ไม่ไหวแล้ว แม่จ๋า...

1000 คำ
สุทินรับไหว้ เขาหันมามองภีมอย่างงงๆ ว่าครูคนใหม่กับเจ้าของไร่ข้างๆ มาด้วยกันได้อย่างไร “รถสองแถวพาครูคนใหม่ไปทิ้งที่หน้าไร่ผมครับครูสุทิน ผมกลับเข้าบ้านพอดีเลยมาส่งให้ก่อน” ภีมตอบคำถาม ครูสุทินพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขายิ้มให้บุษราคัมพลางรับจดหมายรายงานตัวมาอ่าน “ขอบคุณมากนะครับคุณภีมที่มาส่งครูบุษราคัม เอ้อหนูมีชื่อสั้นๆ ไหมครับ” สุทินหันมาถามครูน้องใหม่ไฟแรง “เรียกเตยก็ได้ค่ะครู” “จะให้ไปส่งบ้านพักเลยไหมครูเตย มีของมาด้วยนี่” ไหนๆ มาส่งแล้วก็ทำให้จบหน้าที่ ภีมบอกตัวเอง ครูสุทินทำหน้าลำบากใจทันที “เอ้อ...คือว่า บ้านพักคือ..” เขาไม่รู้มาก่อนว่าจะมีครูใหม่มาในเร็วๆ นี้ บ้านพักครูที่ครูคนเก่าเคยอยู่และย้ายไปแล้วนั้น เรียกว่าสภาพแทบดูไม่ได้จากที่เป็นบ้านไม้โทรมๆ อยู่แล้ว ตอนนี้มันควรจะเรียกว่าบ้านพังๆ มากกว่า เพราะครูคนเก่าขี้เมา เลิกสอนแล้วดื่มเหล้าทุกวัน ดื่มแล้วก็ทำลายประตูหน้าต่างจนเสียหาย ภีมจ้องหน้าครูสุทิน “ทำไมเหรอครับครู” “เอ้อไปดูกันเลยก็ได้ครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าครูเตยจะนอนได้ไหม” ทั้งหมดขึ้นรถของภีมเข้าไปด้านหลังโรงเรียนที่ติดกับไร่ของภีม มีบ้านพักครูโทรมๆ อยู่สามหลัง หลังแรกเป็นของสุทิน หลังถัดมาเป็นของครูใหญ่ ส่วนหลังสุดท้ายสภาพแย่สุดคือบ้านพักที่บุษราคัมจะต้องมาอยู่ “เนี่ยน่ะครับ ลองดูก่อนว่าครูเตยจะอยู่ได้ไหม” ครูสุทินจับแม่กุญแจยังไม่ทันไขประตูก็หลุดออกมาทั้งแผง เขาหันมาทำหน้าจืดเจื่อนกับบุษราคัมและภีมที่ตามมาดูด้วย “คือว่ามันไม่มีงบซ่อมน่ะครับ ภารโรงเราก็มีคนเดียวต้องทำอาหารกลางวันให้เด็กด้วยเลยไม่ว่างมาซ่อม” สุทินพูด เขาเดินนำเข้าไปด้านใน กดสวิทช์ไฟแต่ปรากฏว่าไฟไม่ติด ภีมก้าวยาวๆ เข้าไปในบ้าน เขาเปิดหน้าต่างไม้ที่ไม่มีเหล็กดัด แถมไม่มีกลอนอีกต่างหากแล้วนึกฉงนว่าครูที่เพิ่งย้ายไปอยู่ได้อย่างไรตั้งหลายปี บุษราคัมกังวลในใจสภาพนี้เธอจะอยู่ยังไง ไม่รู้ว่าระหว่างผีกับโจรอะไรน่ากลัวกว่ากัน “ไฟไม่ติด แต่คงจะซ่อมได้ครับ ส่วนหน้าต่างไม่มีกลอนคืนนี้คงต้องใช้เชือกร้อยไปก่อน ไม่ทราบครูเตยโอเคไหมครับ” ครูสุทินพูดไปเรื่อย หญิงสาวคนเดียวในบ้านเปิดประตูด้านหลังที่เดาว่าน่าจะเป็นห้องครัว ทันใดนั้นหนูตัวอวบอ้วนสีดำวิ่งออกมาจากห้องครัวสองตัวผ่านหน้าเธอไป บุษราคัมร้องกรี๊ดทันที เธอโอเคก็บ้าแล้ว แม่จ๋าช่วยหนูด้วย.... “แถวนี้มีบ้านเช่าไหมคะ เตยไปอยู่บ้านเช่าก่อนก็ได้ค่ะระหว่างที่รอซ่อม” ครูสาวคนใหม่อดรนทนไม่ไหว หญิงสาวตัดสินใจโพล่งขึ้นมา ไม่ไหวแล้วจริงๆ แม่จ๋า... สุทินทำท่าคิด “มีก็ในเมืองแน่ะครับ ครูเตยจะเดินทางมาไหวเหรอทุกวัน” “ทำไมคราวก่อนประชุม ผมถามว่าโรงเรียนต้องการงบอะไรเร่งด่วนรึเปล่า ไม่เห็นมีแจ้งมาล่ะครับ เรื่องบ้านพักครู” ภีมถามตรงๆ เขาเป็นผู้สนับสนุนเรื่องเงินทุนให้โรงเรียนหลายโครงการอยู่แล้ว ไม่เคยรู้เลยว่าบ้านพักครูมีสภาพแย่กว่าห้องเก็บของที่บ้านเขาอีก “คือทางเราไม่อยากรบกวนคุณภีมครับ ถ้าจะมีเงินทุนอะไรมาก็อยากให้ลงไปสนับสนุนเด็กๆ มากกว่า” สุทินตอบตรงเช่นกัน “อีกอย่างครูคนเก่าที่เคยอยู่ก็ไม่ได้รักษาของ ไม่ถนอมบ้านตอนแรกบ้านพักมันก็เหมือนกันทุกหลัง แต่คนอยู่ไม่รักษามันก็ทรุดโทรมครับคงไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ถ้าได้งบนอกมาช่วยซ่อมบ้านให้คนแบบนั้น” เหตุผลข้อนี้ทำให้ภีมยอมรับได้ เขาจึงเงียบไป “แต่ปัญหาตอนนี้คือครูเตยจะไปพักที่ไหน บ้านผมก็ไม่ได้ บ้านครูใหญ่ก็คงไม่ดี คงจะต้องหาบ้านเช่าอยู่ไปก่อนจริงๆ สักพักช่วงรอซ่อมบ้านครับ” สุทินคิดว่าคงจะต้องให้ภารโรงมาช่วยซ่อมบ้านในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ อุปกรณ์ก็หาที่มีไปก่อน อะไรไม่มีจริงๆ ค่อยเขียนเบิก “ถ้าจะหาบ้านเช่า ก็ไปพักที่รีสอร์ทผมก่อน” ภีมเสนอ บุษราคัมตาโตอยู่รีสอร์ทเหรอเห็นทีเงินเดือนข้าราชการคงไม่พออยู่ถึงสองอาทิตย์แน่ ตายแน่แก.. เธอคิดในใจ “รีสอร์ทคุณอาเหรอคะ เตยคงไม่มีงบขนาดนั้นหรอกค่ะ” เธอพูดเสียงอ่อย ไม่ได้เตรียมตัวเลยว่ามาถึงแล้วจะไม่มีที่พักแบบนี้ แล้วบ้านก็ยังต้องซื้อของเข้าบ้านอีกมากถ้าเอาเงินมาจ่ายค่ารีสอร์ทแล้วเธอจะทำไง “เรทราชการ เขียนเบิกได้รึเปล่าครับครูสุทิน” ในเมื่อบ้านพักอยู่ไม่ได้ มันก็ควรจะเบิกค่าเช่าได้ “ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกครับ เอาจริงๆ ก็คือไม่ได้เลยเพราะที่นี่ในระบบลงไว้ว่ามีบ้านพักครู กรมบัญชีกลางไม่จ่ายหรอก” ครูสุทินตอบ “งั้นก็อยู่ไปก่อนค่อยว่ากัน” ไหนๆ เขาก็เสนอหน้ามายุ่งเรื่องนี้ไปแล้วนี่นะ ไปให้สุด.. “แบบนั้นก็ดีครับ เดี๋ยววันหยุดผมจะให้ภารโรงมาช่วยซ่อมบ้านพักให้ครูเตย ขอบคุณมากครับคุณภีม” คนไม่ได้ไปอยู่รีบขอบคุณ ส่วนบุษราคัมที่จะต้องระเห็จออกไปพักนอกโรงเรียนยังยืนงงอยู่
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม