บทที่ 2
เธอน่าสนใจ
ม่านรัตติกาลคืบคลานเข้ามาปกคลุมทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองหลวง แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงทอดยาวออกไป แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาสะท้อนเงาลงบนพื้นถนน รถยนต์เคลื่อนไหวตัดกับภาพของผู้คนสัญจรไปมาทำให้เมืองแห่งนี้ไม่เคยเงียบเหงา
รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามท้องถนนที่ทอดยาว ฝั่งด้านซ้ายมือของราชาเป็นตึกสูงเสียดฟ้า ผนังกระจกบานใหญ่สะท้อนความศิวิไลซ์ของเมือง ฝั่งขวามีรถบัสไฟฟ้ากำลังจอดรับผู้โดยสาย ดึงดูดสายตาของราชาให้เผลอมองชีวิตที่แสนธรรมดาของคนเหล่านั้น
ต่างจากชีวิตมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาต้องแบกรับหน้าที่และอำนาจอันหนักหน่วง ไหนจะความหวังจากป๊าผู้ให้กำเนิดว่าเขานั่นต้องกลายเป็นผู้นำของตระกูล อุณหภูมิระดับปกติภายในห้องโดยสายทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แต่ทว่าความคิดมากมายกลับถาโถมเข้ามาในสมอง ขืนเขาตกคำรับปากกับหล่อนคนนั้นจะไม่เกิดปัญหาภายในตระกูลอย่างนั้นเหรอ
ใบหน้าที่อยากลืมกลับชัดเจนขึ้นมา เรื่องของเธอทำให้ราชาอยากรู้ว่าทำไมพี่ชายของเขาถึงทำแบบนั้นกับเธอ นัยน์ตาสีเทาเข้มทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง เมืองหลวงยังคงมีชีวิตชีวาทว่าในใจเขานึกถึงแต่เรื่องเธอ...
“นายครับ คนของเรารู้เรื่องมาว่าเสี่ยพิศาลจะออกประเทศอาทิตย์หน้าครับ”
“แม่ง! มันต้องการจะหนีคดีชัด ๆ ทำไมมึงไม่สืบก่อนว่ามันจ้างบอดี้การ์ดมาคุ้มกะลาหัวมัน!” ราชาตวาดเสียงดัง เมื่อได้ยินชื่อของไอ้เสี่ยขี้ยาคนนั้นก็ทำเอาเขาหัวเสีย มันทั้งทำให้ไนต์คลับของเขาถูกตรวจสอบ และทำให้เขาต้องเจ็บตัวเพราะด้วยเหตุผลที่ว่าอยากจะหนีคดีเรื่องค้ายาเสพติด
“ผมก็เพิ่งจะรู้วันนี้แหละครับ คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้เสี่ยมันจะร้ายขนาดนี้”
“กูเกือบถูกพวกมันจับได้แล้ว ถ้าไม่มีคนมาช่วยกูไว้ทัน มึงแม่งยังมาช้าอีก!” ราชาสบถคำหยาบออกมา
“ผมขอโทษครับนาย ผมยอมรับความผิดครับ”
“เข้าไปตรวจงานหน่อย”
“ได้ครับนาย” ลูกน้องคนสนิทอย่าง ภีม พยักหน้ารับคำสั่งของเจ้านาย เขาสวมสูทสีดำดูภูมิฐานกำลังตั้งใจขับรถให้ราชาอย่างตั้งอกตั้งใจ
รถยนต์คันนี้แล่นไปตามท้องถนน ก่อนจะตบไฟเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบด้านหน้าตึกสีดำ พร้อมกับบุรุษเพศรูปร่างสูงใหญ่เปิดประตูก้าวลงจากรถ รองเท้าหนังสีดำคู่ใหญ่ก้าวเข้ามาเหยียบด้านในส่งผลให้พนักงานทุกคนต้องก้มหัวให้เขาด้วยความเคารพ
เสียงเพลงดังกระหึ่มออกมาจากลำโพงตัวใหญ่ แสงไฟสลัวสาดแสงไปทั่วทั้งไนต์คลับ คนมากมายเบียดเสียดอยู่บนฟลอร์ด้านล่าง บ้างก็ขยับท่วงท่าไปตามจังหวะเพลง บ้างก็ยกแก้วน้ำเมาสีอำพันดื่มเพื่อระบายความเครียดที่สะสมมาทั้งวัน
เบื้องหลังม่านสีแดงของสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงไนต์คลับหรูหราที่ปรากฏสู่สายตาคนทั่วไป แต่มันเป็นกาสิโนลับที่เปิดให้เฉพาะแขกคนสำคัญอย่างนักการเมือง นักธุรกิจระดับสูง ดาราดังต่างหลั่งไหลเข้ามาเพื่อทิ้งเงินก้อนโตเสพสุขชั่วคราว
เสียงลูกเต๋ากระทบโต๊ะ ไพ่ในมือชายผู้นั้นถูกสับ น้ำเสียงครางต่ำของชายวัยกลางคนเมื่อสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล และทุกอย่างอยู่ภายใต้อำนาจของเงินตรา ผสมผสานกับการพนันของผู้คนที่ต้องการความสนุกสนาน
บนชั้นสองของไนต์คลับร่างสูงของราชายืนมองลงไปยังชั้นล่าง สายตาเย็นชาแต่แฝงด้วยความดุดันของเขา มองความยิ่งใหญ่ของตระกูลจางที่ป๊าของเขาคาดหวังนักคาดหวังหนา มือหนาของเขาหยิบซองบุหรี่ออกมา ดึงมวนหนึ่งขึ้นมาคาบไว้ที่ริมฝีปาก ส่วนอีกมือใช้ไฟแช็กจุดดวงไฟเล็ก ๆ มองภาพของคนที่กำลังหลงระเริงอยู่ในห้วงความสุขจอมปลอม
ชายหนุ่มร่างสูงสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ควันสีเทาถูกพ่นออกมาจากกลีบปากหนา ลอยคละเคล้าไปกับอากาศ ปลายนิ้วเรียวคีบมวนบุหรี่ไว้หลวม ๆ เสียงหัวเราะปนกับเสียงกระทบกันของแก้วทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างคึกคัก ส่วนเขาเอาแต่นึกถึงเรื่องของหญิงสาวคนนั้น เจอกันครั้งเดียวทว่าใบหน้าหวานละมุนใส่แว่นยังคงติดตรึงอยู่ในหัว
“ทำไมมึงถึงทำแบบนั้นกับเขาวะริว” เสียงราบเรียบของเขาบ่นพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา อะไรหลาย ๆ อย่างเขาก็ไม่อาจรู้เหตุผลของพี่ชายได้ มิน คือผู้หญิงที่ฉลาดมากถึงเลือกเข้าหาเขา แทนที่จะให้คนอื่นลงมือ
เพราะตระกูลจางของเขาไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องลูกชายของตระกูลอย่างแน่นอน และคงไม่มีใครกล้าทำให้ริวเลิกกับแฟนได้นอกจากราชา...น้องชายของเขา