| กวิน |
ตัดภาพมาที่ตอนนี้…ในห้องสวีทที่ทางเจ้าหน้าที่อัพเกรดให้ จำได้ว่าก่อนหน้าที่ผมจะไปอาบน้ำ เธอบอกเอาไว้ว่าแค่ขอมานอนดูทีวีบนเตียง แต่พอผมอาบน้ำเสร็จเดินออกมา กลับเห็นเธอนอนคุดคู้แอ้งแม้งซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม แถมหายใจเป็นจังหวะส่งสัญญาณว่าเธอหลับไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย
เอาเป็นว่าผมเองก็ควรจะนอนหลับพักผ่อนบ้างเช่นกัน ดูแลเธอมาทั้งวัน มันก็ย่อมเหนื่อยเป็นธรรมดา แต่ทันทีที่ผมซุกตัวลงไปในผ้าห่ม ตอนนั้น…สัญชาตญาณความเป็นชายมันดันทำงานขึ้นมาอัตโนมัติ
ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะครับที่จะไม่รู้สึกรู้สาอะไร ผมมันก็คนธรรมดานี่แหละ แต่เอาเถอะ ผมไม่ได้เป็นคนหื่นขนาดนั้น และผมก็สุภาพบุรุษพอที่จะไม่ไปทำอะไรเธอ พรุ่งนี้อาจจะต้องหามาตรการที่จะอยู่ร่วมกับเธอโดยอาจต้องแยกโซนให้ชัดเจน
ใจที่ร้อนรุ่มถูกดับลงไปด้วยความง่วงที่ทำให้ผมหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ จำได้ว่าเข้านอนกันตั้งแต่สี่ทุ่ม จนกระทั่งผมสะดุ้งตื่นกลางดึก พร้อมกับรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนของลมหายใจที่รวยรดอยู่ตรงแผงอก
จะบ้าตาย…นี่ผมกับเธอมาลงเอยในท่านี้ได้ยังไงกัน!? จำได้ว่าตอนปิดไฟนอน เราสองคนนอนห่างกันเป็นเมตร ต่างคนต่างอยู่ริมเตียง แต่ไหงตอนนี้ถึงขยับเข้าใกล้ตัวแทบจะสิงกันแบบนี้ แล้วที่งงที่สุด คือการที่ผมกอดตัวเธอเอาไว้ในอ้อมแขน ส่วนเธอเองก็สอดมือเข้ามาในชุดคลุมยูกาตะ โอบเอวผมเอาไว้แน่น
และทันทีที่ผมขยับตัว ไฟแสงสลัวที่เปิดเอาไว้ตรงหน้าห้องน้ำ ส่องแสงบางๆ จนผมเห็นว่าเธอเริ่มงัวเงียเปิดเปลือกตาขึ้นมา ก่อนจะรู้สึกตัว ว่าเธอเองก็กำลังกอดผมอยู่เช่นกัน
“สงสัยฉันคงหนาวแน่ๆ เลย ขะ…ขอโทษด้วยค่ะ” เธอพูดกับผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ขาดๆ หายๆ พยายามจะผละตัวเองออก แต่ถูกมืออีกข้างของผมยั้งมือเธอไว้
“อยู่ต่อแบบนี้เถอะ มันอุ่นดี” ผมบอกกับเธอไป ก่อนจะมองตาเธอกลับ แต่ยิ่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มผ่านแสงสลัวแบบนี้ มันเหมือนยิ่งเร่งเร้าปฏิกิริยาบางอย่างในร่างกายให้รู้สึกวูบวาบ เสียวแปลบไปทั้งตัว ท้องน้อยบีบรัดตัวเองตลอดเวลา และตรงส่วนกลางกายที่เริ่มตื่นตัวอีกครั้ง
ริมฝีปากสีชมพูนั่นมันช่างเชิญชวนให้ผมจับเธอจุมพิตซะจริงๆ แต่ผมก็ได้แต่คิด ก่อนที่จะมีสัญญาณจากปลายนิ้วของเธอเกลี่ยไล้ไปตามลำตัวของผม
ผมคิดว่าผมไม่ได้รู้สึกไปเอง เชื่อว่าตอนนี้เธอเองก็คงรู้สึกไม่ต่างจากผมเท่าไหร่หรอก
ไม่มีคำตอบรับหรือปฏิเสธ ในเมื่อร่างกายของคนสองคนมันเต็มไปด้วยอารมณ์อยากและความต้องการที่ล้นปรี่ พลันใบหน้าเราสองคนเลื่อนเข้าหากันอัตโนมัติ พร้อมกับกลีบปากบนล่างที่เริ่มเฟ้นฟัดบี้บด ก่อนเรียวลิ้นอุ่นร้อนเริ่มรุกล้ำ เกี่ยวกระหวัดแลกเปลี่ยนความชื้นแฉะกันไปมา
“คะ…คุณ พอก่อน” เธอพูดขึ้นมาหลังจากถอนจูบ มือดันหน้าอกผมเบาๆ
“หืม ทำไมล่ะ คุณไม่โอเคเหรอ ผมขอโทษ”
“แต่คุณแต่งงานแล้วนะคะ”
“หืม?”
“ฉันเห็นรอยแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของคุณ ฉันไม่โอเค หากมันทำให้คุณต้องนอกใจคนรักของคุณ”
สิ่งที่เธอพูดทำเอาผมหัวเราะขำออกมาพรวดใหญ่ เธอนี่ช่างสังเกตจริงๆ เลย
“ผมบินไปนิวยอร์กก็เพราะต้องไปจดทะเบียนหย่ากับอดีตภรรยา ผมก็เหมือนคุณนั่นแหละ โดนนอกกายนอกใจ แต่หนักกว่าก็ตรงโดนหลอกมาหลายปี โง่เป็นควายเลย”
“ก็ว่า ทำไมถามไปคุณก็เฉไฉตลอด เสียใจด้วยนะคะ หืม…แต่เดี๋ยวนะ แล้วนี่คุณรู้เรื่องของฉันด้วยเหรอ”
“ผมคนไทย ฟังภาษาไทยเข้าใจนะ ได้ยินหมดแหละที่คุณด่าเขารัวๆ บนเครื่องแบบนั้น”
“บ้าจริง นี่ฉันปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มเลยเหรอเนี่ย”
ผมรวบตัวเธอกอดกระชับแน่น หอมฟอดใหญ่เข้าที่หน้าผากและแก้มใส
“รู้แบบนี้แล้วจะให้ผมจูบคุณต่อได้รึยัง” นิ้วมือของผมเกลี่ยไปตามกรอบใบหน้าที่เรียวเล็ก เธอไม่ได้ตอบอะไร แต่เอียงอายเบนหน้าหลบสายตาผม ทำแสร้งมองไปทางอื่น
จังหวะนั้นผมจึงพลิกตัวเองขึ้นคร่อมเธอไว้ กดจมูกโด่งไล้ไปตามซอกคอ ให้เธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่กระทบเนื้ออ่อนอย่างแผ่วเบา
ส่วนมือผมอยู่นิ่งไม่ไหว เลื่อยไหลสอดผ่านเสื้อคลุมเข้าไปปัดป่ายลูบไล้เรือนร่างที่เนียนนุ่มของเธอ ก่อนแวะหยอกล้อที่หน้าอกคู่สวย ขยำเคล้นคลึง พร้อมกับนิ้วโป้งที่เขี่ยตุ่มไตตรงยอดอดจนตั้งชูชันแข็งสู้มือ
“คะ…คุณ มันเสียวนะ อื้อ…”
เธอเริ่มครางออกมาด้วยเสียงที่กระเส่ามากขึ้น เกี่ยวดึงอารมณ์ผมจากที่มีมากอยู่แล้วให้พุ่งทะยานจนแทบอยากจะจับเธอรังแกเสียเดี๋ยวนี่
สายรัดเสื้อคลุมที่ผูกเป็นปมหลวมๆ ไว้ถูกผมดึงจนหลุด ก่อนเรือนร่างที่สวยงามจะปรากฎต่อหน้า นานแค่ไหนแล้วที่ใจผมไม่ได้เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกแบบนี้
“ริสา คุณจะโอเคมั้ย ถ้าคืนนี้เราจะมีความสุขกัน” ผมกระซิบถามอย่างแผ่วเบา อย่างน้อยผมก็ควรถามความสมัครใจของเธอก่อนสักนิดพอเป็นพิธี แม้จะรู้ว่าเธอเองก็คงมีความต้องการไม่ต่างกัน
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป
.
.
อารมณ์ที่เราเผลอใจ มันเป็นอะไรแค่ข้ามคืน~~~ มาลุ้นกันต่อเลยค่ะ ว่าลูกสาวเราจะโอเคกับพี่เค้ามั้ย
ถึงผ้าหลุดแล้ว แต่...หนู...ลูก...อดทนไว้ ฮึบๆๆ ??