บทที่ 7รอยสักของราชา 1

985 คำ
บทที่ 7 รอยสักของราชา แสงไฟนีออนสีเหลืองอร่ามส่องสว่างยามค่ำคืน ตัดกับเสียงเพลงที่เปิดดังกระหึ่มจากภายในไนต์คลับ ตรงประตูทางเข้ามีบอดี้การ์ดในชุดดำยืนคุมกันอยู่ด้านหน้า สายตาคมกวาดมองคนเดินเข้าเดินออกอย่างระมัดระวัง บางคนเดินออกมาสูบบุหรี่ตรงซอกตึก บางคู่พากันโอบไหล่เดินออกมาจากร้าน กลิ่นน้ำหอมปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยคลุ้งไปทั่วอากาศ ทุกการเคลื่อนไหวถูกจับจ้องด้วยนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนภายใต้กรอบแว่น มินตราพาตัวเองมานั่งลงบนม้านั่งด้านหน้าร้าน ซึ่งมุมนี้สามารถมองเห็นคนเดินเข้าออกร้านได้เป็นอย่างดี เหตุผลเดียวที่ทำให้เธอไม่ยอมไปไหนก็เพื่อจะได้เจอเขาอีกครั้ง เมื่อเวลาล่วงเลยจนเกือบตีสอง เสียงดนตรีภายในร้านเริ่มเบาลง ผู้คนทยอยออกจากร้าน บางคนเดินเซพร้อมกับเสียงพูดคุยกัน บางคนเดินออกมาโบกแท็กซี่ตรงหน้าร้าน ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ชั่วโมงก็ไม่เห็นเงาเขาเลย ด้านหน้าของไนต์คลับที่เคยคึกคักตอนนี้เริ่มเงียบลง...บอดี้การ์ดละความสนใจจากหน้าที่ตัวเอง มินตรายังคงนั่งรออยู่บนม้านั่ง ฝ่ามือเล็ก ๆ ยกขึ้นมาตบยุงที่บินรอบกายอย่างน่ารำคาญ สายตาคู่สวยเหม่อลอยมองดูผู้คนต่างทยอยกลับบ้าน แล้วทำไมเธอถึงยังคงติดอยู่สถานที่แห่งนี้ เหมือนกับว่าเธอใช้เวลารอคอยใครบางคน แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะปรากฏตัว เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วก้มหน้าลง สายลมพัดผ่านมายามดึกบรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ความเงียบงันห้อมล้อมร่างบาง...เริ่มรู้สึกหมดหวังเข้าไปทุกที “ทำไมมานั่งรอตรงนี้” วินาทีต่อมาเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวมาหยุดตรงหน้า อัตราการเต้นของหัวใจถี่รัว เมื่อน้ำเสียงนุ่มลึกที่เปล่งวาจาถามขึ้นกลายเป็นคนรู้จักอย่าง ราชา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่น ๆ ค่อยเลื่อนขึ้นมาสบตากับเขา ในใจอยากจะก่นด่าออกมาเพื่อระบายอารมณ์ เพราะเขาทำให้เธอต้องนั่งรออยู่อย่างนี้หลายชั่วโมง ทั้งที่ฝากผู้จัดการไปบอกเขาแล้วแท้ ๆ “คุณนั่นแหละที่มาช้า ปล่อยให้ฉันนั่งรอตั้งนานนี่ถ้ามาช้ากว่านี้ฉันกลับบ้านไปแล้วนะคะ” ยุงกัดไปหลายตัวแล้ว ขอด่าสักทีหน่อยเถอะ! “เธอไม่เห็นบอกก่อนว่าจะมา” ราชาเลิกคิ้วถามขึ้น “ฉันบอกผู้จัดการร้านคุณไปแล้วค่ะ ว่าจะรอพบคุณหลังเลิกงานเลยจะมานั่งรอที่หน้าร้าน” “บอกผู้จัดการงั้นเหรอ?” “ใช่ค่ะ” เมื่อได้ยินอย่างนั้นราชาก็เข้าใจทันทีว่าฟ้าคงจะรับรู้เรื่องของเธอแล้ว และไม่ยอมเอาเรื่องนี้มาบอกเขาเพื่อที่จะทำให้เราสองคนไม่ได้เจอกัน เห็นยอมเขาไปเสียทุกเรื่อง ก็ร้ายไม่เบาเหมือนกัน “ไปขึ้นรถ เราจะไปคุยต่อกันบนรถ” “แล้วนี่คุณเลิกงานแล้วเหรอคะ” คนตัวเล็กขยับปากถาม ขณะเดียวกันมินตราก็หยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ทว่าเธอกลับสูงไม่ถึงหัวไหล่ของเขาด้วยซ้ำ “ก็ใช่ไง ทีหลังถ้าจะมาหาก็โทรมาก่อน ไม่ก็ขึ้นไปบนห้องเลยรู้ไหมจะได้ไม่ต้องมานั่งรอแบบนี้” “ฉันไม่กล้าหรอกค่ะ ไม่ได้เป็นเมียคุณที่จะกล้าเดินขึ้นไปบนห้องเลย” “ไม่ได้เป็นตอนนี้ แต่จะเป็นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” เขาว่าขณะที่กำลังเดินนำหน้าเธอไปยังรถยนต์คันสีดำที่จอดอยู่ ชายหนุ่มรูปร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำแถมยังไม่ติดกระดุมเม็ดบน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นกระชับของเขาจับคู่กับกางเกงขายาว เรือนผมสีเทาเข้มให้ลุคเท่และดุดัน นัยน์ตาคมคายคู่นั้นจ้องมองไปด้านหน้า จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหยักสวย คนตัวเล็กทำได้เพียงเดินตามแผ่นหลังของเขา มาหยุดตรงหน้ารถยนต์คันหรู แสงไฟกะพริบพร้อมกับคนตัวสูงเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ เธอจึงไม่รอช้าเปิดประตูตามขึ้นไปฝั่งด้านข้างคนขับ มือเล็กเอื้อมมารัดเข็มขัดนิรภัยอย่างรู้งาน “แล้วนี่เราจะไปไหนกันเหรอคะ” “ไปคอนโดของฉัน” เขาตอบเสียงเรียบ ทว่าสายตาสีเทาเข้มเอาแต่จ้องมองถนนด้านหน้า ท่าทางที่สื่อถึงความเย็นชาทำเอาบรรยากาศภายในห้องโดยสารอึดอัดไม่น้อย “วันนี้ที่ฉันมาหาคุณเนี่ย ก็เพราะมีเรื่องจะคุยด้วย ไม่ได้จะมาเสียตัวค่ะ” “มีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่านั้นด้วยเหรอ?” “ก็เรื่องตลาดสดไงคะ” “เรื่องนั้นมันสำคัญมากถึงขั้นมาหาฉันถึงร้านเลยเหรอ” “มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่ว่าฉันอยากมาคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว จะให้ฉันไปเจอคุณที่อื่นก็ไม่ได้เพราะฉันรู้จักแต่ที่นี่” เธอพูดด้วยน้ำเสียงดูเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันรถยนต์คันนี้แล่นไปตามถนนที่ทอดยาวออกไป เมืองศิวิไลซ์แห่งนี้ไม่เคยหลับใหลและยังคงเต็มไปด้วยผู้คน “อยากจะถามอะไรก็ว่ามาสิ” เขาตอบขณะที่มือจับพวงมาลัยแน่น “คุณเป็นคนให้คุณภีมไปดูแลงานที่กำลังปรับปรุงตลาด แสดงว่าคุณก็เป็นเจ้าของที่เหรอคะ” “อืม” เขาตอบสั้น ๆ “พูดมาตามตรงเลยดีกว่าค่ะคุณราชา คุณอยากหารายได้เพิ่มหรือเพราะว่าเป็นห่วงฉัน”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม