คอนโด
ร่างสูงยืนสูบบุหรี่อยู่ริมระเบียงพลางทอดสายตามองวิวเบื้องหน้า ควันสีขาวคละคลุ้งอยู่รอบตัว เขาดูสงบนิ่งแต่ภายในใจกลับบีบรัดความเจ็บปวด เรื่องราวที่ผ่านมามันยังตามหลอกหลอนจนถึงตอนนี้
แววตาเหม่อลอยเปลี่ยนเป็นความโกรธเกลียด ปะทุขึ้นมากลางอก เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยหวาน มันสะกิดจิตใต้สำนึกของเขา จนต้องกำมือแน่นระงับอารมณ์ที่ทำให้ร่างสั่นเทา
มือหนาล่วงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ปลายนิ้วเลื่อนแตะหน้าจอหาชื่อลูกน้องคนสนิท ก่อนจะกดโทรออก
โทร : ปัน~
“อื้ม เรื่องที่กูให้ไปสืบถึงไหนแล้ว”
(รู้แล้วครับนายว่าเธอเรียนอยู่ที่ไหน)
“ส่งโลเคชั่นให้กูด้วย ตอนเย็นจะแวะไป”
(ได้ครับนาย)
“อย่าลืมจับตาดูเธอให้ดี อย่าให้คลาดสายตา”
(ครับนาย)
หลังจากสั่งธุระเสร็จ มือแกร่งก็จี้ปลายบุหรี่ที่เหลือลงในถาดจนมันมอดดับ ก่อนจะเลื่อนประตูระเบียงเดินเข้ามาข้างในอย่างไม่รีบร้อน
ร่างสูงเอนตัวลงกับพนักพิงโซฟา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนเสียงลมหายใจจะถูกระบายออกมาแรงๆ พักหลังมานี้ รู้สึกความทรงจำเดิมๆมักจะตามหลอกหลอน ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมองเพดานว่างเปล่า แววตาเผยความเศร้าเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ฝังอยู่กลางใจ
เสียงพ่นลมหายใจดังออกมาหนักๆ ดวงตาของเขาเหม่อลอยราวกับสติหลุดออกไปในความคิดที่กำลังสับสน พอนึกถึงภาพตอนโดนปฏิเสธมันกลับทำให้ติณณ์เค้นหัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะค่อยๆปิดเปลือกตาลง เพื่อระงับความรู้สึกทรมาน
มหาลัย
ช่วงพักกลางวันใบชาต้องรีบกินข้าวและนั่งทำรายงานต่อ มันวุ่นวายจนร่างเล็กแทบไม่ได้พักหายใจ ตารางเรียนแน่น งานกลุ่มเยอะ แถมตอนเย็นแทนยังโทรมาบอกว่าต้องการคนเพิ่ม เธอจึงต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จ
“แค่เห็นขิงยังเหนื่อยแทน แกบอกพี่แทนไปเถอะว่าไม่ว่าง”
น้ำขิงคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยให้ความช่วยเหลือตลอด ฐานะที่บ้านของเธอค่อนข้างดีแต่ก็ไม่เคยรังเกียจคนจนแบบใบชา ขณะคนอื่นตีตัวออกห่างเพราะไม่ชอบที่เธอเป็นเด็กทุน
“เอาน่า ชารับปากเขาไปแล้ว อีกอย่างมีงานเข้ามาต้องรับไว้ก่อน ขิงก็รู้ว่ารายจ่ายแต่ละเดือน ชาแทบจะไม่พอใช้”
“ฉันสงสารแกจริงๆนะชา ยืมขิงก่อนก็ได้ถ้าไม่มีจริงๆ”
“อื้ม เอาไว้ก่อน”
เป็นอีกครั้งที่คนตัวเล็กบ่ายเบี่ยง แค่น้ำขิงยอมเป็นเพื่อนด้วย ให้ความช่วยเหลือโดยการติดต่องานพาร์ทไทม์ให้ เธอก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว
“แล้วคนที่เคยเล่าให้ฟัง เขายังตามแกอยู่ไหม?”
คำถามของเพื่อนทำให้ร่างเล็กหยุดชะงัก ความกังวลตีขึ้นมากลางอก มือเริ่มเย็นจนชาหนึบ เมื่อนึกถึงเรื่องที่ลืมไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยปากเล่าให้เพื่อนฟัง
“เขาน่ากลัวมากเลยนะขิง เมื่อคืนมาดักรอชาอยู่หน้าห้องเช่า เขารู้ได้ยังไงว่าชาอยู่ที่นั่น”
ริมฝีปากบางเม้มแน่น คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันแปลก เพราะเธอย้ายจากที่เดิมมาแล้วแต่ยังโดนตามเจอ เหมือนยิ่งพยายามหนี เขาก็ยิ่งเข้าใกล้ตัวเธอมากขึ้น
“แบบนี้แกแจ้งความได้ไหม?”
น้ำขิงออกความคิดเห็น เพราะเริ่มรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนตัวเล็ก ยิ่งเธออยู่คนเดียวแล้วถ้าเกิดผู้ชายคนนั้นคิดจะทำอะไรขึ้นมา คงหนีไม่พ้น
“เขาเคยขู่ว่าถ้าแจ้งความเรื่องจบไม่สวยแน่ อีกอย่าง..ชาว่าเขาน่าจะมีอิทธิพลมาก”
สีหน้าเป็นกังวล ริมฝีปากบางเริ่มสั่น เมื่อเอ่ยถึงคนร่างใหญ่ที่กำลังตามติดชีวิตอยู่ตอนนี้
“ทำไมแกถึงมั่นใจขนาดนั้น ฉันว่าแกไปลงบันทึกประจำวันไว้หน่อยก็ดีนะ โดนตามมากขนาดนี้มันกลายเป็นคุกคามไปแล้ว”
น้ำขิงมองเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกทั้งสงสารและเห็นใจ คำแนะนำอาจจะช่วยให้เอากลับไปคิด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมโชคชะตาถึงกลั่นแกล้งเพื่อนของเธออยู่ตลอด
“ชาก็หนักใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่รู้จะทำยังไง อีกอย่างก็ไม่อยากให้เป็นเรื่อง”
ร่างเล็กพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนักๆ หลากหลายความรู้สึกถาโถมกลางอก ทั้งเรียนทั้งทำงานก็แทบไม่มีเวลาพักผ่อน แถมยังต้องมาหวาดระแวงกลัวว่าเขาจะตามอีก
“แกนี่นะ ไปวันนี้เลยไหม เดี๋ยวขิงพาไป”
น้ำขิงพูดจริงจังด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวว่าจะโดนเขาตามรังควานอีก
“อื้ม เอาไว้ก่อนก็ได้ขิง”
คนตัวเล็กพูดพลางส่ายหน้าไปมา ใบชาคิดว่าคำขู่ของเขามันอาจจะไม่ใช่แค่คำขู่ จะลองพูดคุยกับเขาดูอีกสักครั้ง หากเขาไม่ยอมจริงๆ เธอถึงจะไปแจ้งความ
“เสียดายเน้อะ หน้าตาก็หล่อไม่เห็นต้องทำนิสัยแบบนี้เลย”
เพื่อนสนิทพูดพร้อมกับถอนหายใจแผ่วเบา หลายครั้งใบชาต้องเจอเรื่องแบบนี้ มันหนักขึ้นเรื่อยๆ
“อื้ม”
มือเล็กวางปากกาอยู่ในมือลง ปล่อยให้ความกังวลแล่นเข้ามาในหัวสมอง แววตาดูเหม่อลอย คิดไม่ออกว่าต้องทำยังไงต่อ แต่คำพูดของน้ำขิงทำให้เธอได้สติ
“เขายื่นข้อเสนออะไรให้แกบ้าง”
คำถามของเพื่อนทำให้ลมหายใจขาดห้วงเล็กน้อย คำพูดของติณณ์ก่อนหน้านี้มันไหลย้อนกลับมาทำให้ร่างเล็กรู้สึกกลัว
“เขาบอกอยากให้เป็นคู่นอน ถ้าเบื่อเดี๋ยวก็พอเอง”
“เห็นแก่ตัวมากเลยนะ ขนาดแกไม่ยอมยังตามมาบังคับ”
“อื้อ น่ากลัวมากจริงๆ”
ใบชาก้มหน้าพูดด้วยแววตาเศร้าหมอง เรื่องที่กำลังเผชิญมันทำให้เธอรู้สึกไม่มีความสุขเลย
“แกต้องระวังตัวให้มากนะชา ถ้ามีอะไรรีบโทรหาขิงเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
น้ำขิงพูดพลางยกมือขึ้นบีบไหล่คนตัวเล็กเพื่อปลอบ รู้สึกสงสารจับใจ แต่ก็เคารพในการตัดสินใจของเพื่อน
“ขอบคุณนะขิง”
แค่เห็นเพื่อนพยายามช่วย เท่านี้ก็รู้สึกซาบซึ้งมากแล้ว ไม่อยากให้น้ำขิงลำบากใจกับเธอไปมากกว่านี้
#18.40 น.
หลังจากอยู่ทำรายงานจนเสร็จ ใบชาก็แยกย้ายกันกับน้ำขิง ขาเรียวก้าวเดินไปตามทางฟุตบาท พลางก้มใบหน้าล้วงมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อจะเรียกแกร็ป จู่ๆ เสียงจากผู้ชายคุ้นหูก็ดังขึ้นจนทำให้ร่างเล็กสะดุ้ง
“เดี๋ยวไปส่ง”
คนตัวเล็กรีบหันควับตามเสียง เพียงประโยคสั้นๆมันทำให้รู้สึกสะท้านเข้าไปถึงกระดูก ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ทุกอย่าง แววตาหวาดหวั่นตวัดขึ้นมองใบหน้าหล่อไร้อารมณ์ พลางบีบกำปั้นเข้าหากันแน่น ก่อนจะเดินถอยหลังออกไปสองก้าว
“มะ ไม่ค่ะ”
เสียงสั่นบอกปฏิเสธ จากนั้นก็รีบหนีห่าง แต่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ฝ่ามือใหญ่ก็คว้าข้อมือเล็กเอาไว้แน่น
หมับ!!
“แค่ทำตามที่บอกมันจะตายรึไง?”
“ปะ..ปล่อยชา”
ดวงตาเย็นชาจ้องมองนิ่ง เสียงหัวเราะดังลอดริมฝีปากหยัก รู้สึกหงุดหงิดคนตัวเล็กเอาแต่หนี เขาเริ่มจะหมดความอดทนมากขึ้นไปทุกที
ร่างเล็กพยายามแกะมือหนาออก ก้มหลบหน้าเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธ ติณณ์ไม่ยอมให้เธอแกะออกได้ง่ายๆ เขาออกแรงบีบแน่นขึ้น แล้วกระชากดึงร่างเล็กเข้ามาแนบกับอกแกร่ง ก่อนจะกระซิบเบาๆข้างใบหู
“ใบชาครับ ให้พี่ไปส่ง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างสุภาพ แต่มันกลับแฝงไปด้วยการบังคับ ทั้งที่เพิ่งคุยกันไปเมื่อวานว่าให้หยุด แต่เขากลับไม่สนใจมันเลย
หัวใจของร่างเล็กแทบตกไปอยู่ตาตุ่ม มือไม้สั่นจนทำอะไรไม่ถูก เขามาดักรอถึงหน้าตึกมหาลัย แบบนี้มันน่ากลัวเกินไป เป็นอย่างที่น้ำขิงบอก เธอควรไปแจ้งความ
“พอเถอะค่ะพี่ติณณ์ เลิกทำแบบนี้ ถือว่าชาขอ”
“หุบปากแล้วเดินไปขึ้นรถ”
คำสั่งแข็งกร้าวทำให้ร่างเล็กตัวสั่นหงัก แววตาหวาดกลัวพยายามมองหาความช่วยเหลือ แต่แทบไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย ใบชาทำได้เพียงยอมเดินตามเขาไปขึ้นรถที่จอดอยู่อีกฝั่ง
เสียงลมหายใจของร่างสูงถูกพ่นออกมาหนัก หลังจากปิดประตูรถ เขารู้สึกเกลียดที่เธอเอาแต่ขัดขืน มันยิ่งทำให้อารมณ์คุกรุ่นอยู่ภายในใจเพิ่มพูนขึ้นราวกับไฟกำลังลุกโชน
“แค่ยอมทำตามดีๆ ก็ไม่ต้องโดนบังคับตั้งแต่แรก”
ใบหน้าหวานก้มลงหลบสายตาคนนั่งข้างๆ มือเล็กบีบประสานเข้าหากันจนชื้นเหงื่อ เพราะคำพูดของเขามันมีแต่ความเอาแต่ใจและกดดันตลอดเวลา
ติณณ์หันมามองร่างเล็กอย่างไม่สบอารมณ์ สัมผัสได้ว่าตัวของเธอสั่นไม่หยุด มันเป็นภาพที่เขาเห็นแล้วโคตรรู้สึกดี เสียงหัวเราะเบาๆดังลอดริมฝีปากหยัก ก่อนใบหน้าหล่อจะยื่นเข้ามาใกล้จนเกือบแนบชิดพวงแก้มระเรื่อ
“อื้อ พี่ติณณ์”
ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก เมื่อสัมผัสถึงลมหายใจร้อนอยู่ใกล้ๆกับใบหู เธอรีบเบือนหน้าหนี พร้อมกับเอามือดันบ่าคนตัวใหญ่ที่กำลังโน้มตัวลงมา แต่ก็โดนมือหนารวบข้อมือทั้งสองเอาไว้ในฝ่ามือเดียว ก่อนมืออีกข้างจะกระชากใบหน้าสวยให้เชิดขึ้น
“พี่ใจดีกับชาขนาดนี้ อย่าทำให้ต้องหงุดหงิด”
“อื้อ ปะ..ปล่อย”
เป็นครั้งแรกที่ติณณ์ได้มองใบหน้าสวยอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาใบชาเอาแต่หลบเลี่ยงเขาตลอด เธอช่างเหมือนกับคนที่เขาเกลียดมากจริงๆ
ริมฝีปากหยักค่อยๆโน้มลงคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มอ่อน แล้วกดฝังจูบลงไปเบาๆ พอให้เธอสั่นสะท้าน ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่การขู่ เขาคิดจะเอาจริงถ้าเธอยังไม่ยอม
“อื้อ พะ..พี่ติณณ์
เสียงเอ่ยออกมาแผ่วเบาพร้อมเบือนหน้าหนีจากการลุกล้ำ หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วรัว ตัวสั่นสะท้านราวกับหนาวเหน็บ มันเป็นสัมผัสแรกที่ทำให้รู้สึกวูบไหว และไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ
ใบหน้าหล่อค่อยๆผละออก สายตาที่จ้อมองยังคงเย็นชาไร้ความรู้สึก เขาแสยะยิ้มใส่เธอราวกับกำลังบอกว่าไม่มีทางทำอะไรได้ ก่อนจะปล่อยมือเล็กที่ตรึงไว้แล้วหันไปจับพวงมาลัยแทน
“อย่าทำแบบนี้อีกได้ไหมคะ”
เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ เธอไม่ชอบการบังคับ ไม่ว่าทางไหน ร่างเล็กได้แต่ขอร้องอ้อนวอนเขาอยู่ในใจ ไม่อยากปล่อยให้เรื่องที่กำลังกลัวเกิดขึ้นมาจริงๆ
“งั้นก็อย่าทำให้โกรธ ยอมพี่ดีๆซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
ประโยคนั้นเป็นเหมือนคำสั่งดังสะท้อนในความเงียบ เขาไม่ได้สนใจคำขอร้องของเธอเลยสักนิด คำพูดทุกคำมันมีแต่ความกดดันแฝงอยู่ในนั้น
“ชาบอกพี่ติณณ์หลายรอบแล้วว่าไม่รับข้อเสนอ”
สายตาคู่คมมองทอดไปบนถนน ปลายเท้าแตะเหยียบคันเร่งจนมิด เขาไม่ได้ตอบกลับคำพูดของร่างเล็ก แต่แสดงให้เห็นว่ากำลังรู้สึกไม่พอใจมากขนาดไหน
“เบาๆหน่อยได้ไหมคะ ขับเร็วเกินไปแล้ว”
“หุบปาก!”
เสียงตวาดของคนร่างสูงมันทำให้เธอหยุดชะงัก ใบชาอยากจะร้องไห้ออกมาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากกำมือเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ
รถแล่นไปบนถนนได้ไม่นาน ก็เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าห้องเช่า ราวกับรู้จักสถานที่เป็นอย่างดี ร่างเล็กรู้สึกโล่งใจที่มาถึงได้อย่างปลอดภัย เพราะเขาเอาแต่เหยียบคันเร่งระบายอารมณ์ความโกรธเหมือนอยากขู่ให้เธอกลัว
“ตอนเย็นเดี๋ยวพี่มารับ”
เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นเมื่อจอดรถนิ่ง คำพูดทุกคำของเขาไม่เคยถามความเห็นจากคนร่างเล็กเลยสักนิด มันมีแต่คำพูดเอาแต่ใจจนทำให้ร่างบางขมวดคิ้วแน่น
“ชาต้องไปทำงานตอนเย็น”
เสียงหวานจงใจเอ่ยออกไปและหวังว่าเขาจะเลิกยุ่ง แต่เปล่าเลย เขากลับเค้นหัวเราะเบาๆในลำคอ แล้วหันมาพูดกับเธอว่า..
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอ”