คืนวันเสาร์…คืนแห่งความเมา คืนสนุกสุดเหวี่ยงของสาวสวยกลุ่มใหญ่วัยสะพรั่งที่นัดหมายกันจัดปาร์ตี้ต้อนรับเพื่อนคนเก่งกลับสู่บ้านเกิด
‘บัวชมพู’ สาววัยยี่สิบเจ็ดปี พนักงานผู้ได้รับทุนศึกษาระดับปริญญาโทของ ‘อัศวเศรษฐ์’ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ หลายปีก่อนเธอสอบชิงทุน จนได้ทุนเรียนฟรีของบริษัทนี้ไปเรียนต่อในระดับปริญญาโท สาขาจิตวิทยาที่สหรัฐอเมริกา และเมื่อเรียนจบก็ถึงเวลาต้องกลับมาทำงานใช้ทุนคืน
ดังนั้นเมื่อ ‘น้ำตาล’ เพื่อนที่สนิทที่สุดรู้ข่าวว่าเรียนจบและย้ายกลับมาอยู่ไทยแล้ว เลยถือโอกาสจัดปาร์ตี้เลดี้ไนท์ ณ ห้องคาราโอเกะวีไอพี สั่งอาหารและเครื่องดื่มหลายขนาน ดื่มให้เมาหัวราน้ำกันไปข้างหนึ่ง
สาวๆ กลุ่มนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง ทุกคนเมากันถึงขั้นหมายังอาย แม้แต่เจ้าของงานเลี้ยงยังประคองตัวเองแทบไม่ไหว
ภาพความวุ่นวายในห้องมีให้เห็นอยู่ทุกมุม สองคนทั้งร้องทั้งเต้นอยู่ตรงที่ว่างหน้าจอทีวี อีกสองนอนสลบไสลอยู่ที่โซฟาตัวยาว อ้าปากหวอไม่เหลือความสวย อีกหนึ่งไม่สนใจอะไร เพิ่งสร่างเมาก็โซ้ยยำวุ้นเส้นคำใหญ่เข้าปาก ตะกละตะกลามจนเส้นพวกนั้นเลอะเทอะเปรอะเต็มหน้า
ส่วนน้ำตาล เพื่อนสนิทของบัวชมพู บอกว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ไหงหายไปนาน นานจนเพื่อนสนิทคิดว่าตกส้วมตาย ก่อนเธอจะตัดสินใจลุกขึ้นไปตามหา ทั้งที่สติไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
มือขวาพยายามยันผนังประคองตัวเองไปตามทางเดินแต่ทว่าพอไปถึง เปิดไปแต่ละห้องก็พบแต่ความว่างเปล่า ด้วยความเมา เปิดฝาชักโครกส่องหาเพื่อนสนิทก็แล้ว หาตามซอกถังขยะ หรือใต้ซิงก์อ่างล้างมือก็แล้ว แต่ก็ยังหาตัวเธอไม่เจอ
เมาก็เมา แต่ก็ยังพะวงห่วงว่าเพื่อนสนิทจะทิ้งอ้วกกองโตหรือนอนเป็นหมาอยู่ตรงไหน สาวสวยเมียตำรวจยศใหญ่ นานๆ สามีจะปล่อยออกมาสังสรรค์กับเพื่อน พอได้ทีก็เมาจนเละไปซะทุกครั้ง
ความเมาขาดสติทำให้บัวชมพูทำอะไรโก๊ะๆ ไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่อง ตะโกนชื่อเพื่อนตลอดทางตั้งแต่หน้าห้องน้ำยันระเบียงที่เป็นจุดสูบบุหรี่ กระทั่งเสียงโวยวายดังออกมาจากห้องห้องหนึ่ง หรี่ตาปรับโฟกัส จึงเห็นเพื่อนตัวเองเดินเมาโซเซออกมาจากห้องนั้น พร้อมกับชายคนหนึ่งที่โอบกอดประคองตัวเธอเอาไว้
“เชี่ย…ไอ้ตาล” สติที่ร่อแร่เมื่อครู่ฟื้นกลับคืนมาในทันทีทันใด เมื่อเห็นเพื่อนตัวเองกำลังถูกชายคนนั้นลวนลาม ทั้งโอบ ทั้งกอด แล้วนั่น...เขากำลังจะก้มลงมาไซ้ซอกคอเธอด้วย
“นี่คุณ…ปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ” บัวชมพูตะโกนบอกชายคนนั้น แต่ทว่าเขายังคงนัวเนียคลอเคลียเธอไม่หยุด “นี่…ฉันบอกให้ปล่อยเพื่อนฉันไง”
ไม่รู้ว่าความเมาทำให้เสียงของหญิงสาวยานคางไม่หนักแน่น หรือเป็นเพราะเสียงเพลงที่ร้านแห่งนี้เปิดเอาไว้มันดังไปจนเขาไม่ได้ยินกันแน่
ไม่รู้เพราะห่วงเพื่อนหรือกลัวผัวเพื่อนจะกล่าวโทษตัวเอง หญิงสาววิ่งสี่คูณร้อยอย่างคนบ้าคลั่ง เตะผ่าหมากเข้าที่จุดกลางกายของชายคนนั้นอย่างแรง และเมื่อเขาเซจนทรุดลงกับพื้น เธอก็ใจกล้าบ้าบิ่นปรี่เข้าไปเตะซ้ำ อีกทั้งเหวี่ยงหมัดเล็กๆ เข้าที่เบ้าหน้าของเขาอย่างจัง
“โอ๊ย…ยัยบ้า อะไรของคุณวะเนี่ย ผมเจ็บนะ” ชายคนนั้นสบถก่นด่า แต่ยังไม่ทันจะได้พูดคุยหรือโต้ตอบอะไรกัน บัวชมพูก็พาตัวเพื่อนของเธอกลับไปยังห้องของพวกเธอในทันที ทั้งลาก ทั้งพยุง ทั้งประคองอย่างถูลู่ถูกัง ไม่ปรานีปราศรัย กลัวเขาตามมาเอาคืน ก่อนยกหูโทรหาสามีเพื่อนสนิททันที
“ฮัลโหล พี่มิว นี่บัวเองนะพี่ เกิดเรื่องแล้ว เมียพี่มันไม่ได้สติ แล้วมีไอ้หื่นที่ไหนก็ไม่รู้มายุ่งกับมัน”
[หา…ยังไงนะ แล้วทำไมมันถึงมายุ่งกับตาลได้]
“ไม่รู้เหมือนกันพี่มิว บัวไม่เห็นเหตุการณ์ในตอนแรก แต่เมื่อกี้บัวเพิ่งเตะผ่าหมาก แล้วก็ต่อยมันไปอีกสองหมัด ตอนนี้เราอยู่กันในห้องวีไอพีเบอร์ห้า พี่มิวรีบส่งคนมารับพวกเราด่วนค่ะ บัวกลัวมันจะเข้ามาเอาคืน”
[โอเคครับบัว รออยู่ที่นั่นนะ ล็อกประตูห้องไว้ เดี๋ยวพี่ส่งลูกน้องไปรับ]
บทสนทนาจบลงก่อนที่บัวชมพูจะเดินตุปัดตุเป๋รีบไปล็อกประตูห้อง สภาพเพื่อนๆ ของเธอดูไม่ได้ สลบไสลกันหมดทุกคน ไอ้สองคนที่ยังเต้นแร้งเต้นกาเมื่อครู่ ตอนนี้นอนเกยก่ายหมดสภาพอยู่ตรงพื้นห้อง
หมดกัน ตอนเดินเข้าร้านมา เฉิดฉายราวกับแก๊งนางฟ้า แต่ตอนขากลับกลายเป็นแก๊งอีลำยองซะงั้น!!
โชคดีของสาวๆ ที่รอไม่ถึงสิบนาที ตำรวจสายตรวจในเครื่องแบบสองนายก็มาคุ้มกัน งานนี้ต้องขอบคุณพี่มิว แม้จะรู้ว่าสามีของเพื่อนสนิทใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางที่ไม่ถูกไม่ควรก็เถอะ แต่อย่างน้อยในระหว่างที่รอคนขับรถบ้านน้ำตาลขับรถมารับ พวกเธอก็ปลอดภัยจากไอ้โรคจิตคนนั้น ที่ไม่รู้ว่าหากอยู่ต่อ นายนั่นจะเอาเพื่อนมารุมแก้แค้นเธอหรือเปล่า
โปรดติดตามตอนต่อไป