความคิดเดียวอยากกลับบ้านไปนอนเอาแรง
ทั้งคืนที่ผ่านมา…
สนามรบแคบๆ ภายในรถยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่จาง
ร่างบางหยุดยืนตรงหน้าอาคาร ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาเลื่อนขึ้นไปอ่านป้ายชื่อที่ติดอยู่เหนือประตูทางเข้า
สถานีตำรวจภูธรกลางเมือง
หัวใจของเธอกระตุกวูบ...
มาตาลดาหันขวับกลับไปมองหน้าชายหนุ่มทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“นายพาฉันมาที่สถานีตำรวจทำไมกัน!
ฌาลัลล์ยืนพิงรถ สีหน้าเรียบตึง เขาจงใจทำหน้าดุน้ำเสียงเย็นลง เหมือนกดดันให้เธอเดินตามเกมของเขา
“ผมบอกคุณแล้วว่าผมไม่ใช่โฮสต์”
เขาเอ่ยช้าๆ ทุกคำเหมือนตอกย้ำ
“แต่คุณก็ไม่ฟัง ยังย่ำยีผมแถมจะซื้อผมด้วยเงินหกพันบาท”
สายตาคมกริบกวาดมองเธออย่างไร้อารมณ์
“ผมก็เลยจะมาแจ้งความ”
เขาพูดน้ำเสียงเรียบหน้าตาเฉย
“ว่าคุณซื้อบริการทางเพศ”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัว มาตาลดาชะงัก ร่างกายแข็งค้างโลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ
“ไม่…ไม่ได้นะ!”
เธอเผลอร้องออกมาเสียงสั่น ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในหัวจนแทบหายใจไม่ออก
ฉันเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังถ้าเรื่องนี้เป็นข่าวขึ้นมา ธุรกิจร้านเพชรของคุณพ่อคุณแม่ หน้าตาทางสังคม ชื่อเสียงของครอบครัวและโดยเฉพาะคุณย่า
พังยับเยินแน่...
มาตาลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงในหัวดังซ้ำๆ อย่างตื่นตระหนก
พังยับเยิน…ยิ่งกว่าช่วงล่างของฉันตอนนี้เสียอีก
เธอมองหน้าฌาลัลล์ด้วยสายตาระส่ำ ในวินาทีนั้งเองเธอเพิ่งเข้าใจชัดเจนในมุมของเธอว่า
ผู้ชายตรงหน้า...
ไม่ได้เป็นแค่ 'โฮสต์ปากร้าย' แต่เป็นคนที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าเธอทุกใบ