ตอนที่ 1 - จุกแล้วจำ (2/2)

1349 คำ
จากคืนวันเสาร์สู่เช้าวันจันทร์ เรื่องที่ร้านคาราโอเกะยังเป็นที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานในกลุ่มไลน์ของแก๊งเจ็ดสาว เฉกเช่นตอนนี้ ตอนที่บัวชมพูแอบดูแชต ดูไปก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ขณะกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมกับเพื่อนพนักงานใหม่ที่ได้รับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศอีกสี่คน รอพบผู้บริหารระดับสูงของอัศวเศรษฐ์ วันนี้ฝ่ายบุคคลแจ้งว่าทางผู้บริหารจะทำการสัมภาษณ์ และสอบถามถึงความถนัดของแต่ละคนเพื่อคัดเลือกเข้าทำงานในแผนกที่ตรงกับสายงาน ทุกคนจะต้องทำงานใช้ทุนนานห้าปี หรือบางคนก็อาจนานกว่านั้นแล้วแต่ค่าเล่าเรียนและค่ากินอยู่ที่บริษัทจ่ายไปให้ รอไม่นานผู้บริหารหกคนก็มาถึง ดูๆ แล้ว มีทั้งหนุ่มทั้งแก่ ทั้งชายและหญิงปะปนกันไป ก่อนที่พนักงานใหม่ทั้งห้าคนจะลุกขึ้นยืนแล้วยกมือขึ้นไหว้ทักทายตามมารยาท ผู้บริหารทั้งหมดนั่งลงประจำที่ ยิ้มให้พนักงานใหม่และทักทายกลับ ก่อนที่ ‘ศรา’ ผู้บริหารหนุ่มหัวหน้าฝ่ายบุคคลจะเริ่มเกริ่นนำ บอกกับทุกคนว่าวันนี้คุณ ‘ฐากรณ์’ ประธานกรรมการของอัศวเศรษฐ์จะเข้ามาร่วมพบปะพนักงานหัวกะทิอย่างพวกเขาทั้งห้าด้วย เอาแล้วไง...พนักงานใหม่ต่างเริ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยกเว้นก็แต่บัวชมพูที่ยิ้มแฉ่ง ดีใจที่จะได้เจอท่านประธานที่เธอพอจะรู้มาว่าเขาเก่งมาก เก่งจนผู้เป็นพ่อวางใจยกตำแหน่งประธานบริษัทให้เมื่อหลายปีก่อน หลังจากเกษียณตัวเองไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ต่างจังหวัด แต่เนื่องจากท่านประธานยังติดประชุมก่อนหน้า ศราจึงให้พนักงานใหม่แนะนำตัวกันไปคร่าวๆ บอกไปว่าตัวเองจบจากมหาวิทยาลัยไหน สาขาไหน กระทั่งประตูห้องประชุมเปิดออก หญิงวัยสี่สิบปลายๆ เดินนำ ก่อนที่ชายในตำแหน่งประธานบริษัทจะเดินตามเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูสง่าผ่าเผย “สวัสดีทุกคนนะครับ” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นทักทายคนในห้อง พร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ตัวใหญ่ตรงหัวโต๊ะ และวินาทีนั้นเองที่หญิงสาวพนักงานใหม่ที่นั่งอยู่ริมสุดละความสนใจจากเอกสารตรงหน้า หันไปมองเพื่อจะทักทาตอบ วอท เดอะ ฟัค!! ฉิบหาย!! ตายห่าแน่ๆ ไอ้บัว!! แทบไม่ต้องคิดเลยว่าคำสบถที่วิ่งวนในหัวควรมีคำว่าอะไรบ้าง คำหยาบคายทั้งไทยทั้งอังกฤษวิ่งสลับสับสนปนกันไปมา ทันทีที่เห็นหน้าท่านประธานของอัศวเศรษฐ์ พร้อมกับน้ำเสียงที่ยังหลอนหูเธอมาตั้งแต่คืนวันนั้น จะไม่ได้อึ้ง ทึ่ง เสียว ได้ยังไงกันล่ะ!! ก็ไอ้ผู้ชายหื่นคนนั้นไง คนที่เธอเตะผ่าหมากจนเขาตัวงอเป็นกุ้งโดนน้ำร้อนลวกเมื่อวันก่อน แม้วันนี้เขาจะใส่แว่นเปลี่ยนลุคจากเพลย์บอยเป็นท่านประธานผู้ขึงขังก็ตามที แต่หน้าตา ท่าทาง กับทรงผมเซตเสยเนี้ยบๆ แบบนั้น คนคนเดียวกันอย่างแน่นอนร้อยล้านเปอร์เซ็นต์ อ้อ…แล้วก็รอยช้ำเล็กๆ ตรงมุมปากซ้ายนั่นก็มาจากฝีมือเธอ หมัดที่เหวี่ยงไปเต็มแรงทำปากเขาแตก คืนนั้นตอนหันหลังไปมอง เห็นชัดเจนว่าเขายกมือขึ้นมาเช็ดเลือดตรงแผลแตกซิบที่มุมปาก รู้แบบนี้ นั่งก้นติดเก้าอี้ได้ก็โคตรเก่งแล้ว!! ให้ตายเถอะ…เธออยากจะหนีหน้าเขาไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ อยากมุดแผ่นกระเบื้องหินอ่อนนี่หนีออกไปตอนนี้เดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็อยากหาปี๊บมาคลุมหัวไว้ไม่ให้เขาเห็นหน้า แหม…ก็ถ้ารู้ว่าเขาเป็นใคร เธอคงไม่เตะกล่องดวงใจเขาเต็มแรงแบบนั้นหรอก!! แต่ทว่าทั้งหมดที่คิดอยากทำ มันทำไม่ได้ไง ดังนั้นสิ่งที่หญิงสาวทำได้ดีที่สุดก็คือนั่งนิ่งๆ ก้มหน้าต่ำ พยายามจับผมที่ปล่อยสยายมาปิดหน้าปิดตาเอาไว้ ทำตัวให้เล็กและลีบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงคุณศราบอกให้แต่ละคนแนะนำตัวดังขึ้น เริ่มจาก ชัชชัย ธันยพร พร้อมพักตร์ รินลดา และเธอ…บัวชมพู ผู้หญิงคนสุดท้ายที่นั่งอยู่ริมสุดของโต๊ะ บนบานศาลกล่าว ภาวนาขอให้เขาจำเธอไม่ได้!! “สวัสดีค่ะ ดิฉันบัวชมพู เวชวานิช อายุยี่สิบเจ็ดปี จบปริญญาโท เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาจิตวิทยาองค์กรจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดค่ะ” บัวชมพูบีบเสียงให้เล็กแหลมน่าเอ็นดู ไม่ได้จะแอ๊บแบ๊วอะไร แต่ที่ทำไปก็เพื่อกลบเสียงที่แท้จริงต่างหากล่ะ เผื่อคนหัวโต๊ะจะจำเธอ รวมทั้งเรื่องราวในคืนนั้นไม่ได้ พูดไปก็หลบสายตาไป พยายามโฟกัสสายตาไปที่คุณศราแทนที่จะเป็นท่านประธานของอัศวเศรษฐ์ ไม่รู้จะรอดไหมหรือเธอคิดไปเอง เมื่อหางตาแอบลอบมองแวบหนึ่ง เห็นเขาจดจ้องมองมาทางเธอด้วยสายตาแข็งกร้าว หัวคิ้วขมวดชนกันจนเกือบจะผูกเป็นโบ มือเขาจับที่แผลตรงมุมปากบ่อยๆ ราวกับจะบอกใบ้อะไรบางอย่างให้เธอรับรู้ “ผมสนใจเรื่องจิตวิทยาองค์กรที่คุณเรียนมานะ มีคนไทยไม่เยอะที่จบด้านนี้ อีกอย่างผมอยากปรับโครงสร้างองค์กรด้วย คิดว่าคุณบัวชมพูน่าจะช่วยผมได้” คนตรงหัวโต๊ะโพล่งขึ้นมา ทั้งๆ ที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้แจกแจงบอกเล่าความถนัดหรือสิ่งที่ตัวเองร่ำเรียนมาอย่างละเอียดเลยสักนิด “เอ่อ...แต่ผมอยากได้ตัวคุณบัวชมพูไปช่วยดูงานวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ฝ่ายมาร์เก็ตติ้งครับคุณกรณ์” ผู้บริหารชายวัยห้าสิบกว่าๆ บอกกับทุกคนหลังจากที่เขาเล็งบัวชมพูเอาไว้ตั้งแต่ได้คุยกันคร่าวๆ ก่อนที่ฐากรณ์จะเข้ามา พอเริ่มมีคนหนึ่งอยากได้ตัว ผู้บริหารที่เหลือก็เริ่มไอเดียบรรเจิด อยากได้ตัวเธอไว้ทำโปรเจกต์ของแผนกตัวเองบ้าง ระหว่างแต่ละคนกำลังยกเหตุผลขึ้นมาเพื่อชิงตัวบัวชมพูอยู่นั้น ศรา…ผู้ที่คิดว่านี่มันผิดปกติ ยกมือถือขึ้นมาพิมพ์ไลน์หาท่านประธานของบริษัททันที ศรา : ไอ้กรณ์ อะไรของมึง ปรับโครงสร้างห่าเหวอะไรอีกวะ ทำไมกูไม่รู้เรื่อง ฐากรณ์ : ไม่ได้จะปรับจริง แค่พูดไปอย่างนั้น ศรา : อ้าว อะไรของมึง กูงงไปหมดแล้ว ฐากรณ์ : มึงเห็นแผลที่ปากกูมั้ย ยัยบัวชมพูเป็นคนทำ ช่วยจัดการให้ยัยนี่มาทำงานกับกูที ศรา : มึงจะทำอะไรเด็กมันวะ ฐากรณ์ : ก็แค่เอาคืนเล็กๆ น้อยๆ อยากให้เด็กทำงานคุ้มกับเงินที่บริษัทจ่ายไป ศรา : มึงแม่งเผด็จการ!! ฐากรณ์ : (สติกเกอร์ยิ้มแบบมีเลศนัย) ฐากรณ์ : มึงอย่าถามเยอะ ทำตามที่กูสั่งก็พอ ศรา : เออๆๆ กูจัดให้ก็ได้ แต่ขอร้อง อย่าโหดกับเด็กมันมากนะ กูยังไม่อยากเสียคนเก่งๆ ไปให้บริษัทอื่น “เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมขออนุญาตให้คุณบัวชมพูไปช่วยงานท่านประธานก่อนก็แล้วกันนะครับ ถ้าโปรเจกต์นี้เสร็จแล้วค่อยส่งตัวไปช่วยงานที่แผนกของทุกท่านตามที่เห็นสมควร” ศราตัดบททำตามผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายสั่งให้ทำ แม้ทุกคนจะเห็นด้วยตามนั้น แต่ทว่าก็มีคนที่ไม่เห็นด้วย เช่นกัน จะใครซะอีกล่ะ ก็เจ้าตัวนี่แหละ ที่นั่งร้อนๆ หนาวๆ ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ด้วยความกลัว เอาแล้วไง…บัวชมพูเอ๊ย เห็นแสงปลายทางที่ริบหรี่อยู่ไกลๆ ก็ได้แต่หวังว่าคืนนั้นเขาจะจำเธอไม่ได้ ขอแต้มบุญที่ยังหลงเหลือ รวมทั้งบุญกุศลที่เคยทำช่วยหนุนนำด้วยเทอญ สาธุ…อาเมน!! โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม