จนเวลาล่วงเวลามาถึงกลางดึก ภายในบ้านไม้ขนาดสองชั้นมืดสนิท แม่ยังไม่กลับมาจากที่ทำงาน เรียวขาคนตัวเล็กก้าวลงจากบันไดทีละขั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองไปรอบตัวบ้าน มินสวมเดรสตัวสีดำยาวถึงหัวเข่า มือข้างขวาของเธอกำกระเป๋าผ้าเอาไว้แน่น
“จะแอบออกไปอ่านหนังสือตอนดึกเหรอ”
“แม่!” ทันใดนั้นเองไฟทุกดวงในบ้านก็ส่องสว่างไปทั่ว ภาพของคนตัวเล็กกำลังเดินลงบันไดถูกจับจ้องด้วยสายตาของแม่ อุษาสวมชุดทำงานสีขาวยืนกอดอกมองลูกสาวอยู่ตรงประตูเข้าบ้าน
“แม่ถามแกจะออกไปอ่านหนังสือตอนดึกเหรอ”
“คนอะไรจะออกไปอ่านหนังสือตอนดึกแม่ หนูจะออกไปเที่ยวกลางคืนค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ไม่มีความลับจะปกปิดแม่ผู้บังเกิดเกล้า
“ไปเที่ยวแต่แต่งตัวอย่างนี้นะ แกจะมีผัวกับเขาไหม”
“แม่จะให้หนูแต่งตัวยังไง หนูไม่กล้าโชว์เนื้อโชว์หนัง” มินก้าวเท้าลงมาเหยียบพื้นไม้ของชั้นล่าง แม่ของเธอถึงกับระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ใส่อย่างนี้ไปใครจะมามองแก หัดดูชาวบ้านบ้างว่าเขาแต่งตัวกันยังไง”
“หนูลูกแม่จริงไหมเนี่ย ทำไมอยากให้ลูกคนนี้มีผัว”
“แล้วแกไม่อยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้หรือไง เรียนจบก็ไปหางานทำดี ๆ แล้วกัน ถ้าไม่อยากเหนื่อยก็มีผัวรวย”
“รู้แล้วค่ะ งั้นหนูไปเที่ยวก่อนนะคะ”
“ไปกับใคร ไม่มีผัวแล้วไปกับใคร” อุษาถามขึ้น
“ไปคนเดียวค่ะ พอดีว่าจะไปเจอคนรู้จัก”
“จะไปไหนแม่ไม่ห้าม แต่รู้จักป้องกันด้วยนะ”
“แม่ หนูไม่ได้จะไปเสียตัวนะคะ”
“ไม่รู้แหละ อย่าป่องก่อนนะ”
“รู้แล้วค่ะ” เมื่อว่าจบมินตราก็เดินออกจากบ้านทันที ปกติแล้วเธอแทบจะไม่ออกไปไหนมาไหนคนเดียวตอนกลางดึก ทว่ามีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เธอต้องออกจากบ้าน
ไนต์คลับ
แสงไฟสลัวสาดลงมากระทบเรือนร่างของคนที่กำลังโยกย้ายร่างกายตามจังหวะดนตรี ผู้หญิงสวมชุดเดรสรัดรูปโชว์เนื้อหนังของตัวเองอย่างมั่นใจ ต่างจากคนที่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบที่นี่ด้วยท่าทีที่ขัดกับบรรยากาศเอามาก ๆ รองเท้าผ้าใบคู่นั้นเดินไปตามโถงทางเดิน ฝ่ามือบอบบางก็เอาแต่กำกระเป๋าผ้าของตัวเอง
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนภายใต้กรอบแว่นสำรวจบรรยากาศภายในไนต์คลับสุดหรู ผู้คนเหล่านั้นเสพสุขกับหญิงสาวแสนสวย แม้ว่าจะต้องทุ่มเงินนิดหน่อยก็ตาม หันไปทางซ้ายกลุ่มเพื่อนก็ยกแก้วคริสตัลขึ้นมาดื่มสังสรรค์คงจะมาผ่อนคลายเรื่องงาน ไม่ก็ฉลองเรื่องที่น่ายินดี
รองเท้าส้นสูงสีแดงคู่นั้นก้าวมาหยุดตรงหน้าของมิน ส่งผลให้เธอต้องหยุดชะงัก มินตราสะดุ้งเล็กน้อยพลางยกมือขึ้นมาขยับกรอบแว่นตาตัวเอง เธอค่อย ๆ เลื่อนสายตาขึ้นมามองคนตรงหน้า
ผู้หญิงคนนั้นแต่งตัวสะสวย ผมยาวสีดำสนิท ริมฝีปากเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ ท่าทางเย่อหยิ่งของหล่อนทำเอาเธอไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง
“มาคนเดียวเหรอคะ ต้องการคนนั่งดื่มเป็นเพื่อนหรือว่าจะเป็นโซนบาร์ดีคะ” หล่อนคนนั้นขยับปากถาม
“เอ่อ...ฉันไม่ได้มาดื่มค่ะ พอดีฉันมาพบคุณราชา”
“มาพบคุณราชา ได้นัดไว้หรือเปล่าคะถ้าเรื่องงานคุณราชาคงไม่รับแล้วค่ะ เพราะถึงเวลาเลิกงานแล้ว”
“เปล่าค่ะ พอดีว่าฉันมีธุระอยากจะคุยกับเขา”
“วันนี้คุณราชาไม่รับแขกค่ะ มีอะไรสำคัญฝากฉันไปบอกก็ได้นะคะ ฉันเป็นผู้จัดการที่นี่”
“มันฝากไปบอกไม่ได้ค่ะ คือถ้าอย่างนั้นฉันจะรอคุณราชาเลิกงานจะเป็นอะไรไหมคะ ฝากไปบอกเขาหน่อยว่าฉันจะนั่งรออยู่หน้าร้านค่ะ”
“จะเอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ เอาที่คุณสะดวกเลยค่ะ”
“โอเคค่ะ” ว่าจบมินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินออกไป เธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าการมาเหยียบที่นี่อีกครั้งจะได้เข้าพบเขา
หล่อนมองดูแผ่นหลังของมินตราเลือนหายไปช้า ๆ ก่อนจะยกท่อนแขนขึ้นกอดอก ฟ้าขึ้นชื่อว่าเป็นผู้จัดการร้านแถมยังพวงด้วยตำแหน่งคู่ขาของเขา ที่ไม่ว่าใครต่อใครก็ต้องเกรงกลัวอำนาจของเธอ มองดูก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นทำให้ราชาเปลี่ยนไป แล้วเหตุผลอะไรที่เธอจะยอมเอาเรื่องนี้ไปบอกราชา
“รอไปเถอะค่ะ รอให้ยุงกัดตายราชาก็ไม่ออกไปหาเธอหรอก” เธอพูดพลางยกยิ้มเย้ยหยัน
ก่อนจะสะบัดหน้าหันกลับไปทำงานต่อ เพราะยังมีหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของร้าน หล่อนเลยไม่คิดสนใจเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นฝากฝังเอาไว้ อยากจะเจอเขาแต่ดันเจอหล่อนเข้ามาขัดขวางเสียก่อน...แบบนี้มินต้องนั่งรอเก้อหรือเปล่า
และคืนนี้ก็คงเหลืออีกยาวนาน...