“แล้วต้องไปรายงานตัวอะไรอีกไหมคะครู” บุษราคัมถามสุทิน เธอเหนื่อยมากแล้ววันนี้ ออกจากบ้านมาขึ้นรถตู้ลงมวกเหล็กและต่อสองแถวจากมวกเหล็กต่อมาที่นี่
“ไม่ต้องหรอกครับครูเตย ที่นี่เรามีครูแค่สามคนรวมครูเตย เดี๋ยวผมบอกครูใหญ่ไว้ให้แล้วเช้าวันจันทร์มาเจอกันเลยครับ ชุดข้าราชการครูมีแล้วใช่ไหม”
หญิงสาวพยักหน้า “มีแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ” เธอยกมือไหว้ครูสุทินเดินตามภีมขึ้นรถไปยังที่พักชั่วคราวของเธอ
ชายหนุ่มขับรถกลับทางเดิมที่เธอจำทางได้แล้ว พอเข้าเขตไร่ของเขา ภีมเลี้ยวรถไปทางขวามือประมาณร้อยเมตรเขาจอดรถที่หน้าบ้านพักมีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวเป็นแถวเรียงยาวประมาณห้าหลัง แต่ละหลังห่างกันราวๆ สิบเมตร
“เอ่อ เตยจะทำให้คุณอาเสียรายได้ไหมคะ คิดค่าเช่าตามปกติก็ได้ค่ะ” เธอพูดขึ้นมาเกรงใจที่เขาเสียเวลาด้วย ถึงแพงยังไงก็จะกัดฟันจ่ายไปบุษราคัมคิดในใจ
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ที่นี่ไม่ได้เปิดให้แขกเข้าพักน่ะ ครูอยู่ตามสบายถ้าเกรงใจก็ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟก็ได้”
ภีมลงจากรถเขาโทรเรียกคนสนิทให้เอากุญแจบ้านพักมาให้
“รอเดี๋ยวนะ รอกุญแจบ้านแปบ”
เพียงห้านาทีมีเด็กหนุ่มขี่จักรยานเอากุญแจมายื่นให้เขา และมองหญิงสาวอย่างอยากรู้อยากเห็น
“แฟนนายเหรอครับ”
“เสือก..” ภีมตอบทันควันแค่นั่นเด็กหนุ่มก็โกยอ้าวแน่บ
ภีมไขกุญแจเปิดประตูกว้างให้เธอเห็นภายในบ้านพัก บุษราคัมกวาดตามองไปรอบๆ มันเป็นห้องโถงที่ถูกตกแต่งแล้ว มีชุดรับแขก ตู้เย็น ชั้นวางโทรทัศน์ที่ใช้เก็บของจุกจิกได้ ชุดโต๊ะเก้าอี้อเนกประสงค์ที่น่าจะใช้ได้ทั้งทานอาหารและทำงาน
มีประตูอีกสองบานหญิงสาวเดาว่าน่าจะเป็นห้องนอนและครัวหรือประตูห้องน้ำ อย่างใดอย่างหนึ่ง
“โห..เฟอร์ครบเลยค่ะคุณอา แบบนี้เตยขอจ่ายค่าเช่านะคะ” ให้อยู่ฟรีๆ เธอคงอยู่ไม่ได้มันดีเกินไป
“ตามใจ งั้นก็คิดค่าเช่าสักเดือนละสองพันรวมน้ำไฟแล้วกัน” ภีมไม่ขัดศรัทธา ความจริงสองพันมันคงได้แค่ค่าน้ำค่าไฟ บ้านปิดไว้เฉยๆ จะให้ใครอยู่หรือไม่อยู่ เขาก็ไม่ได้กำไรหรือขาดทุนอยู่แล้ว
บุษราคัมตาโตเมื่อได้ยินราคาค่าเช่าที่เจ้าของบ้านบอก
“ถ้าเดือนละสองพันพร้อมน้ำไฟ เตยอยู่ยาวดีกว่าค่ะดีกว่าไปซ่อมบ้านพักนั่นกับซื้อเฟอร์ใหม่เข้าบ้านอีก”
เธอหัวเราะเรื่องอยู่ยาวนั้นพูดเล่น แต่เรื่องการซ่อมบ้านพักนั้นเธอพอรู้ว่าบ้านพักข้าราชการ ใครจะอยู่ก็ต้องมาซ่อมเอาเองเสียเงินเอง แต่ถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่สามารถอยู่ได้จนกว่าจะย้ายหรือเกษียณ และสามารถพาครอบครัวมาอยู่ด้วยได้ เกือบทุกคนที่ได้บ้านพักก็ยินดีจะจ่ายค่าซ่อมกันทั้งนั้น
ภีมเหลือบตามอง
“ก็ได้นะ บ้านนี้มันอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้มีใครมาอยู่” ส่วนหนึ่งภีมแน่ใจว่าหญิงสาววัยขนาดเธอ คงไม่สามารถทนอยู่กับที่แบบนี้ได้นาน
ที่นี่มันไม่มีอะไรที่คนในวัยหนุ่มสาวจะชอบเลย ไม่มีสถานบันเทิง ไม่มีห้างสรรพสินค้า ไม่มีร้านสะดวกซื้อใดๆ แม้แต่การเดินทางก็ไม่สะดวกสำหรับคนที่ต้องใช้รถสาธารณะ
พูดถึงเรื่องรถเขาก็นึกขึ้นได้
“แล้วครูเตยจะเดินไปสอนทุกวันไหวไหม” ระยะทางมันก็ไกลอยู่เหมือนกันประมาณเจ็ดร้อยเมตร หากเดินไปกลับที่นี่กับโรงเรียนก็พอเรียกเหงื่อได้เลย ถ้าวันไหนตื่นสายครูคงไปสายกว่านักเรียนแน่
“ก็..น่าจะไหวค่ะ” ไม่ไหวก็ต้องไหว เธอยังไม่สะดวกซื้อรถจักรยานยนต์หรือพาหนะอะไรในตอนนี้ทั้งนั้น คิดเสียว่าออกกำลังกายบริหารน่องโป่งก็คงต้องยอม
“ขี่จักรยานเป็นรึเปล่าที่บ้านมีหลายคันไม่ได้ใช้ เดี๋ยวจะให้เด็กเอามาจอดไว้ให้” ภีมถาม
“เป็นค่ะ ขอบคุณมากนะคะ เอ่อ..คุณอาคะถ้าเตยจะเข้าเมืองไปซื้อของ จะเรียกรถรับจ้างยังไงคะ ถ้าเตยอยากได้เบอร์คนขับรถต้องไปขอที่ใครคะ” รอดไปอีกเรื่องเธอสงสัยว่าเขาเป็นโดราเอมอนปลอมตัวมารึเปล่า มีทุกอย่างที่เธอจำเป็นต้องใช้
“จะไปวันไหน” ภีมย้อนถาม
“คงจะไปวันนี้เลยค่ะ” อย่างน้อยบุษราคัมก็ต้องไปซื้อของใช้ส่วนตัว พวกสบู่ ยาสีฟัน ส่วนอย่างอื่นขอสำรวจบ้านก่อนว่าขาดเหลืออะไรไหม
“เอาโทรศัพท์เรามา” เมื่อเขาขอเธอจึงส่งให้ ภีมรับไปกดตัวเลขสิบตัวแล้วกดโทรออกกดวางสาย เขาส่งคืนให้
“จะไปก็โทรมาเบอร์นี้ หรือแชทไลน์ก็ได้” เขาเตรียมตัวจะกลับเข้าบ้าน เห็นว่าตอนนี้ควรปล่อยให้ครูคนใหม่สำรวจที่พักตัวเอง
“ขอบคุณค่ะคุณอา” บุษราคัมพนมมือไหว้ขอบคุณ ภีมพยักหน้ารับรู้และปลีกตัวกลับไป
ชายหนุ่มใช้เวลาห้านาทีก็มาถึงบ้านของเขา เขาปลูกบ้านหลังใหญ่มีลักษณะเป็นตึกทรงยุโรป วิคทอเรียนสไตล์เน้นความสง่างามของตัวบ้านและความอลังการอันเป็นรสนิยมส่วนตัว
ภีมจอดรถพร้อมกับที่ทศเด็กหนุ่มที่เอากุญแจไปให้เขาเมื่อครู่โผล่หน้ามา
“นายพาสาวมาอยู่บ้านพัก ไอ้พวกนั้นมันพูดกันใหญ่” ทศรายงาน 'ไอ้พวกนั้น ' ของเขาหมายถึงบรรดาคนงานในไร่
“ครูคนใหม่มาบรรจุ บ้านพักครูยังต้องซ่อมฉันเลยให้เขามาอยู่ที่นี่”
“อ๋อ..นายกลัวครูเขาหนีกลับบ้านเลยให้มาพักที่นี่ นายเห็นแก่เด็กๆ กลัวไม่มีครูสอนใช่ไหมครับ” ทศเดา
“เออ รู้ก็ดีแล้วไปบอกไอ้พวกนั้นด้วย อย่าไปลามปาม อย่าไปแซวครูเขาทำตัวดีๆ กันหน่อย ส่วนแกขนของเสร็จแล้วเอารถจักรยานไปทิ้งไว้ให้ครูเขาใช้สักคันด้วย” เขาสำทับก่อนจะเดินขึ้นบ้านไป ปล่อยให้ทศขนของในรถ
ภีมนึกถึงคำพูดของทศเมื่อครู่
'อ๋อ..นายกลัวครูเขาหนีกลับบ้านเลยให้มาพักที่นี่ นายเห็นแก่เด็กๆ กลัวไม่มีครูสอนใช่ไหมครับ' มันก็ต้องเป็นแบบนั้นสิวะ จะเป็นอย่างอื่นได้ไงเขามันพวกเห็นแก่อนาคตเด็กๆ อยู่แล้ว