เอาล่ะบัวชมพู…งานนี้คงต้องพึ่งทุ่งลาเวนเดอร์หลายร้อยเอเคอร์แล้วแหละ!!
หญิงสาวพยายามมองโลกในแง่ดี คืนนั้นพวกเธอจัดปาร์ตี้ในธีมอเมริกันเกิร์ล แต่งตัวตามสไตล์สาวบาร์ที่ชอบนุ่งน้อยห่มน้อย เสื้อผ้าที่เธอสวมมันจึงมีแค่ไม่กี่ชิ้น เกาะอกหนังสีดำกับกางเกงยีนส์สั้นเสมอหู อีกทั้งใบหน้าสวยใสที่ถูกแต่งแบบจัดจ้าน ชนิดที่เพื่อนบางคนเห็นแล้วยังจำเธอไม่ได้เลยด้วยซ้ำ และที่สำคัญ...ลุคในคืนนั้นมันขัดกับชุดทำงานในวันนี้ราวนรกอเวจีปอยเปตกับสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เลยก็ว่าได้
ดังนั้นไม่มีทางที่คนหัวโต๊ะจะจำเธอได้อย่างแน่นอน แม้จะไม่ฟันธงเต็มร้อย แต่ก็เชื่อว่าเธอในคืนนั้นกับเธอในวันนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!!
“เอ่อ…แล้วดิฉันต้องนั่งทำงานที่ไหนเหรอคะ” บัวชมพูถามศราหลังจากที่เขาแจกแจงให้พนักงานใหม่แต่ละคนไปทำงานในแผนกที่จัดเตรียมเอาไว้ ในใจภาวนาขอให้เป็นที่ไหนก็ได้ที่ไกลจากท่านประธานคนนี้ที่สุดเท่าที่จะไกลได้
“ระหว่างนี้คุณไปทำงานที่ห้องผมก่อนก็แล้วกัน ที่นั่นมีโต๊ะประชุมอยู่ ใช้ที่นั่นนั่งทำงานไปพลางๆ ก่อน”
“แต่…ท่านประธานคะ…” เลขาที่นั่งอยู่ข้างๆ นามว่า ‘นฤมล’ แย้งขึ้นมาทันทีทันใด “มันจะไม่เป็นการรบกวน…เอ่อ…เวลาที่ท่านประธานต้องคุยงานเหรอคะ”
“งั้นก็จัดที่นั่งข้างๆ คุณมลให้เธอด้วยอีกที่ก็แล้วกัน” เขาหันไปสั่งเลขาด้วยเสียงเข้ม ทั้งศราและนฤมลได้แต่มองหน้ากันแบบงงๆ ก่อนเขาจะให้เธอตามเข้าไปพูดคุยต่อในห้อง
เชื่อสิว่าพนักงานใหม่ที่เหลืออีกสี่คนต่างอิจฉาบัวชมพูกันทั้งนั้น แม้จะรู้กิตติศัพท์ความโหดและเขี้ยวของฐากรณ์ แต่การได้ใกล้ชิดกับท่านประธานคือใบเบิกทางที่จะทำให้ตัวเองก้าวหน้าได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง
ส่วนบัวชมพูนั้น ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะแลกตำแหน่งงานนี้กับใครสักคนมากกว่า อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องเจอกับความบรรลัยที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้
เมื่อถึงห้องทำงานที่แสนจะโอ่อ่ากว้างขวาง สมฐานะของประธานบริษัท หญิงสาวพนักงานใหม่มองซ้ายมองขวาไปรอบๆ ราวกับกำลังคำนวณดูทิศทางฮวงจุ้ยยังไงยังงั้น โต๊ะทำงานของเจ้าของห้องอยู่ตรงฝั่งขวา ส่วนโต๊ะประชุมที่เธอต้องนั่งทำงานไปพลางๆ อยู่ทางฝั่งซ้าย แม้จะไม่ใกล้กันมาก แต่ก็ไม่ไกลเกินจนมองกันไม่เห็น
กดดันไหมให้ทาย!? เธอยังคิดไม่ออกเลยว่าจะผ่านด่านเคราะห์นี้ไปได้ด้วยกระบวนท่าไหน และจะทำยังไงให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นภายใต้บรรยากาศที่แสนจะกดดัน
ก็แหม…มีชนักอันใหญ่ปักหลังอยู่นี่นา จะให้ทำใจเย็นอยู่ได้ยังไงกันล่ะ
ฐากรณ์เรียกนฤมลเข้ามา บอกเธอให้จัดหาข้อมูลทั้งหมดของบริษัทที่เขาต้องการส่งต่อให้กับบัวชมพู และไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เลขาคนเก่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับผู้ช่วยของเธออีกสองคน พวกเขากำลังหอบแฟ้มขนาดใหญ่ที่ซ้อนไว้จนสูงพ้นหัว เอามันวางเรียงไว้บนโต๊ะ นับๆ แล้วเกือบสามสิบแฟ้ม ที่บัดนี้กองพะเนินเป็นภูเขาเลากา
“โอ้โห พี่มลคะ ข้อมูลมีเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ” ใครเห็นก็ต้องมีท้อบ้างแหละ กี่วันถึงจะอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลพวกนี้จบ
“นี่ยังไม่หมดนะคะน้องบัว ยังมีอีกเยอะ เดี๋ยวพี่จะขนมาให้อีกรอบ”
“แค่นี้ก็บ่นแล้วเหรอ” เสียงค่อนขอดกระทบกระเทียบแว่วเข้าหู จนผู้ถูกว่ารู้ตัว รีบหันขวับกลับไปมองเขาในทันที ก่อนเขาจะพูดต่อ “อย่าให้อัศวเศรษฐ์ต้องเสียเงินไปฟรีๆ โดยไม่ได้อะไรกลับคืนมา”
เขาไม่ได้นิสัยดีเหมือนหน้าตาเลย แม้ในใจของบัวชมพูจะมีเป็นล้านคำที่อยากจะโต้ตอบ แต่ทว่าเธอได้แต่เก็บมันเอาไว้ สะกดตัวเองว่าอย่าปากหมาตอบโต้อะไรกลับไป เธอทำผิดกับเขาไว้ รวมทั้งวิชาความรู้และปริญญาใบที่เธอภูมิใจนักหนาก็มาจากเงินของบริษัทเขาทั้งนั้น
“ขอโทษค่ะท่านประธาน ดิฉันไม่ได้บ่นค่ะ แค่คิดว่าที่นี่ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลแบบดิจิทัลเลยหรือไง โบราณจัง”
แม้จะรูดซิปปากไม่ให้หมาโผล่ออกมา แต่สุดท้ายเธอก็อดไม่ได้ที่จะแซะกลับไปหนึ่งดอกเบาๆ เล่นเอาเขาหัวร้อนขึ้นมาทันที คืนนั้นปากดียังไง วันนี้ก็ยังปากดีไม่มีเปลี่ยน
“ถ้าคิดว่าโบราณ ก็จัดการให้มันทันสมัยด้วยก็แล้วกัน ดีเลย ผมหาคนทำมานานแล้ว” พูดแล้วก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างผู้กำชัย
งานงอกจนได้!! เพิ่มงานให้ตัวเองมากกว่าเดิมอีกซะงั้น เขาสะใจ แต่เธอกลับไม่ปลื้มเลยสักนิด
.....
พนักงานใหม่นั่งอดทนหลังขดหลังแข็งวิเคราะห์ข้อมูลมาตลอดสัปดาห์ พิมพ์เอกสารออกมาเป็นรายงานฉบับหนาเพื่อเสนอต่อท่านประธาน คิดในใจ…ทำงานนี้เสร็จแล้ว ก็จะได้ย้ายไปทำแผนกอื่นให้ไกลๆ เขาเสียที
แต่ทว่าพอเธอเอารายงานฉบับหนาไปส่งให้เขาปุ๊บ เขากลับโยนมันไปยังกองเอกสารข้างๆ ปั๊บอย่างไม่ไยดี จนเธออดไม่ได้ที่จะทักท้วง
“ท่านประธานจะไม่เปิดอ่านหน่อยเหรอคะ” บัวชมพูรู้สึกหงุดหงิดใจ ทำแทบตาย แต่สุดท้ายโดนเขาเมิน
“ผมยังไม่อยากอ่านตอนนี้”
“แต่ฉันอุตส่าห์ตั้งใจทำนะคะ”
“ถ้าอยากให้ผมอ่าน งั้นเย็นนี้คุณไปกับผมหน่อย”
“คะ?” เธอเริ่มงง นอกจากงานนี้ เธอยังต้องไปทำงานนอกสถานที่อีกอย่างนั้นเหรอ
“วันนั้นคุณบอกว่าคุณเก่งเรื่องเรื่องสังเกตพฤติกรรมคนใช่มั้ย”
“ค่ะ”
“ถ้างั้นผมก็ใช้งานถูกคนแล้ว”
แม้เขาจะไม่ได้บอกว่าจะให้เธอไปที่ไหน และไปทำอะไร แต่เอาเถอะ เธอขัดอะไรเขาได้ล่ะ ตอนนี้ไม่ได้หวังจะได้ก้าวหน้าในอาชีพการงานแล้ว ขอเพียงทำงานไปวันๆ เพื่อให้หมดสัญญาที่ผูกมัดตัวเธอกับทุนการศึกษานั่นก็พอ จากนั้นเธอก็คงรีบไปจากที่นี่ทันที รวมทั้งเรื่องที่เธอทำร้ายร่างกายเขาในค่ำคืนนั้นด้วย ดีใจมากนะที่เขาจำมันไม่ได้ ยิ้มย่องได้ใจว่ามันจะเป็นความลับตลอดกาล
กระทั่งหกโมงเย็น บัวชมพูเดินตามเจ้านายลงไปชั้นล่างของตึกเพื่อขึ้นรถประจำตำแหน่งของเขา ฝ่ารถติดในเมืองกรุงไปได้ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงสถานที่ที่เป็นจุดหมายปลายทาง
“หืม…ดิ เอ็กซ์โอ คลับ?” บัวชมพูพึมพำเบาๆ หลังคนขับหักเลี้ยวพวงมาลัยเข้าไปในนั้น แค่เห็นป้ายร้านก็ทำเธอร้อนๆ หนาวๆ มือเย็นชืดจนชื้นเหงื่อ เริ่มลุกลี้ลุกลนนั่งก้นไม่ติดเบาะ “ท่านประธานคะ เอ่อ…เรามาทำอะไรกันที่นี่เหรอคะ”
โปรดติดตามตอนต่อไป