ครืด ครืด ช่วงดึกของวัน ในขณะที่แพรววาและพาขวัญหลับสนิทอยู่บนเตียงนุ่ม เสียงมือถือของหมอแพรววากลับดังขึ้นไม่หยุด
ทำให้หมอสาวต้องรีบควานหามือถือ เพื่อกดรับสายอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกลัวว่าเสียงมือถือจะไปรบกวนการนอนหลับของลูกสาว
(ค่ะ พยาบาลวิเวียน) หมอแพรววากดรับสายและตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ ไม่มีแม้แต่อาการหงุดหงิดให้เห็น เมื่อถูกรบกวนเวลานอน เนื่องจากวิชาชีพของเธอมักจะถูกปลุกด้วยเคสด่วนอยู่เสมอ
(คุณหมอแพรววา แย่แล้วค่ะ) น้ำเสียงร้อนรนของพยาบาลวิเวียนดังขึ้นทันที เมื่อคุณหมอสาวกดรับสาย
(เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ) หมอแพรววาเอ่ยถามอย่างใจเย็น พยายามให้พยาบาลวิเวียนตั้งสติและบอกเรื่องเร่งรีบกับตน
(คุณหยาง ท่านไม่ยอมให้อาจารย์หมอตรวจอาการค่ะ)
(ทำไม? ผู้ชายคนนี้เรื่องมากจังคะ) เสียงหวานหลุดพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด เมื่อคนไข้ที่ดื้อรั้น ยังคงดื้อรั้นอยู่
(ตอนนี้อาจารย์หมอ ต้องการให้คุณหมอแพรววาเดินทางมาโรงพยาบาลค่ะ)
(ตอนนี้เหรอคะ) คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเป็นปม พลันเหลือบสายตามองไปยังลูกสาวที่หลับสนิทอยู่
(ใช่ค่ะ) พยาบาลวิเวียนตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ภาวนาขอให้หมอสาวตอบรับคำเชิญ เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากตัวต้นเรื่องคือเจ้าของโรงพยาบาลที่ไม่มีใครสามารถต่อกรได้
(ตีสามเนี่ยนะคะ)
(ช่วยหน่อยนะคะคุณหมอ) น้ำเสียงออดอ้อนของพยาบาลวิเวียนดังขึ้น เพราะเธอทราบถึงเหตุผลของคุณหมอแพรววาดี
(แต่เวลานี้ไม่มีใครดูแลลูกสาวหมอ)
(อุ้มมาค่ะ เดี๋ยววิเวียนช่วยดูแล)
(เฮ้อ! คงต้องเป็นอย่างงั้น อีกยี่สิบนาทีถึงค่ะ) หมอแพรววาทำได้เพียงถอนหายใจพรืดยาวด้วยความเหนื่อยใจ พลันตอบรับคำขอพยาบาลวิเวียนด้วยความจำใจ
(ขอบคุณค่ะคุณหมอแพรววา)
“เวรกรรมอะไรของฉันอีกล่ะ?” แพรววายีผมยาวสลวยของตนเองด้วยความหงุดหงิด ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงด้วยความระวัง กลัวว่าลูกสาวจะตื่นขึ้นมาเวลานี้
หมอสาวจัดการแต่งตัวด้วยชุดวอร์มแขนยาว ขายาว สีเทาอ่อน รอบผมยาวสลวยขึ้นแบบลวก ๆ พลันเดินเข้าไปอุ้มพาขวัญที่นอนหลับสนิทอยู่ขึ้นแนบอก เดินออกจากบ้านไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่
“กลับมาสร้างความวุ่นวาย ให้ชีวิตของฉันทำไม” ภายในรถที่เงียบสงัด กลับมีเสียงบ่นพึมพำของคุณหมอสาวที่กำลังตั้งใจขับรถไปยังโรงพยาบาลดังขึ้น โดยที่เธอก็ไม่เข้าใจการกระทำของผู้ชายอย่างหยางเลยจริง ๆ
หลังจากห่างหายไปนานถึงสี่ปี เพียงแค่วันเดียว ผู้ชายคนนี้กลับมาสร้างความวุ่นวายในชีวิตเธออย่างน่าโมโห ซึ่งเธอไม่เคยเข้าใจและอ่านความคิดของผู้ชายคนนี้ออกเลย
“ฝากพาขวัญด้วยนะคะ” หมอแพรววาเดินอุ้มพาขวัญเข้าไปในโรงพยาบาล พลันวางลูกสาวเอาไว้ในห้องทำงานของตนเอง และไม่ลืมฝากฝังลูกสาวเอาไว้กับพยาบาลวิเวียน
“ได้ค่ะ คุณหมอพาขวัญรีบไปดูอาการคุณหยางเถอะค่ะ” พยาบาลวิเวียนเอ่ยเร่งรีบหมอแพรววาอีกครั้ง เนื่องจากคนไข้ฟื้นขึ้นมานานพอสมควร แต่ไม่ยอมให้ใครตรวจร่างกายและบาดแผลตนเองแม้แต่คนเดียว
“ฝากด้วยนะ” ด้วยความเป็นห่วงลูกสาว หมอแพรววาไม่ลืมที่จะหันกลับมาย้ำพยาบาลวิเวียนอีกครั้ง
“จะดูแลเป็นอย่างดีค่ะ” พยาบาลวิเวียนตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเธอทราบดีว่าคุณหมอแพรววาห่วงลูกสาวขนาดไหน และนี่คือเหตุผลที่คุณหมอแพรววาไม่รับเคสดึก
เพราะเธออยู่กับลูกสาวเพียงแค่สองคน โดยไม่มีพี่เลี้ยงแต่อย่างใด นั่นยิ่งทำให้หลายคนต่างนับถือหัวใจของเธอไม่น้อย
“ไปตามหมอคนนั้นมา” น้ำเสียงเรียบเฉยปนเย็นยะเยือกออกคำสั่งเสียงเข้ม ไม่ยอมให้บุคคลอื่นตรวจบาดแผลของตนเอง
“หมอแพรววาออกเวรแล้วครับ” อาจารย์หมอพยายามโน้มน้าวชายหนุ่ม เพราะไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนลูกศิษย์ในยามวิกาลสักเท่าไรนัก
“งั้นรอ” ประโยคสั้น ๆ หลุดออกจากปากของหยางที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้และยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ แสดงผ่านทางสีหน้าและแววตา
“งั้นผมขอตรวจแผลคุณหยางสักครู่นะครับ”
“รอ”
“ผมจะเช็กแผลให้ พรุ่งนี้ผมจะให้หมอแพรววารับเคสต่อ”
“รอ”
“อาจารย์คะ เดี๋ยวแพรววาตรวจเองค่ะ” หมอแพรววาที่เดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่เสมือนโรงแรมห้าดาว เอ่ยปากรับเคสต่อจากอาจารย์หมอทันทีและการมาของเธอสามารถเรียกสายตาของบุคคลที่อยู่ในห้องพักได้เป็นตาเดียว
“ขอโทษที่ต้องรบกวนเวลาพักผ่อน” อาจารย์หมอเอ่ยปากขอโทษลูกศิษย์สาวทันที โดยหมอแพรววาตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพและใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไรค่ะ ตรวจเสร็จก็กลับเลย”
หมอแพรววาเดินเข้าไปข้างเตียงคนไข้ตรวจดูบาดแผลผ่าตัดและอาการโดยรวมของหยางที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ โดยที่สายตาคมกริบยังคงจับจ้องการกระทำของหมอแพรววาทุกขณะ รวมไปถึงจับจ้องใบหน้าสะสวยไร้เครื่องสำอางดั่งต้องมนตร์สะกดอีกครั้ง
“แผลโอเคค่ะ ความดันดี ให้เลือดกระปุกนี้หมด ถอดได้เลยค่ะ” หมอแพรววาถอดหูฟังแพทย์ออก พลันเอ่ยบอกอาการคนไข้หนุ่มด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“แค่นี้?”
“คนไข้ต้องการให้ตรวจอะไรเพิ่มคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเป็นปม คำว่า แค่นี้? ของชายหนุ่มกลับสร้างความงุนงงให้กับหมอแพรววาไม่น้อย พลันนึกขึ้นว่าคนไข้หนุ่มอาจอยากตรวจสุขภาพโดยรวม
“ไม่มี” หยางตอบกลับเพียงประโยคสั้น ๆ น้ำเสียงยังคงแข็งกระด้างดังเดิม ไม่มีท่าทีจะอ่อนลงแต่อย่างใด
“งั้นหมอขอตัวค่ะ” หมอแพรววาโค้งศีรษะเล็กน้อยให้กับหยาง หมอสาวกำลังจะเดินออกห่างจากข้างเตียง กลับต้องชะงักในคำสั่งของคนไข้หนุ่มที่ดังขึ้นอีกครั้ง
“เธอต้องดูแลฉัน”
“แต่คนไข้อยู่ในความดูแลของอาจารย์หมอนะคะ ซึ่งอาจารย์หมอเก่งมาก เก่งกว่าฉันอีก”
“เถียง?”
“แค่บอกเล่าค่ะ” เธอไม่ได้เถียง เพียงแค่บอกเล่าเท่านั้น ซึ่ง ณ เวลานี้ หมอแพรววากลับสับสนในใจ พลันคิดว่าหยางกำลังกลั่นแกล้งตนเองอยู่เนือง ๆ
“คุณดูแล” หยางยังคงพูดย้ำคำเดิม ไม่ว่ายังไง ความรู้สึกเขาคือให้เธอดูแล เพราะเขาไม่ไว้ใจหมอคนอื่น แม้แต่อาจารย์หมอที่ใครต่อใครบอกว่าเก่งกาจ
“ฉันไม่สามารถตัดสินใจเองได้” เรื่องนี้หมอชั้นผู้น้อยอย่างเธอไม่สามารถตัดสินใจเองได้ จึงรีบโบ้ยไปทางอาจารย์หมอ หวังให้หยางเกรงใจบ้าง
แต่! ดูเหมือนชายหนุ่มไม่มีแม้แต่ความเกรงใจ หรือเคารพบุคคลที่มีอายุมากกว่าสักเท่าไรนัก
“ว่าไงหมอ” หยางเอ่ยถามพลันรอคำตอบจากอาจารย์หมอ สายตายังคงจับจ้องเสมือนรอคำตอบที่ถูกใจ
“โอเคครับ ผมจะย้ายเคสคุณหยางให้หมอแพรววาดูแล”
“อาจารย์” หมอแพรววาร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าอาจารย์หมอจะยกเคสนี้ให้กับตนเองได้ง่าย ๆ
“อาจารย์รู้ว่าเธอเก่ง เธอดูแลเคสนี้ได้” อาจารย์หมอตบบ่าเล็กของแพรววา เสมือนกำลังให้กำลังใจ พลันแสดงสีหน้าและแววตาอ้อนวอนขอร้อง
“แต่ฉันไม่อยาก” หมอแพรววาปฏิเสธเสียงเบา เพราะเธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เลยสักนิด
“ทำตามหน้าที่” ทำได้เพียงปลอบใจหมอสาว และยกหน้าที่ความเป็นหมอ ที่หมอทุกคนไม่สามารถปฏิเสธคนไข้ได้ขึ้นมา จนหมอแพรววาพยักหน้าตอบรับด้วยความจำใจกับอำนาจของหยาง