หลังจากที่ภีมออกไปแล้ว คุณครูคนใหม่เริ่มสำรวจที่พักชั่วคราว เธอค่อนข้างกังวลเมื่อคิดถึงค่าซ่อมบ้านพักครูหลังนั้น ต่อให้ภารโรงช่วยซ่อมเธอก็ต้องจ่ายค่าแรงอยู่ดี จะไปใช้งานเขาฟรีๆ นอกเวลาได้ยังไง แต่จะให้ในเวลางานก็ตะขิดตะขวงใจเพราะมันดูเป็นธุระส่วนตัว ไม่ใช่งานในราชการ
“นังหนามเตยเอ้ย.... นี่ถ้านังใบบัวรู้ว่าบ้านพักครูหล่อนมีสภาพแบบนี้ มันขำตาย” เธอคิดถึงใบบัวเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกัน แต่สอบติดได้บรรจุอีกที่หนึ่งเป็นโรงเรียนในจังหวัดนครนายก
'ช่างเรื่องนั้นก่อน คุณอาเจ้าของไร่ก็ดูใจดีอยู่ยอมให้เธอจ่ายค่าเช่า เธอจะได้ไม่ลำบากใจมากถ้าต้องอยู่ที่นี่อีกพักใหญ่' บุษราคัมคิด เธอลากกระเป๋าสองใบมาวางไว้ที่กลางห้องโถง เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวก่อนเพราะอั้นมานานแล้ว
สบายตัวแล้วเธอจึงดูแต่ละส่วนของบ้านแบบละเอียด ห้องนอนมีขนาดเล็กแต่เธอชอบ มีเครื่องปรับอากาศ มีตู้เสื้อผ้า ไม่มีระเบียงแต่เธอไม่มีปัญหาอะไร เพราะเทอเรสด้านหน้าบ้านกว้างมากอยู่แล้ว
จากนั้นเธอดูด้านหลังเป็นห้องครัวเล็กๆ มีไมโครเวฟสำหรับอุ่นอาหารและภาชนะต่างๆ พอใช้การอยู่คนเดียว
“สงสัยจะต้องไปหาซื้อพวกเตาแก๊สกระป๋องมาใช้ดีกว่า” เธอคิดในใจ ความจริงตอนอยู่หอกับใบบัวก็มีใช้แต่ไม่สะดวกขนมาที่นี่ บุษราคัมจดไว้อย่างแรกที่ต้องซื้อคือเตาแก๊สและแก๊สกระป๋อง ส่วนน้ำร้อนชงกาแฟเธอต้มน้ำในไมโครเวฟได้ เอาน้ำใส่แก้วกาแฟตั้งเวลาหนึ่งนาทีก็ได้แล้ว
อ้อ.. เธอจดรายการที่สองคือมาม่า หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต่างๆ มีให้กินตั้งแต่รสหมูสับยันก๋วยเตี๋ยวเป็ด อาหารญี่ปุ่นของคนมีอันจะกิน เมนูหลากหลายทั้งเดือนก็ไม่ซ้ำรส ไม่จำเจ
จากนั้นเธอเปิดตู้เย็นลองเสียบปลั๊กดูโล่งใจที่มันใช้ได้ปกติ จากนั้นจึงจดพวกน้ำดื่ม ผัก เนื้อสัตว์มาไว้ติดตู้เย็นด้วย จะกินมาม่าอย่างเดียวเดี๋ยวขาดสารอาหาร ต้องหาหมูหาไข่มาเติมสักหน่อย
เอ.. บุษราคัมครุ่นคิด มันขาดอะไรนะ ขาดอะไรที่ยังไม่จด เออใช่คู่แฝดของมาม่าก็ต้องเป็นปลากระป๋อง ข้าวสารสักหน่อยน่าจะดี ขณะที่เธอเพลินกับการจัดการลิสต์รายการของที่จะต้องซื้อ มีเสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน
“ครูครับ คุณครูอยู่ไหม”
บุษราคัมเปิดประตูมาดู เห็นเด็กหนุ่มคนเดิมที่เอากุญแจมาให้จูงจักรยานมาที่หน้าบ้าน
“จ้ะ เรียกพี่เหรอ” เธอถาม
“ครับ นายให้เอาจักรยานมาให้ครูผมวางไว้ตรงนี้นะครับ” ทศจอดจักรยานพิงเสาบันไดขึ้นบ้านไว้
“ขอบใจนะ เธอชื่ออะไรน่ะ” บุษราคัมถาม
“ทศครับครู ถ้าครูสงสัยอะไรแถวนี้ถามผมได้เลย” ทศยืดอก นานๆ ทีจะมีสาวมาให้คุยด้วย
“ไอ้ทศ ทำอะไรน่ะ” ภีมถาม เด็กหนุ่มสะดุ้งนายมาดูแลแขกถี่ไปแล้วต้องมีอะไรแหงๆ
“ผมเอาจักรยานมาให้ตามที่นายสั่งไงคร้าบบ ผมไปนะครับครู” ทศรู้หลบเป็นปีกดีเยี่ยม ตั้งท่าจะไปทันทีแต่ภีมเรียกไว้
“เดี๋ยว มึงขนของท้ายรถลงไปในครูเตยเขาหน่อย”
ทศหันหน้ามามองท้ายรถนายแล้วตาค้าง นะ..นั่นมันเครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว น้ำดื่มจำนวนสามสี่แพค หนูอยากเป็นครูจังเลย... ทศคิดในใจ แต่รีบกวักมือเรียกคนงานแถวนั้นอีกคนให้มาช่วยยกเครื่องซักผ้าลงมาจากรถ
“ไว้ไหนครับนาย”
“วางไว้บนหัวมึงมั้ง ยกเข้าไปข้างในสิ” ภีมตอบอย่างหมั่นไส้ ทุกเรื่องก็เห็นมันฉลาดดี
“จัดของเสร็จรึยังเรา” เมื่อทศและคนงานขนของเสร็จแล้ว ภีมจึงถามคุณครูที่ยังยืนงง
“เอ่อยังค่ะคุณอา เตยกำลังจดรายการซื้อของวันนี้ ว่าจะโทรหาคนที่คุณอาให้เบอร์ไว้พอดี” เธอหมุนตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่วางในบ้าน ลองกดโทรออก
ตื๊ดๆๆๆ โทรศัพท์ของภีมมีสายเรียกเข้าส่งเสียงเตือน บุษราคัมมองหน้าเขา
“เบอร์อาเอง” อาก็อาว่ะ ชักชินเหมือนกัน
“แล้วคุณอาจะพาเตยไปซื้อของเองเหรอคะ”
“ใช่ อามีเรื่องเข้าเมืองพอดีจะไปเลยไหม” ภีมเร่ง
บุษราคัมลังเล แต่มองเวลาก็บ่ายมากแล้วรีบไปก็ดีเธอต้องรีบจัดของให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ วันอาทิตย์ต้องเตรียมการสอนสำหรับการทำงานวันแรก
“ได้ค่ะ เตยขอไปหยิบกระเป๋าเงินก่อนนะคะ” เธอเดินหายเข้าไปในบ้าน หยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กสำหรับใส่กระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือ
เมื่อเธอออกจากบ้านล็อกประตู ภีมสตาร์ทรถรออยู่แล้ว เธอขึ้นนั่งข้างคนขับ ต่างคนต่างไม่พูดอะไรจนออกมาถึงมวกเหล็ก บุษราคัมทำท่านึกอะไรขึ้นมาได้
“ลืมไปสวัสดีภรรยาคุณอาเลยค่ะ”
ภีมเหลือบตามองเธอแวบนึงก่อนจะมองทาง
“ไม่มี”
“คะ” เธอตอบเสียงสูง
“คุณอายังไม่มีภรรยาเหรอคะ เตยขอโทษด้วยค่ะที่เสียมารยาท” บุษราคัมรีบขอโทษที่เดาเรื่องส่วนตัวของเขาผิดๆ
“ไม่เป็นไร แล้วเราจะไปซื้ออะไรบ้าง”
“ก็...” บุษราคัมหยิบโพยขึ้นมาดู ภีมมองคุณครูคนใหม่ที่กิริยาไม่โตไปกว่าเด็กนักเรียนเท่าไหร่
“ต้องซื้อของใช้ส่วนตัวค่ะ พวกสบู่ แชมพูของในห้องน้ำ อย่างอื่นก็มีเตาแก๊ส แก๊สกระป๋อง ผัก ผลไม้ มาม่า ปลากระป๋อง ผักกาดดอง เส้นก๋วยเตี๋ยว ข้าวสาร ขนมปัง” เธอพูดยาวเหยียด
ภีมฟังรายการแล้วสงสัยว่าบุษราคัมกำลังกักตุนอาหารในยามสงครามยังไงยังงั้น ขาดยารักษาโรคนะเนี่ยไม่งั้นก็ใช่เลย
คุณครูพูดต่อ “แล้วก็มีพวกยาพารา ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวดท้อง พลาสเตอร์ทำแผล น้ำเกลือพวกนี้เผื่อไว้ค่ะ”
ใช่เลย.... เธอคิดว่าบ้านดงพญาเย็นเป็นหมู่บ้านไกลปืนเที่ยงแน่ๆ ภีมส่ายศีรษะไปมาแต่ไม่ได้ว่าอะไร