มีลูกแล้ว

1262 คำ
เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังไปทั่วบริเวณโรงเรียนอนุบาลนานาชาติชื่อดัง ที่มีผู้ปกครองเดินทางมาส่งลูกในช่วงเช้าอย่างเนืองแน่น รวมไปถึงคุณแม่ยังสาวที่เดินทางมาส่งลูกสาวก่อนจะเดินทางไปยังโรงพยาบาลต่อซึ่งเป็นเช่นนี้ทุกวัน “ตั้งใจเรียนนะคะ” เสียงหวานของหมอแพรววาเอ่ยบอกกับลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนที่ร่างบางจะโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มป่องหนูน้อยพาขวัญฟอดใหญ่ “คุณแม่ก็ตั้งใจรักษาคนน้า พาขวัญเป็นกำลังใจให้” หนูน้อยพาขวัญเอ่ยบอกคุณแม่เสียงใส เพราะหนูน้อยทราบดีว่าคุณแม่ของเธอต้องช่วยเหลือคนไข้ จนบางครั้งต้องมารับช้าไปเสียหน่อย “ได้ค่ะ ลูกสาว” หมอแพรววาตอบรับด้วยรอยยิ้ม พลันยืนมองลูกสาวเดินเข้าไปในโรงเรียนด้วยความภาคภูมิใจกับความน่ารักของลูกสาวคนนี้ ซึ่งเธอไม่เคยคิดว่าพาขวัญคือภาระหรือตัวถ่วงในชีวิต ดั่งที่ใครหลายคนเคยพูดเอาไว้ แต่! พาขวัญคือความสุขและกำลังใจของเธอในทุกวัน ภายในห้องพักสุดหรูสมฐานะ มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน โดยมีเลขาหนุ่มยืนอยู่ข้างเตียงพร้อมกับถือไอแพดเครื่องหนึ่ง รายงานสิ่งที่เจ้านายมอบหมายให้ไปทำ “แพทย์หญิงแพรววา กิตติกูล อายุ 28 ปี สถานะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอมีลูกสาวสามขวบครับ” “มีลูกแล้ว?” หยางทวนคำของดรัณด้วยความสงสัยปนแปลกใจ ไม่คิดว่าคุณหมอหน้าเด็กจะมีลูกสาวและครอบครัวไปแล้ว “ครับ” ดรัณตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะข้อมูลที่เขาไปสืบมาค่อนข้างชัวร์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ “สามีเธอล่ะ?” หยางเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย หากหญิงสาวมีครอบครัว เหตุใด ถึงใช้คำว่าคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเช่นนี้ “ไม่พบข้อมูลครับ” เป็นเรื่องที่ดรัณแทบกุมขมับ เมื่อไม่พบข้อมูลสามีของหมอแพรววา แม้ว่าเขาจะหาหรือสืบเพียงใดก็ตาม “นายจะบอกว่า เธอรับเด็กมาเลี้ยงงั้นสิ” “เปล่าครับ เด็กคนนั้นคือลูกสาวของหมอแพรววาจริง ๆ เธอคลอดเองที่โรงพยาบาลเมื่ออายุยี่สิบสี่ปี” “ยังเรียนหมออยู่?” คิ้วเข้มผูกเข้าหากัน ยิ่งได้รับข้อมูลจากดรัณ ยิ่งสร้างความแคลงใจให้กับเขาไม่น้อย “ครับ ถูกคนอื่นตราหน้าว่าท้องไม่มีพ่อ โง่ที่เก็บเด็กเอาไว้ ประมาณนี้ครับ” น้ำเสียงเรียบเฉย แฝงไปด้วยความเห็นใจ เมื่อรับรู้ว่าหญิงสาวมักจะโดนดูถูกดูแคลนอยู่เสมอ “ไปสืบมา ฉันอยากรู้ว่าพ่อของเด็กเป็นใคร” เสียงเข้มเอ่ยสั่งลูกน้องคนสนิทอีกครั้ง โดยที่เขาก็ไม่ทราบสาเหตุว่าอยากทราบประวัติครอบครัวของหญิงสาวไปทำไม “เจ้านายจะอยากรู้ไปทำไมครับ” “ไม่รู้สิ” เรื่องนี้ตอบไม่ได้ ไม่รู้ทำไม? เขาถึงอยากรับรู้ข้อมูลของหมอแพรววา หมอสาวที่พึ่งเคยเจอกันครั้งแรก “อ้าว” ดรัณอุทานขึ้นด้วยความงุนงง เพราะทุกครั้งที่เจ้านายหนุ่มให้สืบหรือหาข้อมูล ทุกอย่างต้องมีเหตุผล เนื่องจากเวลาอันมีค่ามหาศาล ทำให้เจ้านายหนุ่มไม่อาจจะให้ทำเรื่องไร้สาระได้ “ฉันอนุญาตให้นายตั้งคำถามเหรอ” นัยน์ตาคมจับจ้องมองไปยังใบหน้าของดรัณเสมือนกำลังคาดโทษ เพียงแค่ถูกเลขาคนสนิทตั้งคำถามอยู่เนือง ๆ จนกระทั่ง! เสียงหวานของคุณหมอแพรววาดังขึ้น ช่วยชีวิตของดรัณเอาไว้ จนเจ้าตัวนั้นแทบอยากจะเอ่ยปากขอบคุณ “ขออนุญาตตรวจคนไข้ค่ะ” หมอแพรววาเดินเข้ามาพร้อมกับพยาบาล มุ่งตรงเข้ามาตรวจอาการของคนไข้หนุ่มโดยไม่รีรอ “ไปไหนมา” น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยถามคุณหมอแพรววาขึ้น สร้างความมึนงงให้กับหมอสาวและพยาบาล รวมไปถึงเลขาคนสนิทไม่น้อย “คะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเป็นปม เหลือบตามองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังรอคำตอบจากเธออยู่ “เธอมาช้า” “ไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนมาค่ะ” หมอแพรววายิ้มรับตอบกลับความจริงให้กับชายหนุ่มได้รับทราบ อย่างน้อยชายหนุ่มได้รับทราบคำตอบอาจจะเลิกตั้งคำถามและเลิกให้เธอเป็นหมอประจำเคสก็ได้ “พ่อของเด็กไปไหน” คำถามที่ทำให้บุคคลภายในห้องชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเจ้าของโรงพยาบาลจะล้ำเส้นเอ่ยถามเรื่องส่วนตัวของบุคลากรทางการแพทย์เช่นนี้ “ตายค่ะ” น้ำเสียงหนักแน่น มาพร้อมกับรอยยิ้มร้ายเสมือนสะใจที่ได้ตอบคำถามนี้ประกายออกมาชัดเจน กึก! หยางถึงกับชะงักในคำตอบที่ได้รับจากหมอแพรววา ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย เพียงแค่ได้ยินคำว่า ตาย หลุดออกจากปากของหญิงสาว “ไม่คิดจะหาพ่อใหม่เหรอ” “คิดค่ะ ตอนนี้กำลังดูใจอยู่ค่ะ” เคล้ง เคล้ง! มือหนาปัดอุปกรณ์ล้างแผลกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ดั่งคนถูกขัดใจ เพียงแค่หงุดหงิดกับคำตอบที่ได้ยินจากคุณหมอสาว “โทษที พอดีมือลั่น” ใบหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงเย็นยะเยือกตอบกลับคุณหมอแพรววา เสมือนไม่ได้ตั้งใจขอโทษ แต่! เป็นการประชดประชันเสียมากกว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงคุณก็คือเจ้าของโรงพยาบาล จะทำนิสัยเด็กยังไง ก็คงไม่มีใครว่า” “เธอ!” หยางกัดฟันกรอด เพียงแค่ถูกหมอสาวหลอกด่าตนเองด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวเป็นเพียงแค่ประโยคบอกเล่า “เรียบร้อยแล้วค่ะ หมอให้พักฟื้นดูอาการ และให้ยาฆ่าเชื้ออีกหนึ่งคืนนะคะ หมอขอตัว” หมอแพรววาพูดยาวเหยียดและโค้งศีรษะเล็กน้อย หมุนตัวรีบเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยวีไอพีทันที โดยไม่รอคำถามหรือคำพูดจากหยางแม้แต่ประโยคเดียว หมอแพรววาเดินออกมาจากห้องตรวจวีไอพี เดินมุ่งตรงมายังเคาน์เตอร์พยาบาลกลับต้องชะงัก เมื่อเจอหนุ่มนักธุรกิจยืนยิ้มรอพบเธออยู่ “สวัสดีครับ หมอแพรววา พอดีผมผ่านมาแถวนี้ ก็เลยซื้อขนมมาฝาก” เข็มทิศ นักธุรกิจหนุ่มหน้าตาดี ชายหนุ่มที่มักแวะเวียนมาขายขนมจีบให้คุณหมอแพรววา จนพยาบาลหลายคนรับทราบเป็นอย่างดี “ขอบคุณนะคะ” หมอแพรววาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร “พอจะว่าง ไปทานกาแฟด้วยกันไหมครับ” เข็มทิศเอ่ยชักชวนหมอแพรววา หวังให้หมอสาวตอบรับไม่น้อย “ขอโทษด้วยนะคะ พอดีวันนี้คนไข้เยอะมากเลยค่ะ” หมอแพรววาปฏิเสธด้วยท่าทีสุภาพ อีกอย่างช่วงนี้คนไข้เยอะจนแทบไม่สามารถปลีกตัวไปไหนได้ “อ๋อ! ไม่เป็นไรครับ ผมรอแพรววาว่างได้ครับ ผมรอเก่งมาก” คุณค่าที่เขาควรรอ คุณหมอแพรววาจัดเป็นคนสวย เก่ง ฉลาด และวางตัวดีมาโดยตลอด แถมยังมีลูกสาวที่น่ารัก และเขาก็ไม่ติดหากวันหนึ่งได้คบหากับเธอ “ฉันไม่อยากให้คุณเสียเวลา” รอยยิ้มบางพลันแสดงใบหน้าดูลำบากใจไม่น้อย เมื่อถูกตามจีบ แถมยังถูกคนรอบข้างเชียร์ให้คบหากัน “ไม่เลยครับ ผมยินดีเสียเวลากับคุณ” ปัง! เสียงประตูห้องพักผู้ป่วยเจ้าของโรงพยาบาลดังสนั่น ตามอารมณ์ดุดันและหงุดหงิด โดยสร้างความแปลกใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และคุณหมอแพรววารวมถึงเข็มทิศที่ยืนมองด้วยความงุนงงกับพฤติกรรมฉุนเฉียวต่างจากหน้าตาที่มักเรียบเฉยอยู่ตลอดเวลา
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม